เรื่องอย่างนี้ก็มีในโลกด้วย ไม่ใช่เรื่องความไร้
จริยธรรมของคนระดับผู้นำประเทศอะไรนั่น
หรอกครับ แต่เป็นเรื่องในแวดวงวิทยาศาสตร์
ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นเรื่องคาบลูกคาบดอก ที่พูด
ไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่เหมือนกัน
เมื่อปี 2546 เด็กชายเจมี วิทเทกเกอร์ ลืมตาขึ้นมา
ดูโลก พ่อแม่ของเจมีและนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจ "สร้าง"
ให้แกเกิดขึ้นมามีชีวิตเพื่อช่วยชีวิตของชาร์ลีผู้เป็นพี่ชาย
ซึ่งเกิดล่วงหน้ามาก่อนสามปีพร้อมกับโรคโลหิตจาง
ชนิดที่พบได้ยากและรักษาได้ยากด้วย นอกจากจะใช้
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นแบบ หรือสเต็มเซลล์
เจมี ไม่ใช่เด็กที่เกิดโดยกระบวนการทางธรรมชาติทั่วๆ
ไป เด็กแบบ เจมี ในปัจจุบันมีอยู่จำนวนหนึ่งที่เรียกกัน
ว่า ดีไซเนอร์ เบบี้ อันเป็นการกำหนดพันธุกรรมเอาไว้
ล่วงหน้าว่าต้องการจะให้เด็กเป็นอย่างไร ในกรณีของ
เจมีนั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องการความเหมือนทาง
พันธุกรรมกับพี่ชายของเขาอย่างเกือบสมบูรณ์แบบ
เพราะฉะนั้น เจมีจึงถูกเลือกสรรหรือที่จริงคือกำหนด
พันธุกรรมตั้งแต่่่ยังเป็นตัวอ่อน
หลังจากเกิดเซลล์ต้นแบบจากไขกระดูกของเจมี
ก็จะถูกนำไปใช้ปลูกถ่ายให้กับพี่ชายเพื่อรักษา
โรคโลหิตจางดังกล่าว จวบมาจนถึงปัจจุบันคาด
ว่ามีดีไซเนอร์ เบบี้ ในลักษณะอย่างนี้เกิดขึ้นมาสัก
สิบคนในโลกเป็นอย่างน้อย เป็นการเกิดมาเพื่อช่วย
ชีวิตพี่น้องในสายเลือดแบบไม่ได้ตั้งใจมาเกิดเอง
น่าคิดเหมือนกันนะครับว่า ถ้าเกิดว่าเด็กที่เกิดมา
เพื่อช่วยชีวิตนี้เกิดทดสอบเนื้อเยื่อดูแล้วปรากฏว่า
พันธุกรรมไม่ได้ตามที่ต้องการ นั่นคือความเหมือน
ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ซึ่งมีโอกาสเพียงหนึ่ง
ในสี่ แล้วจะทำกันอย่างไรกันต่อไป จะต้องเพาะเด็ก
ในหลอดแก้วขึ้นมาใหม่อีกคนหรือเปล่า
เรื่องราวของครอบครัววิทเทกเกอร์ในอังกฤษจนี้
เป็นตัวอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าทาง
ด้านเทคโนโลยีพันธุกรรมมนุษย์ ความสามารถ
ขั้นต้นๆ ในการกำหนดมนุษย์ที่เราต้องการขึ้นมา
ให้เป็นอะไรก็อย่างที่อยากให้เป็น
ถ้าปลูกถ่ายเซลล์ต้นแบบเพื่อเพิ่มจริยธรรมให้
นักการเมืองได้ก็คงดีเหมือนกัน
มีความวิตกกังวัลอยู่เหมือนกันว่าในที่สุดแล้ว
ดีไซเนอร์ เบบี้ จะถูกขยายไปสู่การแสวงหา
ประโยชน์ในทางอื่นๆ ไม่นับรวมถึงการกลายเป็น
ธนาคารอวัยวะชนิดหนึ่ง เช่น อาจจะสร้างเด็กขึ้นมา
ด้วยความต้องการไตสักข้าง อะไรแบบนี้ เป็นต้น
แม้พ่อแม่อาจจะมีสิทธิตัดสินใจช่วยชีวิตลูกก็เถอะ
แต่ช่วยชีวิตโดยการไปดึงอะไรออกมาจากลูกที่
ถูกกำหนดให้เกิดเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เป็นเรื่องที่ต้อง
ใคร่ครวญกันไม่น้อย และน่าจะต้องติดตามกันไปใน
ระยะยาวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดีไซเนอร์ เบบี้ เหล่านี้
ความเป็นห่วงผลกระทบในแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ไปถึงชีวิตภายภาคหน้าของดีไซเนอร์ เบบี้ แง่มุม
ทางจริยธรรม รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดของผู้คนใน
วงกว้างเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นรายงานของ
คณะกรรมาธิการพันธุกรรมมนุษย์ในอังกฤษ เพื่อ
ให้เกิดการอภิปรายถกเถียงไปสู่ข้อสรุปที่เหมาะสม
เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่
อยากปั้นจินตนาการเกี่ยวกับความรูสึกนึกคิดของ
ดีไซเนอร์ เบบี้ ให้สุดสุดไปเลย ต้องไปหา "อะคิระ"
มาอ่านหรือดูกันนะครับ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชั้นเยี่ยม
เรื่องหนึ่งที่มีมานานนับสิบๆ ปีแล้ว

