Photo by Paul Jacobson
บทความหนึ่งในนิตยสารดิ อิโคโนมิสต์ ซึ่งเป็นนิตยสารภาษาอังกฤษทีพอเอาเป็นหลักในหลายๆเรื่องได้ พูดถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีปีนี้ หรือปี 2551 ไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในแนวโน้มที่ว่านั้นคือ เทคโนโลยีแบบเปิด โดยยกรูปธรรมก็กรณี ไอโฟน โทรศัพท์อัจฉริยะของแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เป็นตัวอย่าง
ใครๆ ก็รู้ว่า แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีแบบปิดอย่างชนิดแน่นหนามาก ทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ตอนที่ทำ ไอโฟน ออกมา นั้นปิดล็อคหมดทุกด้าน แม้กระทั่งเครือข่ายที่จะใช้กับโทรศัพท์ที่ทำออกมาขายก็ จะผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเท่านั้นตามแต่จะตกลงกันทางธุรกิจ เอาไปเปลี่ยนซิมใช้กับเครือข่ายอื่นๆไม่ได้
โทรศัพท์ออกมาไม่กี่วัน ก็โดนแฮคให้ใช้เครือข่ายอื่นได้ ใช้ในประเทศอื่นๆได้
แน่นอนว่าแอปเปิ้ลเลือกวิธีแก้เกมด้วยการหาทางปิดล็อค พออัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม ่ เครื่องใครที่ผ่านการแฮคไปใช้เครือข่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนด ก็เจ๊งไปตามระเบียบ แต่การแฮคก็มีใหม่มาอีก ตามแก้กันไปก็คงไม่ไหว พูดง่ายๆว่าถึงจะพยายามปิดแค่ไหนก็จะมีคนเปิดมันออกมาได้อย่างรวดเร็วแล้วบอกต่อ และไม่ใช่แฮคให้สามารถใช้กับเครือข่ายไหนก็ได้อย่างเดียว มันนำไปสู่ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆบนโทรศัพท์ที่ไม่ถูกปิดกั้นไปด้วย
ในขณะเดียวกันสภาวะแวดล้อมของโลกไม่เอื้ออำนวยให้ใครจะผูกขาดหรือปกปิดเทคโนโลยีของตัวเอง
ความเสมอภาคในการเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่หลายประเทศกำหนดเป็นมาตรฐานทางกฏหมาย เช่น ซื้อโทรศัพท์มาเครื่องหนึ่ง ผู้ซื้อต้องสามารถเลือกที่จะใช้บริการเครือข่ายไหนก็ได้อย่างเสรี ปิดกั้นกันไม่ได้ และห้ามปิดกั้นด้วย
ในเยอรมันนี แอปเปิ้ลจึงถูกบังคับด้วยกฏหมายให้ปลดล็อคดังกล่าวออกไป ถ้ายังอยากจะขายในประเทศของเขา คล้ายๆกับกรณีเครื่องเล่นเพลงในฝรั่งเศส ถ้าจะล็อคก็ไม่ต้องเอาไปขาย
นี่คือแนวโน้มที่ ดิ อิโคโนมิสต์ มองว่ามันจะสะท้อนให้เห็นในปีนี้ ที่เทคโนโลยีจะเปิดกว้างมากขึ้น เพราะในแง่ความรู้ทางเทคโนโลยีมันเท่าทันกันจนปิดก็ไม่ไหว ขณะเดียวกันมีภาคบังคับของรัฐบาลในหลายๆประเทศที่ไม่ยอมให้ปิด ขณะที่ประโยชน์เห็นๆตกอยู่กับประชาชนหรือผู้บริโภค
อีกปรากฏการณ์หนึ่งก็คือ กรณีบริษัท เอสซีโอ ซึ่งซื้อระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มาหลายปีก่อนหน้านี้ และอาศัยสิทธิ์ดังกล่าวฟ้องร้องต่อศาลกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ลงแรงจริงจังกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการลินุกซ์ โดย เอสซีโอ กล่าวอ้างว่า ลินุกซ์ ใช้โค้ดบางส่วนของยูนิกซ์ การไล่ฟ้องร้องของ เอสซีโอ มีส่วนให้การพัฒนาลินุกซ์โดยรวมเกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้าย ไอบีเอ็มเป็นฝ่ายชนะคดีความ ในขณะที่ เอสซีโอ เข้าสู่การพิทักทรัพย์ของศาลเพราะไปไม่รอด
