2008/Jan/08

The image “http://farm2.static.flickr.com/1340/846200094_b41c31580b.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

Photo by Paul Jacobson

บทความหนึ่งในนิตยสารดิ อิโคโนมิสต์ ซึ่งเป็นนิตยสารภาษาอังกฤษทีพอเอาเป็นหลักในหลายๆเรื่องได้ พูดถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีปีนี้ หรือปี 2551 ไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในแนวโน้มที่ว่านั้นคือ เทคโนโลยีแบบเปิด โดยยกรูปธรรมก็กรณี ไอโฟน โทรศัพท์อัจฉริยะของแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เป็นตัวอย่าง

ใครๆ ก็รู้ว่า  แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์  เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีแบบปิดอย่างชนิดแน่นหนามาก ทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ตอนที่ทำ ไอโฟน ออกมา นั้นปิดล็อคหมดทุกด้าน แม้กระทั่งเครือข่ายที่จะใช้กับโทรศัพท์ที่ทำออกมาขายก็ จะผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเท่านั้นตามแต่จะตกลงกันทางธุรกิจ เอาไปเปลี่ยนซิมใช้กับเครือข่ายอื่นๆไม่ได้

โทรศัพท์ออกมาไม่กี่วัน ก็โดนแฮคให้ใช้เครือข่ายอื่นได้ ใช้ในประเทศอื่นๆได้

แน่นอนว่าแอปเปิ้ลเลือกวิธีแก้เกมด้วยการหาทางปิดล็อค พออัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม ่ เครื่องใครที่ผ่านการแฮคไปใช้เครือข่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนด ก็เจ๊งไปตามระเบียบ   แต่การแฮคก็มีใหม่มาอีก   ตามแก้กันไปก็คงไม่ไหว พูดง่ายๆว่าถึงจะพยายามปิดแค่ไหนก็จะมีคนเปิดมันออกมาได้อย่างรวดเร็วแล้วบอกต่อ  และไม่ใช่แฮคให้สามารถใช้กับเครือข่ายไหนก็ได้อย่างเดียว  มันนำไปสู่ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆบนโทรศัพท์ที่ไม่ถูกปิดกั้นไปด้วย

ในขณะเดียวกันสภาวะแวดล้อมของโลกไม่เอื้ออำนวยให้ใครจะผูกขาดหรือปกปิดเทคโนโลยีของตัวเอง

ความเสมอภาคในการเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่หลายประเทศกำหนดเป็นมาตรฐานทางกฏหมาย เช่น ซื้อโทรศัพท์มาเครื่องหนึ่ง ผู้ซื้อต้องสามารถเลือกที่จะใช้บริการเครือข่ายไหนก็ได้อย่างเสรี ปิดกั้นกันไม่ได้ และห้ามปิดกั้นด้วย

ในเยอรมันนี แอปเปิ้ลจึงถูกบังคับด้วยกฏหมายให้ปลดล็อคดังกล่าวออกไป ถ้ายังอยากจะขายในประเทศของเขา คล้ายๆกับกรณีเครื่องเล่นเพลงในฝรั่งเศส ถ้าจะล็อคก็ไม่ต้องเอาไปขาย

นี่คือแนวโน้มที่  ดิ อิโคโนมิสต์  มองว่ามันจะสะท้อนให้เห็นในปีนี้ ที่เทคโนโลยีจะเปิดกว้างมากขึ้น เพราะในแง่ความรู้ทางเทคโนโลยีมันเท่าทันกันจนปิดก็ไม่ไหว ขณะเดียวกันมีภาคบังคับของรัฐบาลในหลายๆประเทศที่ไม่ยอมให้ปิด ขณะที่ประโยชน์เห็นๆตกอยู่กับประชาชนหรือผู้บริโภค

อีกปรากฏการณ์หนึ่งก็คือ กรณีบริษัท เอสซีโอ ซึ่งซื้อระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มาหลายปีก่อนหน้านี้ และอาศัยสิทธิ์ดังกล่าวฟ้องร้องต่อศาลกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ลงแรงจริงจังกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการลินุกซ์ โดย เอสซีโอ กล่าวอ้างว่า ลินุกซ์ ใช้โค้ดบางส่วนของยูนิกซ์ การไล่ฟ้องร้องของ เอสซีโอ มีส่วนให้การพัฒนาลินุกซ์โดยรวมเกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้าย ไอบีเอ็มเป็นฝ่ายชนะคดีความ ในขณะที่ เอสซีโอ เข้าสู่การพิทักทรัพย์ของศาลเพราะไปไม่รอด

