ใกล้วาระแล้ว เอาของเก่าตั้งแต่สามปีก่อนมาให้อ่านกัน
ซานตา คลอส
แม้จะผ่านพ้นเทศกาลคริสต์มาสมาแล้ว แต่โฆษณาชิ้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองไทยก็ยังชวนให้คิดต่อ โฆษณาชิ้นนั้นบอกในทำนองว่า ซานตา คลอส ไม่มีจริง แต่ที่ห้างนั้นมีของทุกสิ่งให้เลือกซื้อหาได้
โฆษณาชิ้นนี้สะท้อนถึงลัทธิบริโภคนิยมอย่างถึงแก่นของมัน โดยปราศจากความเมตตาสงสารต่อ"จินตนาการ" ของเด็กๆ ถึงแม้ว่าในเมืองไทยคนส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือคริสต์ และไม่ได้มีความเชื่อในเรื่องซานตา คลอส ก็ตามที แต่มันก็เป็นการทำโฆษณาที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ ่งเป้าหมายสุดท้ายก็คือ "เงิน" โดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น
พอดีได้อ่านเรื่องหนึ่งใน เอบีซีนิวส์ มีเนื้อหาบางส่วนที่สอดคล้องกันพอดี โดยอาศัยตำนานที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2440 หรือประมาณร้อยปีกว่าที่ผ่านมา
เรื่องเกิดขึ้นจากเด็กหญิง เวอร์จิเนีย โอแฮนลอยส์ วัยแปดขวบ เขียนจดหมายไปยังหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ซัน เพื่อถามว่า ซานตา คลอส มีจริงหรือไม่ และขอให้ตอบในฉบับวันถัดมา เพราะเธอเชื่ออย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ซานตา คลอส มีจริง แต่เพื่อนของเธอบางคนไม่เชื่อ เธอก็เลยต้องการคำตอบ
จดหมายดังกล่าวส่งผ่านยังมือของ ฟรานซิส เชิร์ช บรรณาธิการ และคำตอบก็กลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา คำตอบทั้งหมดยาวหน่อย แต่สรุปสั้นๆ ก็คือ "จ้ะ เวอร์จิเนีย ซาน ตาคลอส มีจริง ท่านมีอยู่แน่นอนเหมือนกับที่ความรัก ความเมตตา และการเสียสละมีอยู่" คนทั่วๆ ไปมารู้ว่า ฟรานซิส เชิร์ช เป็นผู้ตอบก็เมื่อหลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้วในอีกเก้าปีถัดมา
สำนักข่าว เอบีซีนิวส์ ย้อนรอยคำถามของเด็กน้อยและคำตอบของฟรานซิสกลับมาอีกในปีนี้ ด้วยคำถามที่ดัดแปลงไปเล็กน้อย และคำตอบซึ่งแตกต่างออกไปในรายละเอียด
ผมว่าเนื้อหาทันสมัยและน่าอ่านดี เลยขออนุญาตแปลมาเลย
เวอร์จิเนีย เพื่อนของเธอเข้าใจผิด เรามีชีวิตอยู่ในห้วงเวลาที่แปลกมาก โลกซึ่งคนที่ฉลาดกว่าทว่าชอบถากถางคนอื่นอ้างว่าไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งจริงแท ้ แต่ก็ไม่เคยพลาดโอกาสที่จะบอกกับเด็กว่าความจริงแท้คืออะไร
พวกเขาเล่าเรื่องเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยรูปแบบต่างๆ นานาไปจนถึงเพลงและการ์ตูน ให้เธอกับเพื่อนๆ ฟัง เพื่อนของเธอฟังและยอมรับ
ส่วนเธอนั้นต้องขอชม เธอฟังและตั้งคำถามกับสิ่งที่ได้ยิน
