2008/Jan/26

 

 

"เรียน ผู้ประกอบการ website

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอส่งประกาศคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ เรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของเด็กที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ต และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม ดังนี้

1. ผู้ให้บริการเว็บไซต์ จะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เมื่อเปิดเผยแล้วจะทำให้ผู้อื่นติดต่อเข้าถึงตัวเด็กได้ อันได้แก่

1.1 ภาพถ่ายของเด็ก ที่แสดงร่วมกับเบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ ที่อยู่ ชื่อผู้ใช้ระบบสนทนาออนไลน์ เช่น MSN หรือชื่อโรงเรียน

1.2 อายุของเด็ก ที่แสดงร่วมกับเบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ ที่อยู่ หรือชื่อผู้ใช้ระบบสนทนาออนไลน์

1.3 เพศของเด็ก ที่แสดงร่วมกับเบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ ที่อยู่ หรือชื่อผู้ใช้ระบบสนทนาออนไลน์

2. ลักษณะการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ไม่อนุญาต ได้แก่

2.1 การแสดงข้อมูลส่วนตัวของเด็กในหน้าประวัติผู้ใช้ (Profile)

2.2 การอนุญาตให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลส่วนตัวของเด็กผ่านระบบค้นหา (Search)

2.3 การแสดงรายชื่อผู้ใช้ที่เป็นเด็กบนหน้าเว็บไซต์ที่ผู้ให้บริการสามารถควบคุมเนื้อ หาได้ (สามารถกรองรายชื่อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกได้) เช่น สารบัญผู้ใช้ ในลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลส่วนตัวของเด็กได้ (Browse) (สรุปสามข้อนี้คือ เด็กต่ำกว่า 18 อย่ามีตัวตนในเน็ตไทยอีกเลย ถึงจะทำคุณงามความดียังไง เช่น แต่งนิยายชนะ ลงเว็บ ก็จะไม่มีใครรู้ชื่อจริงหรืออีเมลล์ ติดต่องานก็ไม่ได้ รับงานฟรีแลนซ์ก็ไม่ได้)

2.4 การเปิดเผยข้อมูลลักษณะอื่นๆ ที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเด็ก และอยู่ในวิสัยของผู้ประกอบการที่สามารถยกเลิก ป้องกัน หรือระงับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้ เช่น การโพสต์ข้อมูลส่วนตัวลงกระดานสนทนา

โดยขอให้ปฏิบัติตามภายใน 30 วัน หลังจากได้รับประกาศนี้ รายละเอียดตามเอกสารแนบ"

เมื่อเร็วๆนี้ มีเอกสารส่งถึงผู้ประกอบการเว็บไซต์ ตามที่เอาลงให้อ่านทั้งหมดนี้  พร้อมกับระบุด้วยว่า "ถ้าฝ่าฝืนย่อมเป็นความผิดและมีโทษตามมาตรา 27 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2546 ซึ่งมีใจความว่า ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือสื่อสารสนเทศประเภทใดซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และถ้าผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

มีข้อถกเถียงเกิดขึ้น  ถ้าเอาไปให้เด็กๆวัยรุ่นอ่านกัน แทบทุกคนจะเห็นว่าเป็นกฏหมายไร้สาระบ้าอำนาจของผู้ใหญ่ ขณะที่คนทำเว็บไซต์ไม่ว่าจะประเภทไหน จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องยุ่งยากในทางปฏิบัติ

ที่จริงปัญหาการล่อลวงเด็กไปล่วงละเมิดทางเพศโดยอาศัยข้อมูลส่วนตัวที่เสนอผ่านเว็บไซต์นั้นเป็นปัญหาที่มีอยู่จริง รูปถ่าย ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ สถานศึกษา และกิจวัตรประจำวัน กลายเป็นข้อมูลชั้นดีสำหรับคนไม่หวังดีใช้ล่อลวงเด็กไปกระทำมิดีร้าย ในต่างประเทศ เว็บใหญ่อย่าง Myspace ,Facebook ก็โดนบี้จากหน่วยงานกฏหมายเช่นกันในเรื่องมาตรการการคุ่มครองเด็ก

