ทีแรกว่าจะไปกบดานบ้านพี่ที่บางละมุงเพื่อฟื้นฟู และลงมือทำงาน ปรากฏว่าญาติพี่น้องทั้งหลายมีนัดกันไปเที่ยวพักผ่อนจังหวัตตราด ก็เลยช่วยไม่ได้ ติดตามกันไป ขบวนรถสองคันสิบคน ออกจากบางละมุงเช้าวันเสาร์ มุ่งสู่คลองใหญ่
อ๊ะๆๆ แวะกินก๋วยเตี๋ยวปู สุขุมวิท ร้านเด็ดในตัวเมืองตราดเสียหน่อย มันอร่อยจริงๆครับพี่น้อง...
ร้านนี้ใครไปตราดต้องไปกินให้ได้เลย น้ำซุปสุดยอดเสียจนซดเปล่าๆไม่ต้องปรุงอะไรชื่นใจไปทั้งวัน
ข้าวผัดพริกเกลือทะเลปูไข่ก็เด็ดขาดมากอีกเช่นกัน ของโบราณที่หากินทั่วไปไม่ได้ แม้แต่ตามบ้านก็ไม่ค่อยมีคนทำกินกันแล้ว
กินเสร็จไปหาซื้อของกันนิดหน่อยในตลาดเพื่อกันพลาด จากนั้นเดินทางต่อไปจากตัวเมืองราวๆ 70 กิโล ก่อนจะถึงคลองใหญ่ แยกเข้าซอยเล็ก ๆ เลี้ยวอีกทีก็เจอกับที่พัก By The Sea ริมถนน บังกาโลเรียงกันไปจนถึงชายละเล
ทุกหลังเป็นสีฟ้า-ขาว คุมโทนหมดทุกอย่าง รวมทั้งคอนเสปต์ "ทะเล"กับเฟอร์นิเจอร์การตกแต่ง เป็นบูติครีสอร์ตที่ยอดเยี่ยมมากๆ สงบอย่าบอกใครเชียว
เข้าไปถึงก็ลองดูห้องนอนเสียหน่อย สวยน่านอนขนาดไหน ราคาที่พักก็แพงตามสมควรแก่กรณี ห้องแบบนี้นอนสองคนคิดคืนละพันห้า
แต่ละห้องการตกแต่งจะไม่เหมือนกันเลย แต่แนวทะเลๆทุกห้องครับ ดูห้องนอนแล้วก็เปิดเข้าห้องน้ำเพื่อฉี่เสียหน่อยหลังจากนั่งรถหลังแข็งมานานบนเส้นทางสวยๆสบายตา
เข้าห้องน้ำทำไมไม่มีที่อาบน้ำ แล้วนั่นประตูอะไรออกจากห้องน้ำไปได้ด้วย เปิดผลัวะเข้าไปดู ว้าววววว นี่เองห้องอาบน้ำ เป็นแบบโอเพ่นแอร์ อาบน้ำกลางแจ้ง
ชอบเจรงๆ
หลังจากสำรวจชื่นชมห้องหับเรียบร้อย โน่นครับ เป้าหมายของเราละเลียดทิวทัศน์งามๆของทะเล
ภาพเชยๆแบบนี้แหละ แต่ดูได้ไม่เบื่อ
พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ
หาดทรายและเปลือกหอย
ระหว่างชมทิวทัศน์ ฝ่ายเสบียงแยกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งออกไปหาซื้อถ่านมาเพิ่มเติม
กลุ่มหนึ่งไปลากเตามาตั้ง ก่อไฟเตรียมตะแกรง
อีกกลุ่ม โ่นนครับ แบกอวนลงทะเลไปปัก แล้วเดินสาวไปเรื่อยๆ ได้ตัวใหญ่มาด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเล็ก มีปลากุแลเป็นพระเอก ตามด้วยปลากระบอก ปลาลิ้นหมา นอกนั้นก็มีปลาทูติดมาบ้าง กับกุ้ง และปู ล้างน้ำลงถังโฟมไว้