จ้ะ เวอร์จิเนีย ซานตา คลอส มีจริง ฉันรู้ว่าหากเธอท่องเว็บเธอจะพบกับลิงก์จำนวนมากที่บอกว่าเขาเป็นแค่เรื่องเ ล่าในนิทาน หรือแย่กว่านั้นก็ว่าเป็นเรื่องตลก มากกว่าจะบอกว่าเขามีตัวตนจริง ที่น่าเศร้าที่สุดก็คือเว็บที่บอกว่า ซานตา คลอส เป็นไปไม่ได้ กวางบินไม่ได้ หรือ ไม่มีทางที่ใครจะออกเยี่ยมบ้านมากมายขนาดนั้นได้ในคืนเดียว
เรื่องเหล่านี้เขียนขึ้นโดยผู้ใหญ่ที่สับสน ผู้ไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ และอยากบังคับให้เด็กๆ คิดตามเขา พวกเขาเรียกมันว่า "การยึดกับสิ่งที่เป็นจริง"
แต่เวอร์จิเนีย เราจะไม่เชื่อปาฏิหาริย์ได้อย่างไรกันล่ะ ลองมองไปรอบๆ ตัวเธอสิ มีปาฏิหาริย์อยู่ทุกหนทุกแห่ง และก็แปลกพิกล ปาฏิหาริย์จำนวนมากสร้างขึ้นโดยคนคนเดียวที่บอกเธอว่าอย่าเชื่อมัน (ผู้ใหญ่ก็ตลกแบบนี้แหละ)
ลองคิดถึงเรื่องนี้ดู มีความเป็นไปได้มากว่าจักรวาลทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วยเส้นที่มองไม่เห็น การสั่นสะเทือนของเส้นเหล่านี้ก่อให้เกิดแกแลกซี่ นกบลูเบิร์ด อะตอม และดอกแดฟโฟดิล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง จักรวาลทั้งมวลอาจถูกสร้างขึ้นมาจากดนตรี
นั่นไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรอกหรือ และไม่ใช่ปาฏิหาริย์อีกด้วยหรือที่มนุษย์ สัตว์โลกกระจ้อยร่อยบนดาวเคราะห์กระจิดริดตรงมุมหนึ่งของทางช้างเผือก สามารถจินตนาการสิ่งนั้นขึ้นมาได้
ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ชิพ การปลูกถ่ายอวัยวะ หรือยานโวยาเจอร์ สามารถออกไปจากระบบสุริยะ ล้วนแล้วแต่เป็นปาฏิหาริย์ทั้งนั้น แต่ก็ยังมีปาฏิหาริย์อื่นๆ อีกที่ใกล้ตัวเรามาก
ทุกวันเมื่อเธอเดินไปตามถนน ผ่านห้างร้าน เธอพบกับคนจำนวนมากที่หอบข้าวของพะรุงพะรัง บางคนมีอดีตที่น่าขนพองสยองเกล้า บางคนป่วย บางคนหวาดกลัว และหลายคนมีภาระและความรับผิดชอบที่เกินกว่าจะแบกรับ บางคนกำลังตาย ทว่า เธอไม่มีทางรู้ด้วยเพียงแค่การมองดู บางคนอาจจะอยู่ในบ้านเธอเองด้วยซ้ำ
ทุกเช้าพวกเขาตื่นขึ้น ยิ้ม แล้วออกไปสู่โลกภายนอก พยายามทำให้มันดีขึ้น พวกเขาคือคนที่กล้าหาญมากๆ สิ่งซึ่งพวกเขาทำในแต่ละวันไม่ได้เป็นปาฏิหาริย์น้อยไปกว่ากำเนิดของดวงดาวเ ลยแม้แต่น้อย
หากไม่เชื่อใน ซานตา คลอส เธอก็น่าจะไม่เชื่ออี-เมล์, อิเล็กตรอน หรือ หลุมดำ ไม่มีใครเคยเห็น ซานตา คลอส แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มี ซานตา คลอส ไม่เคยมีใครเห็นกว๊าก หรือคอมพิวเตอร์ บิต แต่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ามันไม่มีอยู่จริง
สิ่งที่จริงที่สุดในโลกคือสิ่งซึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่สามารถมองเห็นไ ด้ การค้นพบใหม่ๆ อันยิ่งใหญ่และการกระทำอันมหัศจรรย์จากความเมตตาปรานีของมนุษย์เกิดขึ้นทุกว ัน
ไม่มีใครสามารถคิดหรือจินตนาการถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่มองไม่เห็นหรือไม่สามารถเห็นได้ทั้งหมดในโลกหรอก

