2007/Nov/24

 

http://farm1.static.flickr.com/47/188989171_4cf49c8dc4.jpg

(ภาพจาก july 2006 American Scientific article )

เรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการวิทยาศาสตร์เมื่อไม่กี่วันมานี้ก็คือรายงานเกี่ยวกับการสร้างสเต็ม เซล หรือ เซลต้นแบบจากผิวหนังของมนุษย์ที่ทีมงานวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นและอเมริกาประกาศความสำเร็จเบื้องต้นออกมา จะช่วยให้ศาสตร์แขนงนี้ก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะความหวังที่จะเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของมนุษย์ ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อสร้างอวัยทดแทนหรือเข้าไปซ่อมสร้างส่วนที่เสียหาย

ที่น่าจะไปได้รวดเร็วกว่าเดิมก็เพราะวิธีการเก่าในการสร้างสเต็ม เซลนั้น เป็นการสร้างจากเซลตัวอ่อนมนุษย์  ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งอย่างยิ่งในแง่จริยธรรม การวิจัยค้นคว้ายังถูกจำกัด เนื่องจากตัวอ่อนมนุษย์ที่ได้มานั้น ถูกทำลายไปในที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไม่กี่วันก็ตาม โดยไม่ต้องเป็นนักจริยธรรมที่เคร่งครัดอะไรนัก คนก็ยังน่าจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อย เว้นแต่มนุษย์บางจำพวกเท่านั้นที่ยอมทุกวิถีทางที่จะเอาชนะภาวะเกิดเ แก่ เจ็บ ตาย

สำหรับวิธีใหม่ในการสร้างสเต็ม เซลนั้น ใช้วิธีนำเอาเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์มาสอดใส่ยีนสี่ตัวเข้าไปภายใน มันจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงโครโมโซมของเนื้อเยื่อผิวหนังเป็นเซลว่างเปล่าที่สามารถจะเปลี่ยนไปเป็นเซลของร่างกายมนุษย์ 220 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง เลือด กระดูก ฯลฯ หลังจากนั้นเอาไปเพาะเลี้ยงพื่อนำมาใช้สำหรับทดแทนหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้ดีดังเดิม โรคภัยไข้เจ็บที่ว่ายากๆหรือรักษาไม่ได้ก็จะง่ายขึ้นในอนาคต

ถึงแม้สเต็ม เซลที่สร้างขึ้นจากเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์จะไม่ใช่สเต็ม เซลจริงๆ แต่มันก็คล้ายและทำหน้าที่ได้เหมือนสเต็ม เซล

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นทดลองสร้างสเต็ม เซลจากเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ได้เป็นผลสำเร็จ  ใช้สเต็ม เซลที่ได้มาสร้างเนื้อเยื่อสมองและหัวใจ หลังจาก 12 วันผ่านไป กลุ่มเซลที่นำไปเพาะเลี้ยงในห้องทดลองก็เติบโตขึ้นเป็นกล้ามเนื้อหัวใจก็เริ่มเต้นตุบๆ

ยังกับไอ้ที่เราเห็นในการ์ตูน ในในนิยายวิทยาศาสตร์ หรือในนหนังไซ-ไฟ นั่นเลยเชียว

วิธีนี้นอกจากก้าวข้ามอุปสรรคในเรื่องจริยธรรมแล้ว ยังน่าจะหมดปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับสิ่งแปลกปอลมจากภายนอกของร่างกายมนุษย์ และตัดปัญหาเรื่องการถ่ายโรคภัยอื่นๆที่อาจจะติดมาจากเซลผู้อื่นด้วย ในท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแพทย์แบบรักษาเฉพาะคนจริงๆ  และง่ายกว่าวิธีศึกษาทดลองกันอยู่ที่ต้องใช้ตัวอ่อนมนุษย์และเทคนิคการโคลนนิ่ง

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทดลองการสร้างสเต็ม เซลจากผิวหนังนี้ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกไม่น้อย ทั้งกรรมวิธี และ การศึกษาถึงอันตรายหรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในเวลานี้ยังไม่รู้ เนื่องจากกระบวนการในการสอดใส่ยีนส์สี่ตัวเพื่อเข้าไปจัดการกับเนื้อเยื่อผิวหนังนั้น อาศัยไวรัสเป็นตัวช่วย  ยังไม่มีใครรู้ว่ามันจะนำปัญหาอะไรตามเข้าไปด้วย โอกาสของการปนเปื้อนมีมากน้อยแค่ไหน

โฉมหน้าของการศึกษาเรื่องสเต็ม เซลจะพลิกเปลี่ยนไปจากนี้อีกมากและรวดเร็วกว่าเดิม  ไม่เหมือนโฉมหน้าการเมืองไทยครับ ไม่เปลี่ยนเลย วันก่อนเคยนั่งอมสากร่วมรัฐบาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้า พรหม วันนี้กลับมาต่อสู้พื่อความเป็นธรรมด้วยการร้องขอต่อยูเอ็น องค์กรที่ลูกพี่เคยประกาศกร้าวว่าไม่ใช่พ่อ

