2007/Dec/17

 

http://farm1.static.flickr.com/200/480699585_f54b1fcd94.jpg

Photo By jhritz


พูดถึงเรื่องพลังงานไฟฟ้ากันทีไรในบ้านเรา วิธีคิดก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้พลังงานทางเลือกเกิดยาก เพราะต้องเกิดกันเองตามบุญตามกรรม ซึ่งมันไม่พอ ในขณะที่แหล่งพลังงานเริ่มจะจำกัดมากขึ้นทุกที ภาครัฐก็มองไปที่พลังงานแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จอย่างเช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือ พลังงานนิวเคลียร์

เรื่องพลังงานทางเลือกหากทำกันก็ดูจะเป็นของแถมที่ไม่ได้หวังผลอะไร

ประเทศในยุโรปหลายประเทศ ซึ่งรวยกว่าเราทั้งนั้น แต่ให้ความสนใจกับพลังงานทดแทนในรูปแบบของการกระจายอำนาจมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ในเยอรมันนีมีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าทางเลือกจากเครื่องผลิตขนาดเล็กที่เรียกว่าไมโคร เจนเนอเรเตอร์ ที่เห็นกันง่ายๆก็คือแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านคนนั่นละครับ มีทั้งหมดราวๆ 300,000 เครื่อง

มีส่วนในการป้อนกระแสไฟฟ้าทดแทนให้กับประเทศได้ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กจากพลังงานที่นำกลับมาใช้ได้จะได้ผลตอบแทนกลับมาราว 8-10 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน ซึ่งบ้างก็ใช้เงินได้จำนวนนี้เป็นค่าผ่อนบ้านไป

ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอังกฤษมองเห็นแล้วคงจะมานึกถึงตัวเองว่าบ้านช่องอาคารต่างก็มีหลังคารับแสงแดดเหมือนๆกัน แล้วทำไมถึงจะไม่เอาอย่างเขาด้วยการอาศัยหลังคาบ้านเป็นโรงงานไฟฟ้าบ้างที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบนอกเหนือจากการใช้กันเองในแต่ละบ้าน

เมื่อไม่นานมานี้พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษก็เลยประกาศแผนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้เครื่องผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงจากแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป้าหมายคือทำให้หลังคาบ้านและอาคารธุรกิจจำนวน 1 ล้านหลังคากลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี

จะกระตุ้นให้ค้นติดแผงพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ กังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟใช้เองและขายเข้าระบบ ก็ต้องมีแรงจูงใจด้วยการรับซื้อกระแสไฟฟ้าในราคารับประกันเป็นเวลาอย่างน้อยยี่สิบปี เท่ากับมีรายได้จากการลงทุน โดยประกันราคารับซื้อไปอีก 20 ปีเป็นอย่างน้อย พร้อมกับการแก้ไขกฏหมายให้การติดตั้งระบบผลิคไฟฟ้าขนาดเล็กตามบ้านเรือนง่ายขึ้นกว่าเดิม

เพื่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในส่วนของบ้านเรือนและอาคารธุรกิจขนาดเล็ก หรือ ไม่เกิน 250 วัตต์ เอื้อให้ง่ายขึ้นกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อาจจะนำเงื่อนไขนี้ไปใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีระบบพลังงานไฟฟ้าในตัว

โดยกฏหมายที่จะออกมานั้นบังคับการรับซื้อกระไฟฟ้าในราคาประกันเอาไว้เลย ซัพพลายเอร์ หรือ ผู้ขายไฟฟ้าจะต้องรับซื้อโดยไม่มีทางเลี่ยง เชื่อว่ามาตรการกระต้นหรือสร้างแรงจูงใจดังกล่าวนี้เมื่อมีผลบังคับใช้ จะเป็นตัวกระตุ้นตลาดจนทำให้ราคาเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ ไมโคร เจนเนอเรเตอร์ลดลงมาเรื่อยๆ

เดวิด คาเมรอน ผู้นำพรรคอนุรักษ์ขฯของอังกฤษไม่พูดเปล่า แต่ลงทุนติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมบนหลังคาบ้านตัวเองไปด้วยเป็นตัวอย่าง

นี่คือการเปลี่ยนวิธีคิดแบบจากบนลงล่างเป็นแบบจากข้างล่างขึ้นบน กระจายอำนาจการผลิตไฟฟ้าออกไปสู่ครัวเรือนแต่ละครัวเรือน แทนที่จะต้องพึ่งแต่ศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งนอกจากจะลดภาระโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ลงได้ไม่น้อยแล้ว ยังช่วยลดการสร้างมลภาวะลงด้วย

เป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านครัวเรือนนั้นเป็นเป้าหมายเริ่มต้น ซึ่งเอากันจริงๆแล้วมันก็คงจะทำกันได้แทบทุกบ้านนั่นแหละ

และกว่าจะไปถึงสิบปี เชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่ๆในการผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์คงจะเกิดขึ้นมาในต้นทุนที่ถูกลงกว่าปัจจุบัน หลังคาบ้านอยู่อาศัยและอาคารก็จะกลายเป็นโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาได้

