2006/Mar/06

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ออกจากบ้านราวเที่ยง
เอาหมูแช่แปข็งมาวางไว้ข้างนอก ตั้งใจว่า
จะทำพะโล้แห้ง หลังจากพาคุณปรายไปเรียนดรออิ้ง
ที่อาร์ติโน่ นัั่งรอจนเงกซดกาแฟไปสองถ้วย สี่โมงเย็น
ออกจากเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ไปการ์ฟู ซื้อหมูเพิ่มมาอีก
สองชิ้น พอถึงบ้าน อ้าวคุณน้ำเอาหมูกลับเข้าช่องแข็งซะนี่

แต่ไม่เป็นไรครับ ตั้งน้ำบนเตาใส่หม้อ พอเดือดหรี่ไฟใส่
หมูทั้งหมดห้าชิ้นใหญ่ลงไป ตามด้วย ซอสหอยนางรม
แบบมีเนื้อหอย นิดหน่อย ตามด้วยพริกกไทย และ
เครื่องเทศเท่าที่มี คือ ลูกกระวาน ใบกระวาน การพลู
อบเชย โป๊ยกั้ก และซีอิ้วดำอีกสองเหยาะ บวกกับมิริน
หน่อยหนึ่ง โดยไม่ลืมต้นหอม ขิง และ กระเทียมปอก

ตำรับนี้อ่านมาจากข่าวสด เขียง มะขาม บอกสูตรไว้
จำได้คลับคล้ายคลับว่าเป็นพะโล้แห้ง หรือ หมูเย็นอะไร
แบบเนียะ สูตรเขาเอาไปแช่ตู้เย็นด้วย แต่คิดว่าประยุกต์
แบบเอามาย่างกับกระทะ อาจจะหอมดี

เคี่ยวหมูไปประมาณสองชั่วโมง เปื่อยดีก็เอาหมูขึ้น
เคี่ยวน้ำต่อ ระหว่างนั้นก็ผัดถั่วลันเตากับน้ำปลา
โดยตั้งน้ำมันให้ร้อนตัด เทลงไปใช้ตะหลัวพลิกไปมาสามสี่ที
เหยาะพริกไทยลงไป หยิบน้ำตาลทรายด้วยนิ้วหัวแม่มือ
กับนิ้วชี้ใส่ลงไปด้วย แล้วตักขึ้นไว้เป็นเครื่องเคียง

น้ำพะโล้ที่เคี่ยวใส่น้ำมันงาลงไปด้วยปิดไฟเมื่อใกล้งวด
เหลือไว้เป้นน้ำเกรวี่ จากนั้นตั้งกระทะบนไฟ เอาหมูลงไป
ปิ้ง พอให้ด้านนอกเกรียมๆ เอาหมูขึ้นใส่จาน เทน้ำ
ที่เคี่ยวเอาไว้ลงกระทะ เสียงเดือดฉ่า ขูดกระทะเสียหน่อย
แล้วปิดไฟ ตักราดลงบนหมู

พอเสร็จก็เอาไปนั่งโจ้ก่อนใคร อืมมม รสชาติ ก็อร่อยดี
หอมหวนชวนรับประทานเป็นที่ยิ่ง

เช้านี้มาถึงที่ทำงาน หยิบเอาหนังสือพิมพ์มาดูสูตรเขาอีกอี
เอ้า...ตาลละวา ผิดหมดเลย

ผิดตั้งแต่ชื่อเลยเพราะของเขาคือ เนื้อเย็น ไม่ใช่
(หมู)พะโล้แห้ง ผิดถัดมาคือ หอมใหญ่ ไม่ใช่ต้นหอม
อย่างที่สองคือ ขั้นตอนต่างกันเยอะ เครื่องเทศเขาก็
ไม่มากชนิดเท่า

แหะๆ แต่สูตรเราก็อร่อยไปอีกแบบ ไม่เป็นไร เย็นนี้
ทำเนื้อเย็นอีกที แล้วจะถ่ายรูปมารายงาน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เฮะๆๆ ถึงจะเพี้ยนแต่ก็ยังน่าอร่อยอยู่ค่ะ

<< Home