ก็ยังน่าดีใจครับว่าพวกนี้ยังมีสำนึกในเรื่อง"ความเป็นธรรม" อยู่ในหัวใจบ้าง ไม่ต้องรอใครแอบขูดผิวหนังไปสร้างสเต็ม เซลเพื่อช่วยรักษาใหม่ให้หายด้านชา

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืมมม
มนุษย์ ค้นคว้า ก้าวหน้า ไปเรื่อยๆ แฮะ
แต่เมื่อไหร่จะ มี โดเรม่อนซะที- -a
หรือว่ามันเป็นไปไม่ได้ ?
ขนาด ไอ้ แบบนี้ยังทำได้เลย- -a
#1  by  My Playground At 2007-11-24 16:14, 
น่าทึึ่งมากเลยครับ อ่านๆไปเเล้วยังหลงนึกว่ายังกับหนังการ์ตูนเลย ฟังดูเหมือนอีกไม่กี่ร้องปี เราอาจจะหลุดจากวงโคจรเกิดเเก่เจ็บได้ก็ได้... วิชาศาสคร์วิชาความรู้คงต้องมาพร้อมๆกันกับ "ความเป็นธรรม" จริงๆล่ะครับ
#2  by  q At 2007-11-24 16:40, 
ทิ้งท้ายได้คมๆ

พวกเราคงตายก่อนที่เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ทดแทนจะใช้ได้จริง ซึ่งนับว่าโชคดีมากแล้วครับ open-mounthed smile
#3  by  PastelSalad At 2007-11-24 16:55, 
ลืมฮอต Hot!
#4  by  PastelSalad At 2007-11-24 16:55, 
มนุษย์อะไรคือคำว่าพอ..
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของที่เกิดมาพร้อมกับชีวิตอยู่แล้ว..Hot!
#5  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2007-11-24 17:21, 
สาธุ ขอให้ทดลองได้ผลเร็วๆค่ะ ความหวังของมวลชลcry
#6  by  Variety-Phet At 2007-11-25 08:07, 
stem cell ในคนเราก็มี เช่นในไขกระดูก
ว่าแต่เราต้องไปเลาะกระดูกใครต่อใครมารึเปล่าน้า

บลอกน่าอ่านดีค่ะ วันหลังจะเข้ามาอ่านอีกนะคะ
#8  by  Akirin At 2007-11-25 11:11, 
ทุกสิ่งย่อมมีทั้ง 2 ด้าน เช่นเดียวกับเหรียญที่มี 2 หน้า
อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นมันหรือไม่

อย่ามัวแต่พัฒนาให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวอยู่เลย
หันมาช่วยกันดูแลโลกใบเล็กๆ ที่เราอาศัยกันอยู่ด้วยเถิด
confused smile
#9  by  jamezard At 2007-11-25 13:25, 
น่าสนใจดีจัง เราว่าอาจจะเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมความงามเป็นอย่างแรกล่ะมั้ง มีความรู้สึกอย่างนั้น
#10  by  Jasmine✿Lala~ At 2007-11-25 15:22, 
ยัง"น่า"จะหมดปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับสิ่งแปลกปอลมจากภายนอกของร่างกายมนุษย์ และตัดปัญหาเรื่องการถ่ายโรคภัยอื่นๆที่อาจจะติดมาจากเซลผู้อื่นด้วย

ทำไมถึง "น่า" หละครับ??
สรุปแล้วมันเป็นยังไงอ่ะ มีผลอะไรกับคนรับรึเปล่า

แต่ทิ้งท้ายได้ดีครับ big smile
#11  by  -redstar- At 2007-11-25 20:48, 
เรามีลูกแต่สมองเค้าไม่พัฒนา พัฒนาแต่ส่วนที่เป็นสมองซีกซ้ายและขวาแต่ก็ไม่เต็ม แต่ส่วนกลางที่เกี่ยวกับการทรงตัวไม่มีคือสมองส่วนหลังนั่งเอง ทุกวันนี้เค้ายังพูดไม่ได้ แต่พอนั่งได้บ้าง กินเองไม่ได้ ยืนและเดินก็ไม่ได้ แม้แต่เรียกคำว่าแม่ยังยากสำหรับเค้า ขอให้พัฒนาจนใช้ได้จริงทีเถอะ จะได้มาสร้างสมองของลูกที่ขาดหายไป เค้าจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ ตอนนี้เค้าเกือบ 4 ขวบแล้ว อย่างน้อยขอให้เค้าช่วยตัวเองได้บ้างก็ยังดี จากไม่เคยหวังว่าลูกจะปกติเหมือนคนอื่น ตอนนี้ดีใจอย่างน้อยก็ยังเป็นความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับแม่คนนึงที่อยากเห็นลูกเรียกแม่ หรือ บอกว่าหิวได้บ้าง ใครมีข้อมูลที่เยอะกว่านี้ช่วยติดต่อมาหน่อยนะค่ะ mengmung@hotmail.com
#12  by  แม่ที่รักลูก (124.157.200.62) At 2007-11-27 09:27, 

<< Home