บ้านเราอาจจะปัญหายังเกิดขึ้นไม่มากหรือเกิดมาแล้วเราไม่รู้ก็เป็นไปได้  แต่ในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศพบปัญหานี้ค่อนข้างมาก ในอังกฤษเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่พูดกันเยอะในช่วงไม่นานมานี้เอง  และจะเห็นว่าเว็บไซต์บางประเภทไม่อนุญาตให้คนอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้บริการ  เช่น เว็บการพนันหรือเว็บโป๊  

บริการบางแบบ อย่างเช่น แคมฟร็อก ที่บ้านเรารังเกียจเดียดฉันท์กันมากนั้น หากอายุต่ำกว่า 18 ปี ข้อมูลส่วนตัวก็จะไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ หมายถึงคนอื่นๆเข้าไปดูไม่ได้

โดยส่วนตัวผมเห็นว่า หนังสือขอความร่วมมือฉบับนี้รายละเอียดหยุมหยิมมากเกินไปหน่อย ดูไม่เหมือนการระดมความคิดความเห็นและความร่วมไม้ร่วมมือ มากไปกว่าการข่มขู่ด้วยกฏหมาย

หากผู้ประกอบการเว็บไซต์มองเห็็นปัญหา ก็อาจจะพัฒนาแนวทางขึ้นมาช่วยกันคนละไม้ละมือในการปกป้องเด็ก เหมือนอย่างที่ Myspace ใส่เงินไปเป็นร้อยนล้านบาทเพื่อพัฒนาวิธีการป้องกันปัญหา ยกตัวอย่างเช่น ให้พ่อแม่ส่งอีเมล์แอดเดรสของลูกมาเข้าระบบเพื่อป้องกันหรือไม่อนุญาตให้เปิดแอคเคานต์ใช้งาน หากอายุต่ำ กว่า 16 ปี ข้อมูลส่วนตัวจะไม่มีใครเข้ามาดูได้  และสามารถบล็อคใครก็ตามที่อายุเกิน 18 ปีไม่ให้เข้ามาดู เป็นต้น

ขณะที่ Facebook  โซเชียล เน็ตเวิร์กกิ้ง ไซต์ ยอดฮิต ต้องตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกคุ้มครองเด็กขึ้นมารับมือกับเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งการพัฒนาวิธีการเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

Facebook ก็ไม่ต่างจาก Myspace โดนหน่วยงานกฏหมายไล่บี้เรื่องมาตรการคุ้มครองเด็ก ทั้งในอเมริกาและอังกฤษ จนทั้งสองเว็บก็ต้องเจรจาประนีประนอมและนำเสนอมาตรการที่จะป้องกัน แก้ไข

แม้แต่การลบแอคเคานต์บุคคลอันตรายเป็นหมื่นๆ ก็ทำนะครับ  

ผมเห็นหนังสือราชการฉบับนี้แล้ว เดาได้ว่าคนไทยจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตก็จะด่าๆกันอย่างใช้อารมณ์ จนมองไปถึงว่าเมืองไทยมันเฮ็งซวย โดยที่คนด่าก็ไม่รู้ัด้วยซ้ำว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามการขอความร่วมมือโดยข่มขู่ด้วยกฏหมาย ย่อมต่างกับการแสวงหาความร่วมมือจากเหตุผล ความจำเป็น และสำนึกก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานไทยๆทำไม่เป็น

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แล้วแบบนี้ เราจะเรียกบ้านเรา ว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยได้อีกเหรอครับ?

ในเมื่อแต่ละกฏหมายที่ออกมา ต่างก็มุ่งเน้นไปที่การริดรอนสิทธิเสรีภาพกันเป็นหลักขนาดนี้?
#1  by  soundsyndrome At 2008-01-26 10:32, 
ระบบทำป้องกันก็ส่วนของฝ่ายระบบ...
ฝ่ายบ้านๆ อย่างตุ้มเป๊ะ มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 อยู่คนเดียว ก็คิดว่าน่าจะคอยดูแลและสอดส่อง แนะนำเด็กตัวเองได้ ว่าอะไรควรไม่ควร เ่ล่นหรือเข้า...แต่ละบ้านถ้าทำได้ปัญหาก็จะลดลง คิดแบบนี้อ่ะ
#2  by  ตุ้มเป๊ะ At 2008-01-26 10:34, 

<< Home