ดาวเทียมดวงเก่าของจีนที่กลายเป็นเป้าการทดลองเป็นดาวเทียมเก่าซึ่งใช้งานทางด้านอุตุนิยมวิทยา โคจรอยู่ในระดับสูงจากพื้นโลกมากกว่า 865 กิโลเมตร ถูกทำลายไปในวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ตอนแรกนั้นทางฝ่ายอเมริกาโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติเปิดปากเรื่องนี้ด้วยท่าทีไม่สบายใจว่าการทดสอบอาวุธอวกาศของจีนดังกล่าวไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสองประเทศที่จะร่วมไม้ร่วมมือกัน หรือพูดตรงๆก็คือ ไม่เห็นด้วยที่จีนจะพัฒนาและทดสอบอาวุธอวกาศ ทั้งๆที่จะว่าไปแล้วในโลกนี้ อเมริกาเองเป็นหนึ่งในสองประเทศที่พัฒนาและทดสอบอาวุธอวกาศประเภทเดียวกันนี้ไปแล้ว อีกประเทศ คือ รัสเซีย
ไม่เพียงอเมริกาจะเคยทำเองเมื่อราวปี 2528 แต่เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลบุช ยังปฏิเสธคำขอของนานาประเทศให้ทำข้อตกลงยุติการทดสอบอาวุธอวกาศ โดยแก้ไขนโยบายอวกาศไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วยืนกรานที่จะให้มีเสรีภาพในการปฏิบัติการด้านอวกาศ ทำให้ฟังดูแปลกๆ เพราะด้านหนึ่งปฏิเสธข้อเรียกร้องให้หยุดพัฒนาและทดสอบ แต่อีกด้านหนึ่งกลับป่าวร้องไม่ให้คนอื่นๆทำ อ้างเหตุผลไปต่างๆนานา
นอกจากยืนกรานสงวนสิทธิที่จะใช้เสรีภาพในการปฏิบัติการทางอวกาศ คำประกาศของอเมริกาในนโยบายอวกาศใหม่นั้นยัง คัดค้านความพยามใดๆที่จะสร้างระบบกฏหมายหรืออื่นๆที่จะห้ามหรือจำกัดการเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากอวกาศอีกด้วย
เดิมทีประเทศที่มีศักยภาพและแข่งกันทางด้านอาวุธอวกาศนั้นมีเพียงอเมริกา กับ รัสเซีย ถึงตอนนี้มีจีนใส่เข้าไปอีกประเทศ ความสำเร็จในการทดลองเป็นเครื่องยืนยันอีกด้วยว่าจีนก็กำลังพัฒนาศักยภาพขึ้นไปเพื่อให้ทัดเทียมกับอีกสองมหาอำนาจ
อาวุธอวกาศ หรือ สเปซ วีพอน มีอยู่หลายแบบ เช่น จากพื้นดินขึ้นไปในอวกาศ และ จากอากาศไปในอวกาศ กับอีกแบบก็คือ เป็นอาวุธอวกาศในความหมายที่แท้ นั่นคือ ยิงใส่กันจากดาวเทียม จะเรียกดาวเทียมพิฆาตก็ว่าได้ ไอ้ดาวเทียมพิฆาตที่ว่านี้ ความจริงคิดค้นกันมาตั้งแต่สมัยโรนัลด์ เรแกน โน่น นัยว่าเป็นอาวูธลำแสงเลเซอร์ ที่ยิงออกมาจากดาวเทียม จนถึงวันนี้ดาวเทียมพิฆาตที่ว่านี้ยังไม่ไปถึงไหน แต่ถามว่าเลิกหรือเปล่า ตอบได้ว่าคงไม่เลิก อีกแบบหนึ่งที่เชื่อว่าอเมริกาเองกำลังพัฒนาก็คือการยิงจากดาวเทียมลงมายังเป้าหมายที่อยู่บนโลก
ประเด็นสำคัญของการพัฒนาอาวุธอวกาศนั้น ไม่ใช่การไปแย่งชิงทรัพยากรนอกโลก (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) แต่เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์อันมหาศาล ที่เกิดจากดาวเทียมซึ่งโคจรอยู่รอบโลกจำนวนมากนั่นเอง ทุกวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายๆด้าน ถ้าต้องการให้เศรษฐกิจเป็นง่อย ก็โน่นละครับ สอยดาวเทียมที่ใช้งานพวกนี้ให้ร่วง ตลาดเงิน ตลาดทุน การติดต่อสื่อสารอินเทอร์เน็ต ถล่มกันระเนนได้อย่างแน่นอน