หลังจากศาลตัดสินกรณีพิพาทให้ไอบีเอ็มชนะ ค่ายลินุกซ์แต่ละค่ายก็บุกทะยานกันอย่างสนุกสนาน
บริษัทขายคอมพิวเตอร์หมดความกังวลใจที่จะขายเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งระบบปฏิบัติการลินุกซ์ในท้องตลาด ผมเชือว่าหลายคนที่มองเห็นการเติบโตของลินุกซ์ในระยะหลังๆมานี้อาจจะมองไม่เห็นประเด็นทางกฏหมายที่เป็นตัวถ่วงนี้มาก่อน พอปลดออกก็คล้ายกับการเปิดเขื่อน
แน่นอนว่าในส่วนของลินุกซ์ เดสค์ท็อป คอมพิวเตอร์ "อูบุนตู" โดดเด่นและมาแรงมากอย่างไม่น่าเชื่อ
ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ เป็นเทคโนโลยีแบบเปิดเต็มที่อย่างในอุดมคติ ที่เรียกกันว่าเป็นโอเพ่นซอร์ส หรือซอฟต์แวร์แบบเปิด หรือ ซอฟต์แวร์เสรีที่ใครจะก็เข้าถึงได้ฟรี และดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้ตามใจปรารถนา (และตามความรู้ความสามารถที่มี)
เพราะฉะนั้นในปีหน้าตลาดซับโน้ตบุ๊ค แบบ eee pc จะมีออกมาให้เห็นมากขึ้นมาก
เทคโนโลยีแบบเปิดนั้น จะมีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศด้อยพัฒนาอย่างเรา โชคอาจจะดีที่มันเป็นเทรนด์ของโลก ทำให้ฝ่ายสนับสนุนและผลักดันเทคโลยีแบบเปิดเบาแรงลงไปหน่อย
เช่นหากเราต้องการผลักดันซอฟต์เสรีอย่างจริงจัง เราอาจจะชี้นิ้วไปที่ประเทศนอรเวย์ว่า ที่นั่นมีประกาศหรือกฏหมายออกมาแล้วกำหนดให้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 การเผยแพร่เอกสารของหน่วยงานรัฐผ่านเว็บไซต์จะต้องเป็นเอกสารแบบเปิดในสามรูปแบบเท่านั้นคือ HTML ,PDF และ ODF เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงเอกสารได้อย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะใช้ซอฟต์แวร์อะไรของค่ายไหน และจากนั้นอีกห้าปีเอกสารเก่าๆต้องเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบเอกสารแบบเปิดนี้ทั้งหมด
ไม่ใช่ต้องไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ เท่านั้นจึงจะอ่านเอกสารราชการบนเว็บได้
ลำดับถัดไปจากนี้ รัฐบาลนอร์เวย์ยังจะกำหนดให้เอกสารของหน่วยงานราชการ ทั้งภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงานเป็นเอกสารแบบเปิด หรือ โอเพ่น ดอคคิวเมนนต์ เท่านั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน
สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าประเทศด้อยพัฒนาอย่างเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเดินไปในแนวทางนี้ ถ้าอยากเดินไปถึงเร็วๆเพราะประชาชนได้ประโยชน์ ผู้รู้ก็ต้องหาทางปลดล็อคความคิดของหัวกระทวงไอซีทีก่อน ....ครับ รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีคนใหม่นั่นแหละ
การลงทุนขยายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเทียบกับเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องขี้ผงเสียด้วยซ้ำนะครับ เพราะถ้าปลดล็อคมาตรฐานเอกสารได้ มันจะนำไปสู่การปลดล็อคแอพพลิเคชั่น ,ระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์อย่างต่อเนื่องโดยปริยาย
ก็ต้องฝันให้ไกลไว้ก่อนและพยามยามไปให้ถึง ไปถึงหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


