ทหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ - เล็งหานายกฯ ตั้งรัฐบาลใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดการเมืองไทยก็มาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อีกครั้ง เมื่อกองทัพซึ่งคาดหมายว่านำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก กระทำการยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายน ทั้งนี้ การยึดอำนาจเริ่มขึ้น เมื่อมีรถบัส 30 คัน บรรทุกทหารหน่วยรบพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามายังกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก จากนั้นมีรถถังนับสิบคันเข้าตรึงสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 5 ตัดรายการปกติ เข้าสู่รายงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ คาดว่าคณะผู้ก่อการพยายามเข้าไปยึดไม่ให้รัฐบาลใช้เป็นกระบอกเสียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ฝ่ายทหารรุกคืบยึดอำนาจ ปรากฏความเคลื่อนไหวในฟากรัฐบาล โดย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อม พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้าหารือเป็นการด่วนที่สวนรื่นฤดี "ทักษิณ" ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสู้ ขณะที่ภายในทำเนียบรัฐบาล ได้มีการสั่งการให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาล กระจายกำลังรักษาความปลอดภัยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด กระทั่งเวลา 21.30 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามายังทำเนียบ โดยได้เลี่ยงขึ้นทางด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า โดยเมื่อลงจากรถมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่สนใจที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด จากนั้น ตำรวจรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบสั่งให้สื่อมวลชนทุกแขนงออกจากบริเวณตึกไ ทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 21.40 น. พล.ต.อ.ชิดชัยเดินทางตามมาสมทบที่ทำเนียบ โดยได้นำรถมาจอดบริเวณประตูด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ได้ลงจากรถยนต์ หลังจากเพียง 5 นาที นพ.พรหมินทร์เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมให้คนติดตามนำเอกสารเป็นกระเป๋าใบใหญ่ และขึ้นรถของ พล.อ.ชิดชัย ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยให้รถของ นพ.พรหมินทร์ขับตามออกไป ทั้งนี้ มีกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ จะออกอากาศสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท เพื่อประกาศจุดยืนทางการเมือง จนกระทั่งเมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ต่างประเทศ ส่งสัญญาณเสียงเข้ามาทางช่อง 9 เพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดและตะกุกตะกักในบางจังห วะ โดยในคำประกาศ ได้มีคำสั่งปลด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก เข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเข้ารายงานตัวกับพล.ต.อ.ชิดชัย นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งมอบอำนาจผู้กำกับงานตามสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ ผบ.สส.เป็นหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทันอ่านแถลงการณ์จบ ก็ถูกตัดสัญญาณทางโทรทัศน์ทันที โดนสั่งตัดสัญญาณทิ้งทันที" ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องหลังการตัดสัญญาณออกอากาศของ พ.ต.ท.ทักษิณทิ้งนั้น ได้มีทหารพร้อมอาวุธบุกเข้าไปช่อง 9 พร้อมตะโกนสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ทางเจ้าหน้าที่ช่อง 9 จึงตัดสัญญาณทันที ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวระบุว่า รัฐมนตรีหลายคนถูกควบคุมตัว ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าทหารได้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ คณะปฏิรูปประกาศยึดอำนาจแล้ว ต่อมาเวลา 23.00 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องประกาศว่า เนื่องด้วยขณะนี้ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลไว้ได้แล้ว และไม่ได้มีการขัดขวาง เพื่อเป็นการรักษาควาสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงขอความร่วมมือประชาชนในการให้ความร่วมมือ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย สำหรับท่าทีต่างประเทศนั้น รายงานข่าวจากทำเนียบขาว สหรัฐระบุว่า ได้รับทราบข่าวด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทยและกำลังหาข้อมูลรายละเอ ียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเก็บตัวอยู่ที่โรงแรมเกรนด์ ไฮแอท นิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่พักในเกาะแมนฮัตตัน อยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติไม่มากนัก ทหารราบกองพัน 1 รอ. คุมบ้าน "แม้ว" ต่อมาเมื่อเวลา 23.07 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี มีทหารจากทหารราบ กองพันที่ 1 รอ. เดินทางเข้ามารักษาความปลอดภัยรอบบริเวณบ้าน พร้อมทั้งปิดซอยทางเข้าบ้านทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับทางเข้าสถานีช่อง 9 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกอากาศประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถูกทหารสั่งตัดสัญญาณนั้น มีนายทหารเข้าควบคุม พร้อมนำเครื่องกีดขวาง ไม่ให้ผ่านเข้า-ออก ต่อมาเวลา 23.20 น. พล.ต.