Photo
by another jutta
เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นข่าวบริษัท อีเอ็มไอ เลหลังซีดีเพลงในประเทศไทย เป็นข่าวล่ามาเรือเกลือ เพราะรู้เอาวันสุดท้ายเข้าไปแล้ว แต่ข่าวน่าสนมใจก้ตรงที่ อีเอ็มไอ ประเทศไทยบอกว่าจะเลิกธุรกิจขายเพลงบนแผ่นซีดี แล้วหันไปพัฒนาการขายเพลงที่เป็นไฟล์ดิจิตัลแทน เหตุผลก็เพราะแผ่นเถื่อนและการดาวน์โหลดแบบผิดกฏหมายมากมายจนอยู่ไม่ได้
ที่จริง อีเอ็มไอ นั้นถือเป็นน้องเล็กในสี่ยักษ์ใหญ่วงการเพลงของโลกเชียวนะครับ แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันธุรกิจเพลงปัจจุบันสถานการณ์ระส่ำระสาย ยอดขายลดลงต่อเนื่องกันทุกปีมาหลายปีแล้ว และตามการคาดการณสำหรับอีเอ็มไอก็์ยังจะลดลงอีกปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อไปเรื่อยๆ
อีเอ็มไอ เป็นหนึ่งในสี่ยักษ์ใหญ่ที่ปรับยุทธศาสตร์มาหารูปแบบการขายเพลงแบบไฟล์ ดิจิตัลก่อนคนอื่น ปลดการเข้ารหัสล็อคการก็อปปี้ ด้วยการขายเพลงในฟอร์แมทที่เรารู้จักกันดีคือ เอ็มพี 3 ล่วงหน้ากว่าใคร ทว่าการปรับตัวของค่ายเพลงยักษ์เหล่านี้ดำเนินมาค่อนข้างช้ากว่าความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิถีชีวิตผู้คน
ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็นๆ และเป็นเหตุผลสำคัญยิ่งกว่าการไม่มีผลงาน"โดนๆ" ออกมาสู่ตลาดอย่างที่ว่ากันด้วยว่าช่วงก่อนคริสต์มาส ค่ายอีเอ็มไอมีเพลงติดอันดับ ท็อป 75 แค่ 6 อันดับ เพราะปัญหามันเป็นไปทั้งวงการ ใหญ่โตกว่าการไม่มีเพลงฮิตติดตลาดเยอะ
ไม่กี่เดือนก่อนหน้าโน้นผู้ถือหุ้นใหญ่ อีเอ็มไอ ถอดใจให้บริษัท เทอร์รา เฟอร์มา ซึ่งเป็นบริษัทลงทุน หรือ วาณิชธนกิจใหญ่เข้ามาเทกโอเวอร์กิจการไป เป็นเรื่องตื่นเต้นกันในวงการเพลงต่างประเทศโดยเฉพาะในอเมริกา แต่ใน่เมืองไทยไม่ค่อยมีใครพูดถึง
เทอร์รา เฟอร์มา เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการการเงิน เข้ามาแบบงุนงงอยู่ไม่นานก็เริ่มใช้ความเชี่ยวชาญในเรื่องตัวเลข สั่งลดตั้งทุนอย่างทั่วด้าน ต้นทุนอย่างหนึ่งที่ถูกทบทวนอย่างเข้มงวดกคืือยอดแผ่นซีดีส่งคืนจากผู้ค้าปลีก ตัวสร้างความสูญเสียมากที่สุดของบริษัท เพราะปีที่แล้วมียอดคืนทั้งวหมด 65 ล้านแผ่น คิดเป็นค่าใช้จ่ายราวๆ 7,000 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงยอดการส่งไปยังผู้ค้าปลีกสูงเกินความเป็นจริงของตลาดไปมาก
สำหรับในเมืองไทยนั้นถึงกับประกาศเลิกขาย อาจจะแสดงว่ามันเกินจริงไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในเมื่อขายไม่ได้ก็ไม่รู้จะขายไปทำไม
นอกจากการสั่งลดค่าใช้จ่ายอย่างทั่วด้านแล้ว กาย แฮนด์ ผู้บริหาร เทอร์รา ฟอร์มา ยังให้มีการประเมินศิลปินในค่ายกันใหม่ และรวมไปถึงมาตรการล่าสุดที่ดูว่าเด็ดขาดก็คือ ตั้งเป้ากำไรเอาไว้ว่าหากไม่ถึง 150 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 10,000 ล้านบาท ภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า ก็จะไม่จ่ายโบนัส
กาย แฮนด์ ออกมาจวกศิลปินในค่ายแรงๆว่าเอาแต่ได้ แทนที่จะช่วยๆกัน ก็โดนจวกกลับเช่นกัน โดย พอล แมคคาร์ตนีย์ แห่งสี่เต่าทองในอดีต ที่เผ่นออกไปก่อนล่วงหน้าแล้วว่า อีเอ็มไอ ขาด จินตนาการ หรือ เเรดิโอเฮด ซึ่งเอาเพลงมาให้ดาวโหลดฟรี พอใจค่อยจ่ายเงิน ก็ไปเซ็นสัญญาออกอัลบัมใหม่กับค่ายอื่นแทนอีเอ็มไอที่ทำงานกันมานาน โดยให้เหตุผลว่า กาย แฮนด์ ไม่เข้าใจธุรกิจเพลง
การปฏิรูป อีเอ็มไอ ครั้งใหญ่เหล่านี้ก่อผลสะเทือนพอสมควรกับวงการ หลายมองว่านักธุรกิจโดยเฉพาะนักการเงินนั้นเข้ากันไม่ได้อย่างยิ่งกับศิลปิน ซึ่งต้องการการดูแลจัดการอีกแบบ
edit @ 21 Dec 2007 16:57:25 by cyborg9