ขนาดสายเคเบิ้ลใต้น้ำขาดเมื่อเร็วๆนี้ ทำให้บางส่วนของเอเชียตัดขาดจากซีกโลกตะวันตก ยังเกิดผลกระทบไม่น้อยในหลายๆประเทศ
อเมริกาเป็นประเทศที่พึ่งพิงดาวเทียมค่อนข้างมากในแทบทุกด้าน นอกจากเศรษฐกิจซึ่งเป็นเรื่องสำคัญแล้ว ยังเรื่องความมั่นคง และรวมไปถึงการนสอดแนมประเทศอื่นๆด้วย มากกว่าครึ่งหนึ่งของดาวเทียมทางทหารจำนวน 270 ดวงนั้น เป็นของอเมริกา รัสเซียรองลงมามี 85 ดวง ส่วนดาวเทียมทั้งหมดทุกประเภทในอวกาศของทุกประเทศมีประมาณ 800 ดวง
แม้ว่าวันนี้ดาวเทียมส่วนใหญ่จะอยู๋ในวงโคจรสูงขึ้นไปอีกระดับ(high orbit) ไม่ใช่วงโคจรต่ำระดับเดียวกับดาวเทียมที่จีนทำลาย เช่น ดาวเทียมจีพีเอส ที่ใช้สำหรับระบบชี้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อยู่สูงขึ้นไปกว่าสามหมื่นกิโลเมตรจากพื้นโลก นั่นแปลว่าหากเกิดสงครามทำลายดาวเทียมกันจริงๆวันนี้พรุ่งนี้ ดาวเทียมของอเมริกาน่าจะยังคงปลอดภัยอยู่ พูดง่ายๆว่าเทียบสมรรถนะทางอวกาศกันจริงๆ จีนยังห่างอยู่หลายขุม แต่ของแบบนี้คงไม่ยากหรอกครับสำหรับจีน ไม่งั้นโลกจะยอมรับว่าเป็นมหาอำนาจได้หรือ
การทดสอบอาวุธอวกาศของจีนในครั้งนี้ยังกระตุ้นให้สายเหยี่ยวในอเมริกาออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพัฒนาอาวุธอวกาศของตนเองให้มากขึ้นด้วย แต่ก็มีผู้เชียวชาญทักท้วง และแนะให้รัฐบาลอเมริกาเคลื่อนไหวตามข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตีโพยตีพายหรือเพ้อถึงสงครามอวกาศ
สองสามวันก่อนอ่านข่าวนักวิทยาศาสตร์บอกว่าโอกาสที่มนุษย์จะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์บนโลกอย่างแน่นอนด้วยการพุ่งชนของอุกกาบาตที่เชื่อว่าเคยทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เรื่องนั้นอยู่ในกรอบเวลาตั้งหนึ่งล้านปี
กว่าจะไปถึงวันนั้น มนุษย์คงฆ่ากันตายเองหมดเพราะสงครามทำลายล้างด้วยสารพัดอาวุธที่พัฒนากันขึ้นมาไม่หยุด
ที่แน่ๆตอนนี้ ข่าวสารจากอเ้มริกาบอกว่าตรวจพบขยะอวกาศขนาดประมาณลูกเบสบอล
ในวงโคจรประมาณห้าร้อยกว่าชิ้น ซึ่งเป็นเศษชิ้นส่วนดาวเทียมที่จีนทำลายนั่นเอง ไม่นับรวมเศษชิ้นที่เล็กกว่านั้น เบ็ดเสร็จขยะในวงโคจรระดับนี้เพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง
องค์การนาซ่าว่าจะสร้างปัญหากับดาวเทียมในวงโคจรเดียวกัน และกับ กระสวยอวกาศอื่นๆ
สงสัยว่าดาวเทียมดวงหนึ่งกระจุยไป เพิ่มขยะอวกาศ 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วไอ้ 90 เปอร์เซ็นต์เดิมนั้น เป็นฝีมือใคร...???