ประภาส ศกุนตนาค ที่ปรึกษา ททบ.5 อดีตโฆษกช่อง 5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปฯ ดังนี้ "เนื่องด้วยขณะนี้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้าควบคุมสถานการณ์ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลไว้ได้แล้ว และไม่มีการขัดขวาง เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองจึงขอความร่วมมือประชาชนในกา รให้ความร่วมมือ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย" ขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เดินทางออกจากกองทัพบกเมื่อเวลา 23.45 น. พร้อมทั้งคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ท่ามกลางกระแสข่าว ทหารสามารถจับกุมตัว พล.ต.อ.ชิดชัย และพล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 นายกฯ ไว้ หลังจาก พล.ต.ประภาส ประกาศคณะปฏิรูปฯ เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกประชุมภายในที่บ้านพระอาทิตย์ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีมาพบ ขณะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณทางเข้า-ออก "สุรเกียรติ์" ประกาศเป็นรบ.ถูกกม. เก้อ อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 22.50 น. นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในนครนิวยอร์กกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นโดยยืนยันว่า รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในไม่ช้า แต่กลับมีการต่อต้าน ทั้งที่ควรใช้การเลือกตั้งเป็นทางออก เพราะขณะนี้ประเทศไทยเดินมาไกลแล้ว ควรหาทางออกภายใต้กระบวนการประชาธิปไตย เมื่อถูกถามว่า ขณะนี้รถถังออกมาวิ่งตามท้องถนนในกรุงเทพฯ แล้ว อยู่ที่นิวยอร์กจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ นายสุรเกียรติ์กล่าวว่า ไม่ได้เห็นภาพเพราะไม่มีโทรทัศน์อยู่ตรงหน้าจึงไม่ทราบว่าเหตุการณ์เป็นอย่า งไร แต่ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว หลังจากนี้ทาง ผบ.สส. ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายคงจะ รายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวให้รักษาการนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป และเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ในไม่ช้า ขณะที่สื่อต่างชาติพากันเสนอข่าวปฏิวัติในไทยอย่างต่อเนื่องทันทีหลังการยึด อำนาจสำเร็จในเบื้องต้น โดยซีเอ็นเอ็นและบีบีซีเสนอภาพการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่สหประชาชาติควบคู่กับภาพข่าวเหตุการณ์ในประเทศไทย พร้อมกับขึ้นตัววิ่งเกี่ยวกับความคืบหน้าของเหตุการณ์ในไทยตลอดเวลา สลับกับการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ และการรายงานข่าวของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศในไทยด้วย "ทักษิณ" ยังเชื่อจะควบคุมสถานการณ์ได้ ต่อมาซีเอ็นเอ็นและบีบีซีถูกตัดสัญญานทำให้ไม่สามารถติดตามข่าวสารจากสถานีข ่าวดังกล่าวได้ ขณะที่มีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ที่นครนิวยอร์กยังคงเชื่อมั่นว่า จะสามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และยังคงยืนยันที่จะเดินทางกลับตามเวลาเดิม พร้อมกันนี้มีข่าวด้วยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในถ้อยคำที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งมีกำหนดจะขึ้นพูดในเวลา 19.00 น. วันที่ 19 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 06.00 น. วันที่ 20 กันยายน ตามเวลาในประเทศไทยด้วย "หน่อย" ชี้ยังยื้อต่อรอง-มึนสถานะรมต. ทางด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ "มติชน" จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเวลา 23.50น.ว่า หลังจากเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้รับแจ้งจากทางไทยว่า มีรัฐประหารเกิดขึ้น เดิมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดกลับประเทศไทยในวันที่ 19 กันยายน ได้เลื่อนการเดินทางกลับก่อน "สำหรับดิฉันจะต้องเดินทางไปเปิดงานที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กับม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานโครงการหลวง เพื่อร่วมเปิดงานกับรัฐมนตรีของเบลเยียม จะเดินทางไปตามกำหนดเดิมแต่จะให้ ม.จ.ภีศเดช เป็นประธานร่วมกับฝ่ายเบลเยียม" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ไม่ต้องการที่จะให้เกิดการนองเลือด แต่เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ทราบว่ามีการเจรจาต่อรองกันอยู่ ทางฝ่ายรัฐประหารยังไม่สามารถยึดหน่วยราชการได้ทั้งหมด จึงไม่ทราบสถานะของรัฐมนตรีว่าเป็นอย่างไร "พล.อ.สนธิ" เป็นหน.ปฏิรูปการปค. พล.ต.ประภาส อ่านประกาศคณะปฏิรูปอีกครั้ง เมื่อเวลา 23.50 น. โดยหลังจากการประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 1 สักครู่ ได้มีการประกาศแถลงการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ระบุว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กระทั่งเวลาเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 20 กันยายน พล.อ.สนธิเดินทางออกจากกองทัพ พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังสวนดุสิต โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เดินทางไปสมทบ ประกาศกฎอัยการศึกห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อ 00.15 น. วันที่ 20 กันยายน มีรายงานข่าวแจ้งว่า ฝ่ายทหารและตำรวจที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ระดมกำลังกันที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ จากนั้นคณะปฏิรูปออกประกาศฉบับที่สองเมื่อเวลา 00.20 น. ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง โดย พล.ต.