แน่นอนว่ามันคงมีรายละเอียดอีกเยอะที่จะไปสู่จุดนั้น แต่มันต้องเริ่มต้นที่"คิด"และพยายามทำออกมา

ไม่ใช่ฝันหาแต่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่กันลูกเดียวโดยไม่แบ่งใจให้ทางเลือกที่เป็นไปได้อื่นอีกเลย ทั้งเยอรมันนี ทั้งอังกฤษรวยกว่าเราไม่รู้กี่เท่า เขายังรู้จักคิด

edit @ 17 Dec 2007 21:23:27 by cyborg9

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมว่าข้อนึงที่บ้านเราไม่นิยมใช้โซล่าเซลล์เพราะแดดบ้านเราแรงสู้บ้านเค้าไม่ได้...
#1  by  kaitobaka At 2007-12-17 19:04, 
^ จากคอมเมนต์บน
...แต่ร้อนสู้แดดบ้านเขาได้แน่นอนเลยเค่อะ

ที่สู้ไม่ได้ คงจะเป็นการให้ประชาชนลงทุนติด solar cell และปัญหาในการปันส่วนที่จะถูกยักยอกโกงกิน ฯลฯ มากกว่า

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าควรจะใช้ระบบผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก แทนคิดหาวิธีสร้างโรงไฟฟ้าใหญ่ๆได้แล้ว
#2  by  PoY At 2007-12-17 20:58, 
งึม... น่าคิดมากค่ะ... ว่าทำไมถึงยังทำไม่ได้

... เอ๊ะ หรือจะรู้คำตอบกันอยู่แล้ว? sad smile
#3  by  Choco At 2007-12-17 21:01, 
แดดไม่แรงตรงไหนคะ ไอ้หน้้าร้อนร้อนตั้ง 40 องศา แถมยังมีแดดส่องตลอดทั้งปีอีก แต่ที่บ้านเมืองเราไม่นิยมอย่างนึงเพราะว่ามันพังยาก แถมปลอดภัยเกินไป(อ๊ะยังไง)
#4  by  *~citrus~* At 2007-12-17 22:56, 
คงจะติดเรื่อง ตัง นี่ล่ะ...

อยากรู้อยู่เหมือนกันอ่ะครับว่าถ้าอย่างบ้าน
2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1ห้องครัว
1ห้องนั่งเ่ล่น

จะเสียค่าใช้จ่ายเยอะรึป่าวอ่ะครับ
ถ้าไม่เยอะเกินงบ ผมว่าน่าสนมากๆเลยนะครับ
จะได้ช่วยประหยัดค่าไฟด้วย อิอิconfused smile
#5  by  robocon At 2007-12-17 23:00, 
บ้านเราแดดร้อน จริงครับ

แต่ไม่ใช่ว่ายิ่งแรงยิ่งได้เยอะเสมอไปนะ

โซล่าร์เซลล์แค่มีแสงมันก็ทำงานแล้ว ไม่ต้องแรงมากมาย เอาแค่แดดตอนเก้าโมงก็พอ
แดดแรงไปจะเสียเอาซะอีก

และนอกจากแดดร้อน บ้านเราก็มีเมฆ มีฟ้าครึ้ม ไม่เหมือนประเทศแถบกลางทวีป อย่างเยอรมัน อเมริกา ที่แดดส่องทั้งวันทั้งปี นานๆทีจะมีฝนตกเมฆครึ้ม


ส่วนตัวแล้วผมว่าบ้านเราไบโอดีเซลดีกว่านะ
แต่ถ้าจะสั่งติดโซล่าร์เซลล์ไว้ที่หลังคาบ้านคนทั่วกรุงเทพ ก็คงจะดีไปอีกแบบ
#7  by  น่าทีทำนะครับ เกาหลี (210.95.9.7) At 2007-12-18 09:33, 
พูดถึงแสงแดดในบ้านเรา เกินพอครับที่จะผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทอิตย์ไม่ได้เป็นข้อจำกัดเลย บ้านต้นแบบในกทม.ที่กฟผ.ทำ ปริมาณหน่วยไฟที่ได้ต่อปีสูงกว่าในยุโรปหรือญี่ปุ่นเกือยเท่าตัว

ข้อจำกัดอยู่ที่วิธีคิดครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณคิดแต่เรื่องพลังงานแบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่ ครม.ก็เลยอนุมัติงบประมาณตั้ง 2,000 ล้านบาทสำหรับการโฆาณาประชาัสมพันธ์ความดีความงามของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ในเวลา 5 ปีเพื่อเตรียมจะทุ่มอีกสองแสนล้านสำหรับสร้างมันขึ้นมา ขณะที่งบประมาณด้านพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ละปีมีแค่เศษเงิน เพราะในหัวของรัฐบาลหรือเทคโนแครตด้านพลังงานเห้นแต่โรงไฟฟ้าใหญ่ๆอย่างเดียว
#8  by  cyborg9 At 2007-12-18 10:22, 

<< Home