พรรคพวกโทรศัพท์มาบอกว่าให้ช่วยประชาสัมพันธ์การทำประชาพิจารณ์เรื่อง “ครีเอทีฟ คัมมอนส์” หน่อย เพราะตอนนี้แปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจาก ครีเอทีฟ คัมมอนส์ อินเทอร์เนชั่นแนลแล้ว หลังจากผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ก็คงเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักและนำไปใช้กัน
ผมเคยเขียนถึง ครีทีฟ คัมมอนส์ มานานตั้งแต่สมัยแรกๆ จนตัวเองก็จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าในเมืองไทยไม่ค่อย มีคนสนอกสนใจเท่าไรนัก นอกจากบางกลุ่มบางพวกเล็กๆ ผ่านเว็บไซต์บางแห่งเท่านั้น ยินดีอยู่เหมือนกันครับที่มีทำเป็นภาษาไทยเพื่อจะให้มันแพร่หลายออกไป
ครีเอทีฟ คัมมอนส์ คือ รูปแบบสัญญาอนุญาตการใช้ลิขสิทธิ์ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความสุดโต่งสองด้าน
ด้านหนึ่ง ก็คือ การคุ้มครองเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเคร่งครัดเต็มที่ สะท้อนออกให้เห็นได้ในกฏหมายลิขสิทธิ์ที่มีฝรั่งมังค่าเป็นต้นแบบ
แล้วยัดเยียดมันให้กับบรดาประเทศที่ด้อยกว่าไปทั่วโลก (เวทีการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศช่วงนั้นถ้าใครจำได้ มันหยดติ๋ง ชนิดสร้างหนังฮอลลีวู้ดได้สบายๆ )
อีกด้านหนึ่งก็คือการไม่ยอมรับความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใดๆ นำผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นไปใช้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งก็อปปี้ ลอกเลียน ดัดแปลง อย่างเสรีไม่มีขีดจำกัดใดๆ
บนพื้นฐานความเชื่อว่างานสร้างสรรค์ของมนุษย์นั้นไม่ได้ลอยมาจากอากาศ แต่มันสืบทอดต่อยอดกันมาจากของเก่าๆ อะไรต่อมิอะไรจึงได้พัฒนาขึ้นมา สัญญาอนุญาตการใช้ลิขสิทธ์แบบ ครีเอทีฟ คัมมอนส์ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยให้การสร้างสรรค์ยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงักลงด้วยรูปแบบของกฏหมายลิขสิทธิ์สมัยใหม่
แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความเคารพต่อผู้เป็นเจ้าของงานด้วย
นั่นก็คือ เมื่องานสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งเกิดขึ้นมา ซึ่งมีกฏหมายลิขสิทธิ์ครองอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เว้นแต่เจ้าของลิขสิทธิ์จะอนุญาตเป็นอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพวาด งานเขียน ภาพถ่าย หรือ แม้กระทั่งซอฟต์แวร์ ฯลฯ เจ้าของงานก็อาจจะเลือกสัญญาอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์แบบใดแบบหนึ่งของครีเอทีฟ คัมมอนส์ ที่มีอยู่ด้วยกันรวมแล้วถึง 11 แบบ
เช่น อนุญาตให้นำไปใช้ได้อย่างสรี จะดัดแปลงตกแต่งแก้ไขอย่างไรก็เชิญ แต่ต้องอ้างอิงเจ้าของผลงาน หรือ นำไปใช้โดยไม่ดัดแปลง หรือ ห้ามนำไปใช้ทางการค้า หรือ นำไปแก้ไขดัดแปลงได้ แต่ต้องให้ผลงานใหม่ใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกัน เป็นต้น
ล่าสุดดูเหมือนมีรูปแบสัญญาอนุญาาตใหม่ขึ้นมาอีกแบบ นั่นก็คือ อนุญาตให้ใช้ฟรีเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
(รายละเอียดลองเข้าไปอ่านกันที่ www.cc.in.th
ก็แค่ติดโลโกครีเอทีฟ คัมมอนส์ ตามเงื่อนไขหรือรูปแบบสัญญาอนุญาตกำกับไว้ที่ผลงาน ก็จะเป็นที่รู้กันว่างงานชิ้นนั้น คนอื่นสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่อย่างไรด้วยเงื่อนไขแบบไหน
รูปใหญ๋ข้างบนโน้น เอามาจาก Flickr.com เจ้าของ ใช้โลโกอย่างที่เห็น หมายถึงภาพถ่ายชิ้นนีใช้ครีเอทีฟ คัมมอนส์ แบบมาตรฐาน ก็คือเอาไปทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อได้ โดยมีข้อแม้เดียวเท่านั้นคือต้องอ้างอิงถึงเจ้าของงาน
ดูอีกแบบหนึ่ง อันนี้ของผมเองใช้กับภาพบน Flickr เหมือนกัน
หมายถึงใครจะ ทำซ้ำ หรือเอาไปเผยแพร่ได้ แต่ห้ามตัดต่อ ดัดแปลง ห้ามทำเพื่อการค้า และ ต้องอ้างอิงถึงเจ้าของงาน
แต่ธรรมดาของมนุษย์ละครับ
ความโน้มเอียงที่จะให้งานของตัวเองเป็นแบบคุ้มครองลิขสิทธิ์เต็มที่
หรือ All Right
Reserved ย่อมมากกว่าอยู่แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น
ที่เว็บไซต์ Flickr.com
ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับการแบ่งปันรูปภาพโดยตรง
โดยเทคโนโลยียังเอื้อให้นำภาพไปแสดงบนหน้าเว็บอื่นๆอย่างสะดวกหลากหลายวิธีและรูปแบบ
Flickr
ส่งเสริมและสนับสนุนการแบ่งปันมากกว่าใช้ลิขสิทธิ์เต็มร้อย
โดยมีรูปแบบต่างๆของ ครีเอทีฟ
คัมมอนส์ ให้เจ้าของภาพเลือกตัดสินใจเอาเอง
จะเป็น All Right
Reserved หรือ Some
Right Reserved แบบไหนก็ได้
จะเห็นว่าเป็นส่วนน้อยที่เลือกใช้ ครีเอทีฟ คัมมอนส์
แต่มาคิดอีกแง่หนึ่ง คนจำนวนมากที่ใช้บิรการ Flickr.com อาจจะไม่รับรู้อะไรเลยในเรื่องครีเอทีฟ คัมมอนส์ ที่มีให้เลือก ก็ได้แต่อัพโหลดรูปขึ้นไปเท่านั้น ค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ในกรณีไม่เลือกอะไรเลยจะเป็นแบบ All Right Reserved หมด
ยังไงก็อย่าลืมแวะเข้าไปแสดงความคิดเห็นเรื่อง ครีเอทีฟ คัมมอนส์ ภาคภาษาไทยกันหน่อยนะครับ ที่ www.cc.in.th
edit @ 1 Dec 2007 00:09:50 by cyborg9


