ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2518
กลุ่มกระทิงแดง อันเป็นกลุ่มจัดตั้งขวาจัด
ประกอบด้วยนักเรียนอาชีวะเป็นส่วนใหญ่
ในสมัยนั้น ยกพลบุกเผาและปล้น มหาวิยาลัย
ธรรมศาสตร์ กลางวันแสกๆโดยปราศจาก
ความเหลียวแลใดจากผู้รักษากฏหมาย
นั่นเป็นที่มาของวรรคทองที่เตือนความจำ
ของพวกเราชาวธรรมศาสตร์เสมอมา
"บ้านเราเขาปล้น ประชาชนเป็นพยาน"
หวนนึกถึงสองวรรคข้างบนนี้ขึ้นมา
เมื่อเช้าวันจันทร์ขณะที่น้องคนหนึ่งเดินเข้า
มาถามว่า "พี่ๆ แกรมมีเขาซื้อเราแล้วจะมีอะไร
เปลี่ยนแปลงมั้ย"
อึ้งครับ เพราะผมไม่ได้รับรู้ข่าวสารใดๆเลย
ได้แต่ร้องฮ้า เอ้ย อะไรกัน....ถัดจากนั้นน้องอีก
คนก็โทรศัพท์เข้ามาถามข่าว แต่กลับต้อง
เป็นคนเล่าให้ผมฟังแทนว่าเกิดอะไรขึ้น
พอรู้เรื่อง ความรู้สึกว่า "บ้านราเขาปล้น
ประชาชนเป็นพยาน" ก็ผุดขึ้นมา มันอาจจะ
ต่างเหตุการณ์ต่างเงื่อนไข แต่ความรู้สึก
ของเราไม่แตกต่าง
อันที่จริง แกรมมี ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกติกา
มันเป็นไปตามขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้ทำ
ภาษาในตลาดหุ้นหรือในแวดวงการเงิน
เรียกการเทกโอเวอร์แบบนี้ว่า Hostile
Takeover หรือการครอบงำกิจการแบบ
ปฏิปักษ์ หมายถึงฝ่ายหนึ่งต้องการเข้ามา
ครอบงำกิจการ มีอำนาจในการบริหาร
ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ยินยอมพร้อมใจ
แน่นอนว่าเมื่อเกิดความพยายามจะครอบงำ
กิจการแบบปฏิปักษ์หรือไม่เป็นมิตรเช่นนี้
มันก็จะเกิดการต่อสู้ช่วงชิงกันขึ้นระหว่าง
ผู้ถือหุ้นเดิม กับ ผู้ต้องการครอบงำกิจการ
ตามกฏของตลาดหุ้นทั่วโลก เหมือนๆกัน
ก็คือ ฝ่ายที่ต้องการครอบงำกิจการ จะต้อง
เสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมด
ในระยะเวลาที่กำหนด เรียกกันว่า ทำ
เทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ช่วงนี้เองที่ผู้ถือหุ้นรายย่อย
จะตัดสินใจว่าจะขายหุ้นให้หรือไม่ เลือกว่า
จะอยู๋ข้างไหน
หากทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ไม่สำเร็จ
หมายถึง สัดส่วนหุ้นที่ระดมซื้อจากการ
ทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ไม่เพียงพอที่จะ
เข้าไปมีสิทธิ์ในการบริหารงาน ก็ต้อง
มาเจรจากันในทางอื่นๆ ซึ่งฝ่ายครอบงำ
กิจการอาจจะขายหุ้นคืนให้ ฯลฯ
ในจังหวะของการทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ นั้น
ฝ่ายผู้ถือหุ้นเดิม ก็จะใช้วิธีการต่างๆนานา
เพื่อที่จะดึงให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ กลุ่มอื่นๆ
มาเป็นพวกของตน มีการเคเลื่อนไหวทั้งในที่ลับ
และที่แจ้ง แสดงท่าทีอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อ
สร้างพันธมิตรในหมู่ผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกัน พนักงานของบริษัทที่จะถูก
เทคโอเวอร์ หากไม่ต้องการเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น
รายใหม่ด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ก็จะมีส่วนออกมา
แสดงปฏิกิริยาคัดค้านทางใดทางหนึ่ง
สิ่งที่กำลังเกิดในขณะนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
เช่นเดียวกันกับเมื่อเกิดกรณีการครอบงำ
กิจการแบบปฏิปักษ์กับบริษัทในตลาดหุ้นทั่วโลก
มีแต่เด็กไร้เดียงสาบางคนเท่านั้นที่ตั้งคำถามว่า
เอาหุ้นเข้าไปขายในตลาดแล้วถูกเขาซื้อไป
มาโวยวายอะไร
เพราะที่จริงแล้วมันเป็นกระบวนการต่อสู้
โดยปรกติที่เกิดขึ้น และไม่ได้ผิดกติกาใดๆ
ที่ไหนในโลกก็เป็นแบบนี้ ลองไปศึกษาดู
ต่างกันไปในรายละเอียดของวิธีการต่อสู้
ไม่มีอะไรแปลก
หากไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ดันนิ่งเป็นสากกะเบือ
นั่นสิ ถึงจะเรียกว่าแปลก

