
พลังงานทางเลือกในบ้านเราจะว่าไปแล้วค่อนข้างจะอาภัพอับวาสนา เพราะผู้คนให้ความสนใจกันไม่มากนัก เนื่องจากมันไม่ใช่ของ
ทำเองใช้เองได้ง่ายๆ อาจเป็นไปได้ในระดับชุมชน
ซึ่งก็มีอยู่บ้างประปรายในบางชุมชนที่แสวงหาพลังงานทางเลือกของ
ตัวเอง แต่มันก็น้อยอีกนั่นแหละครับ โดยมากแล้วเราก็อยู่กันไป หน่วยงานด้านพลังงานก็จะคิดเรื่องพลังงานในขอบเขตขนาดใหญ่มาก
กว่า เพราะฉะนั้นวันนี้เรา(หมายถึงเขา)มองไปถึงพลังงานนิวเคลียร์กัน
อีก
นึกถึงอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลแล้วก็ยังสยองๆอยู่กับพลังงานนิวเคลียร์ นี่ยังไม่นับรวมเรื่องการกักเก็บกากเชื้องเพลิงนิวเคลียร์ซึ่งจนทุกวันนี้ยังหา
วิธีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกันไม่ได้
หลายครั้งที่ผมเคยคิดว่าเรามีทางออกเรื่องพลังงานอยู่ที่การสร้างพลังงาน
ทางเลือกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในขอบเขตเล็กๆ ทั้งระดับชุมชน ระดับ
ครัวเรือน ซึ่งมันจะไปช่วยลดความต้องการพลังงานในระบบใหญ่ลงไปได้ พลังงานแสงอาทิตย์น่ารจะเป็นตัวเลือกที่ผลักดันได้และทำได้
แต่ความคืบหน้าในเรื่องนี้เหมือนหนอนกระดืบๆไป ได้แต่เห็นว่า
มันแพง โดยไม่ใส่งบประมาณและความทุ่มเทวิจัยพัฒนาให้มันจริงๆจัง ๆ
ไม่มีอะเจนด้า หรือวาระร่วมแห่งชาติอะไรในเรื่องพวกนี้เลย ในระดับครัวเรือน เราก็ได้แต่พร่ำบ่น"ประหยัดไฟๆ"ซึ่งมันไม่ไปถึงไหน
จริงๆแล้วในเมืองไทยผมได้ยินมาว่ามีคนเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหรือ
สิทธิบัตรที่จะผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์ได้ แต่เหมือนว่ายังหาเงินทุน
ไม่ได้จนบัดนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
เมื่อวันก่อนอ่านข่าวเจอว่า มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย นิวเจอร์ซีย์ คิดค้นวิธีผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นมาได้ด้วยวิธีง่ายๆ ชนิดทำเอง
ได้ที่บ้าน โดยอาศัยแค่เครื่องพิมพ์ หรือ อิงค์เจ็ต พรินเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ
ไปนี่เองสั่งพิมพ์ออกมาแล้วก็เอาไปติดบนหลังคาหรือตรงไหนก็ได้ที่เป็น
จุดรับแสงแดดเพื่อให้มันผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เราใช้ในบ้าน
ฟังดูเหมือนสิ่งที่ผมฝันไว้ใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
เพราะถ้าระดับครัวเรือนสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องพลังงาน การผลิตไฟฟ้าแบบขนานใหญ่ก็จะลดความจำเป็นลงไปโดยปริยาย เราก็ไม่ต้องไปขวนขวายหาแหล่งพลังงานใหม่ๆอีกต่อไป
ปัจจุบันแผงพลังงานแสงอาทิตย์นั้นใช้วัตถุดิบสำคัญคือ ซิลิกอน
บริสุทธิ์ แบบเดียวกับที่ใช้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ ซึ่งกระบวนการให้ได้
มาซึ่งซิลิกอนบริสุทธิ์นั้น ผู้บริโภคทั่วๆไปทำเองไม่ได้ ต้องพึ่งพา
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แผงพลังงานแสงอาทิตย์แพงก็เพราะเหตุนี้ ทั้งที่พื้นฐานของซิลิกอนก็คือเม็ดทรายนั่นเอง
แผงพลังงานแสงอาทิตย์ของ ดร.ซัมแนท มิทรา แห่ง เอ็นเจไอที
แทนที่จะมาจากซิลิกอน กลับเป็น ออร์แกนนิค โซลาร์ เซล ที่ใช้ โพลีเมอร์ ซึ่งทำได้ถูกและง่ายมากกว่ากันมาก เมื่อแสงตกกระทบนบนออร์แกนนิค
โซลาร์ เซล จะเกิดประจุไฟฟ้าขั้วบวกและลบ
ถ้าแยกประจุส่งออกไปยังอิเลคโทรดก็จะเป็นกระแสไฟฟ้าส่งต่อไปให้
ใช้ได้โดยตัวแผงจะใช้คาร์บอน นาโนทิวบ์ ที่สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้
ดีกว่าลวดทองแดง ประกอบกับ คาร์บอน บัคกี้บอล เข้าเป็นโครงสร้าง
ลักษณะคล้ายงู บัคกี้บอลจะเป็นตัวจับอิเลกตรอนเมื่อแสงแดดส่องมายัง
โพลีเมอร์ จากนั้นคาร์บอน นาโนทิวบ์ จะเป็นตัวทำให้อิเลคตรอนหรือ
กระแสไฟฟ้าไหลออกมา
ตามแนวคิดของ ดร.มิทรา เมื่อได้ออกมาอย่างนี้ก็เอาไปพรินต์ด้วย
เครื่องพรินต์ลงบนแผ่นที่จะเอาไปทำแผงพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ
อาจจะเอาไปทาเหมือนทาสี ทีนี้หลังคาบ้าน กำแพง ผนัง รั้วๆ หรือ
กระทั่งตัวรถก็สามารถจะกลายเป็นแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบทำเองได้
เราอาจจะเรียกมันว่าสีหรือหมึกพลังงานแสงอาทิตย์ก็ได้ง่ายดี ...
แต่ระหว่างนี้ ฝันกันไปก่อน รอเขาทำได้เมื่อไรเราก็นำเข้ามาใช้
ตามวิถีแบบไทยๆ