หลังจากศาลตัดสินกรณีพิพาทให้ไอบีเอ็มชนะ  ค่ายลินุกซ์แต่ละค่ายก็บุกทะยานกันอย่างสนุกสนาน

บริษัทขายคอมพิวเตอร์หมดความกังวลใจที่จะขายเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งระบบปฏิบัติการลินุกซ์ในท้องตลาด ผมเชือว่าหลายคนที่มองเห็นการเติบโตของลินุกซ์ในระยะหลังๆมานี้อาจจะมองไม่เห็นประเด็นทางกฏหมายที่เป็นตัวถ่วงนี้มาก่อน พอปลดออกก็คล้ายกับการเปิดเขื่อน

แน่นอนว่าในส่วนของลินุกซ์  เดสค์ท็อป คอมพิวเตอร์ "อูบุนตู" โดดเด่นและมาแรงมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ เป็นเทคโนโลยีแบบเปิดเต็มที่อย่างในอุดมคติ ที่เรียกกันว่าเป็นโอเพ่นซอร์ส หรือซอฟต์แวร์แบบเปิด หรือ ซอฟต์แวร์เสรีที่ใครจะก็เข้าถึงได้ฟรี และดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้ตามใจปรารถนา (และตามความรู้ความสามารถที่มี)

เพราะฉะนั้นในปีหน้าตลาดซับโน้ตบุ๊ค แบบ eee pc จะมีออกมาให้เห็นมากขึ้นมาก

เทคโนโลยีแบบเปิดนั้น จะมีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศด้อยพัฒนาอย่างเรา โชคอาจจะดีที่มันเป็นเทรนด์ของโลก ทำให้ฝ่ายสนับสนุนและผลักดันเทคโลยีแบบเปิดเบาแรงลงไปหน่อย

เช่นหากเราต้องการผลักดันซอฟต์เสรีอย่างจริงจัง เราอาจจะชี้นิ้วไปที่ประเทศนอรเวย์ว่า ที่นั่นมีประกาศหรือกฏหมายออกมาแล้วกำหนดให้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 การเผยแพร่เอกสารของหน่วยงานรัฐผ่านเว็บไซต์จะต้องเป็นเอกสารแบบเปิดในสามรูปแบบเท่านั้นคือ HTML ,PDF และ ODF เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงเอกสารได้อย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะใช้ซอฟต์แวร์อะไรของค่ายไหน และจากนั้นอีกห้าปีเอกสารเก่าๆต้องเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบเอกสารแบบเปิดนี้ทั้งหมด

ไม่ใช่ต้องไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ เท่านั้นจึงจะอ่านเอกสารราชการบนเว็บได้

ลำดับถัดไปจากนี้ รัฐบาลนอร์เวย์ยังจะกำหนดให้เอกสารของหน่วยงานราชการ ทั้งภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงานเป็นเอกสารแบบเปิด หรือ โอเพ่น ดอคคิวเมนนต์ เท่านั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน

สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าประเทศด้อยพัฒนาอย่างเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเดินไปในแนวทางนี้ ถ้าอยากเดินไปถึงเร็วๆเพราะประชาชนได้ประโยชน์ ผู้รู้ก็ต้องหาทางปลดล็อคความคิดของหัวกระทวงไอซีทีก่อน ....ครับ รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีคนใหม่นั่นแหละ

การลงทุนขยายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเทียบกับเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องขี้ผงเสียด้วยซ้ำนะครับ เพราะถ้าปลดล็อคมาตรฐานเอกสารได้ มันจะนำไปสู่การปลดล็อคแอพพลิเคชั่น ,ระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์อย่างต่อเนื่องโดยปริยาย

ก็ต้องฝันให้ไกลไว้ก่อนและพยามยามไปให้ถึง ไปถึงหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home