ประภาสได้ออกประกาศแถลงการณ์เพิ่มเติม ความว่า "ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประ มุข ได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยตามที่ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน แล้วนั้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดกับประชาชนทั้งประเทศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงป ระกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครลงวันที่ 19 กันยายน 2549 ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 เวลา 21.05 น. ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549 ลงชื่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูป" จากนั้น เวลา 00.25 น. พล.ต.ประภาศ ประกาศแถลงการฉบับที่ 2 เรื่องการห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ให้ทหารทุกนายไปรายงานตัว ณ ต้นสังกัด ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังออกจากที่ตั้งปกติโดยเด็ดขาด ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากคณะปฏิรูป ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระ ประมุข เลิกรธน.-วุฒิสภา-ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมาเวลา 00.40 น. วันที่ 20 กันยายน พล.ต.ประภาสอ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูป ฉบับที่ 3 ความว่า ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ได้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศไว้เรียบร้อยแล้วนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศ คณะปฏิรูปจึงให้ 1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 สิ้นสุดลง 2.วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง พร้อมกับรัฐธรรมนูญ 3.องคมนตรีคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป 4.ศาลทั้งหลายนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ คงมีอำนาจในการพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมายและตามประกาศคณะปฏิรูป ลงวันที่ 19 กันยายน 2549 ลงชื่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฎิรูป เล็งหานายกฯ "สุรยุทธ์-อุ๋ย" ปัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังยึดอำนาจสำเร็จ คณะปฏิรูปพยายามเฟ้นหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยติดต่อทาบทามผู้มารับตำแหน่งหลายคน อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ จึงได้ทาบทามนายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด โดยอยู่ระหว่างการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงชื่อม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่อยู่ระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกที่ประเทศสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม "มติชน" ได้สัมภาษณ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทาม กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในห้องพัก ความเคลื่อนไหวก่อนการปฏิวัติ วันที่ 20 ก.ย. 2549 รายงานข่าวเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวก่อนหน้าที่จะมีการยึดอำนาจรัฐบาล "ทักษิณ ชินวัตร" เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.ย. ว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 19 ก.ย.มีกระแสข่าวลือออกมาอย่างหนักหน่วงว่า จะมีทหารก่อการปฏิวัติ กระแสข่าวลือดังกล่าวยังได้ระบุถึงการเคลื่อนกำลังของหน่วยทหารหลายแห่ง อาทิ 1.เคลื่อนจากหน่วยบัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี 2.เคลื่อนจากกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 4 กองพัน 3.เคลื่อนจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 5 กองพัน 4.เคลื่อนกำลังพลจากกองพันทหารม้าที่ 23 และกองพันทหารม้าที่ 24 จากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ 5.เคลื่อนกำลังจากกองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี ก่อนข่าวลือจะแพร่สะพัดดังกล่าว ได้มีเบาะแส ที่ไม่ปกติ บางอย่างเกิดขึ้น โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกประชุมผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกรายงานไปยังแกนนำสำคัญในรัฐบาลทันที และแกนนำผู้นั้นได้แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก และสั่งให้มีการตรวจสอบข่าวอย่างเคร่งเครียด และนั่นเอง เริ่มทำให้ข่าวการปฏิวัติแพร่งพรายออกมาสู่ภายนอก ด้านหนึ่งถูกมองว่าเป็นการจงใจให้ข่าวนี้ออกมา เพื่อ ดักคอ หากใครคิดจะทำอะไร ขณะที่อีกกระแสหนึ่งก็ระบุว่า อาจจะเป็นหวั่นไหวของฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทย ที่มีการเช็คข่าวกันถี่ยิบ เพราะกลัวว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นได้ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศเร็วขึ้น ส่อให้เห็นความไม่ปกติชัดเจนขึ้นตามลำดับ?!? ในท่ามกลางกระแสข่าวการปฏิวัติดังกล่าว มีการรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เดินทางเข้าพบ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ที่บ้านเกษะโกมล โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเช็คไปทางนายทหารคนสนิทของ ผบ.ทบ.แล้ว รับแจ้งว่าไม่มีการเข้าพบแต่อย่างใด เมื่อเวลา 20.45 น. ผู้สื่อข่าวซึ่งสังเกตการณ์ที่กองบัญชาการกองทัพบก เห็นรถบัสบรรทุกทหาร พร้อมอาวุธครบมือ 30 คัน เดินทางเข้ามาโดย ไม่รู้วัตถุประสงค์ ขณะที่เว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล ได้เผยแพร่คำพูดของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้ทหารและประชาชนอย่าเชื่อข่าวลือ ปฏิวัติ แต่คำตอกย้ำว่า การปฏิวัติเป็นเพียงข่าวลือของพล.อ.ธรรมรักษ์ ก็กลับกลายเป็นข่าวจริงในที่สุด |

