วันนี้่ลุกเช้ามืดมาก..ไม่เรียกตื่นเพราะนอนไม่หลับ ออกมานอกบ้าน นึกว่าไฟไหม้ ทำเอาคนในบ้านแตกตื่น...แล้วก็หัวเราะเยอะ เพราะหมอกมันลงจัดมากต่างหาก ขับรถฝ่าสายหมอกไปถึงที่ทำงานราวเจ็ดโมงสิบห้านาทีเอง ขยันซะไม่มี พอถึงก็รีบพิมพ์งานบนคอมพ์ดูข้อมูลประกอบจากเว็บนิดหน่อย พิมพ์ไป คิดไป จิบกาแฟไปพลางๆ ชั่วโมงเดียวก็เสร็จ จากนั้นรีบกวาดสายตาผ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าแบบลวกๆ ไม่หมดสองฉบับ ก็เริ่มเอาหนังสือมาอ่าน
อ่านจนน้ำตาไหลเลยเชียวแหละ
ไม่ใช่เพราะเรื่องเศร้า แต่เพราะปึกเบ้อเร่อ ต้องอ่านติดต่อไปตลอดกันจนจรดเย็นรวมแล้ววันนี้อ่านแบบแทบไม่ได้หยุดตั้งแปดเก้าชั่วโมง แถมยังมีคนเอาอย่างาอื่นมาให้อ่านแทรกเป็นช่วง เสียสมาธิซะไม่มี
ออกจากที่ทำงานตาก็ลายทั้งหิว ทั้งเมื่อยตาปนๆกันไป บึ่งเข้าซูปเปอร์แบบไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไร คว้าๆผักสดมาสองสามอย่าง โดยไม่คิดว่าจะทำอะไรด้วยซ้ำ อยากซื้ออาหารสำเร็จมากกว่า แต่ด้วยนิสัยปรกติ ไม่ได้ซื้ออาหารสำเร็จรูปนอกจากวุ้นกระทิมารองท้อง เกือบทุ่มหนึ่งถึงบ้านก็จัดการเสกกับข้าวด้วย "ซีพียู ระดับ 100 GHz
เอาพริกหวานเก่ากับหอมใหญ่ในตู้เย็นมาล้างหั่น รวมกับแตงกวาญี่ปุ่นและต้นหอมที่คว้ามาใหม่วันนี้ กระเทียมปอกล้างทุบสับโยนใส่ลงไปในกระทะที่น้ำมันร้อนๆ ตามด้วยไก่ ผัดไป ใส่น้ำปลา พริกไทย แล้วเร่งไฟใส่พริกหวาน แตงกวา คนๆไปสี่ห้าที เติมน้ำตาลทรายพอหวานนิดๆ
เอาซอสมะเขือเทศซองที่เหลือจากเที่ยวไปกินอะไรต่อมิอะไรฉีกใส่ไปสองซอง...ม่ายมีมะเขือเทศสดจ้า
ผัดให้เข้ากันอีก ทีนี้ก็เติมน้ำลงไปพอประมาณ เร่งไฟอย่างแรงจี๋เท่าที่มันจะแรงได้ ให้มันเดือดไวๆ เติมน้ำละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำหน่อยเดียวลงไป แล้วใส่ผักที่เหลือคนให้เข้ากันไม่กี่ที
งานนี้เอาเร็วเพราะต้องการความสดกรอบของผักให้เคี้ยวได้ดังกรุบๆ ไม่ใช่นิ่มป้อดๆ
เสร็จเรียบร้อยครับ ผัดเปรี้ยวหวานไก่ ธรรมด๊า ธรรมดา
เที่ยวนี้รสชาติไม่จัดจ้านเหมือนทุกทีที่เคยทำ แต่ดูแล้วน่าหม่ำดี..ว่ามั้ยครับ
เอ้าคดข้าวสวยมา
ขอบคุณคุณมะตะบะค่ะ