แล้วก็ลงมือย่าง
สดจากทะเลมาขึ้นตาแบบนี้ หาได้ที่ไหนอีกน้อ
ตัวใหญ๋ทางซ้ายสองตัวเป็นปลาโอสดๆที่ซื้อจากตลาดเมืองตราด แต่ไหนเลยจะสู้ตัวเล็กๆที่ปลดจากอวนได้ กินปลาปิ้ง มีข้าวเหนียวเสริมที่ซื้อมาจากตัวเมืองโน่น เอามาปิ้งกินไปด้วย
คณะท่องเที่ยวเสียดายที่ไม่ได้เอาหม้อหุงข้าวมา รีสอร์ตนี้เขาไม่บริการอาหาร นอกจากขนมปังปาท่องโก๋ กาแฟ ตอนเช้าเท่านั้น
เฮ่อ ดื่มน้ำสีอำพัน แกล้มกับปลาปิ้ง จนอิ่มท้อง แต่ไม่หายหิว มันโหยข้าว ก็เลยดื่มจนมาววววววววว ทนไม่ไหว เข้านอนไปตอนค่ำๆ
ตื่นมาแต่เช้ามืด ชาวประมงของเรานั่งทอดตาสังเกตน้ำทะเลที่ขึ้นมา ฝ่ายเสบียงขับรถออกไปซื้อถ่านมาเพิ่ม พร้อมด้วย เครื่องต้มยำ ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนู หอมแดง และข้าวผัดเป็นมื้อกลางวัน หลังจากเปลี่ยนใจว่าไม่ไปแวะกินที่ไหนอีกตอนขากลับ
ตั้งหม้อดินไว้เลย
ใส่เครื่องต้มยำ น้ำปลา ลงไปรอจนกว่ามันจะเดือด งานนี้ "เชฟ" ใหญ๋ลงมือเอง ปลาก็เตรียมไว้ให้พร้อม เลือกเฉพาะปลากุแล กับ ปลากระบอกสำหรับต้มยำรสแซ่บ ชาวประมงของเราลงไปสาวปลาขึ้นมาอีกแล้ว
พอน้ำต้มยำเดือดก็ใส่ปลาลงไป บีบมะนาว และโรยกระเพรา ทุกคนยกนิ้วโป้งกันถ้วนหน้ากับต้มยำสดจากทะเล ก็เชฟใหญ๋ลงมือเอง ไม่อร่อยได้ยังไง หม้อเดียวไม่พอซดสำหรับสิบคน ต้องเติมน้ำปรุงรสเพิ่มเติมอีกสองครั้ง...
อร่อยซะไม่มี
กิ่นกันอิ่มหนำสำราญแล้วก็เริ่มเก็บของกลับบ้าน ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสียหน่อยว่าได้มาเหยียบที่นี่แล้ว ขากลับแวะร้านสวย "กุลนาถ" ของฝากระดับโลก ร้านอะไรก็ไม่รู้ สวยจริงๆ ขนมก็อร่อย
กว่าจะถึงบางละมุงก็ค่ำแล้ว เปลี่ยนจากแวะร้านอาหารมื้อเย็นที่นาเกลือมาเป็นข้าวต้มกุ๊ยที่บ้าน ดื่มตบท้ายเสียอีกสามสี่แก้ว ก่อนจะซดข้าวต้มร้อนๆ กับ ผัดเผ็ดกระถิก....
แล้วเข้านอนเอาแรงเพื่อจะบึ่งมาทำงานที่กทม.แต่เช้า
สดชื่นดีจริงๆ.....คราวหน้าจะมาอีก
edit @ 4 Feb 2008 10:08:43 by cyborg9
ชอบหม้อดินมากๆ แต่เห็นปลาแล้ว...
เป็นตัวๆ แน่นขนัด


