2008/Oct/06

 

อุ่น ๆ ออกมาจากโรงพิมพ์เลยครับ เล่มนี้ ปลื้มไม่น้อย

มาร์ค ไลนัส เขียนหนังสือที่ชื่อว่า "Six Degree:Our Future In a Hotter Planet" ออกมาเมื่อไม่นานนัก รอยัล โซไซตี้ หรือ ราชสมาคมแห่งอังกฤษ มอบรางวัลหนังสือวิทยาศาสตร์ประจำปีให้ เป็นการยกย่องว่าเป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนได้ดีที่สุดและควรรู้ที่สุดในเวลานี้
 
เนชันแนล จีโอกร๊าฟฟิก หยิบเอาไปทำเป็นสารคดีให้คนดูกัน และสำนักพิมพ์มติชน ก็เอามาสั่งให้นักแปลติดจรวดทำงานเพื่อให้ทันกับงานมหกรรมหนังสือปีนี้

ชื่อหนังสือภาษาไทยที่เลือกกันมาก็คือ "หกองศาโลกาวินาศ" เพราะ ไลนัส ใช้พลังเหนือมนุษย์รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล ทั้งจากการศึกษาสภาพความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาในอดีตที่สัมพันธ์กับอุณหภูมเพิ่มขึ้นในยุคต่างๆ และผลการศึกษาแบบจำลองภูมิอากาศที่นักวิทยาศาสตร์มั่วโลกศึกษากันมา อาจจะกล่าวได้ว่านี่คือหนังสือเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่ให้ข้อมูลทันสมัยที่สุดในเวลานี้

โดยอาศัยความเป็นผู้สื่อข่าวด้านสิ่งแวดล้อม ไลนัสประมวลภาพทั้งหมดจากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ เลือกใช้วิธีนำเสนอให้เห็นภาพการที่อุณภูมิโดยเฉลี่ยของโลกร้อนขึ้นทีละ 1 องศาจากอุณหภูมิปัจจุบัน อาศัยภาพเทียบเคียงกับการศึกษาทางธรณีวิทยาว่าเกิดอะไรขึ้นในยุคดึกดำบรรพ์กับการที่อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นบ้าง สาเหตุที่ไล่ไปจนถึงเพียงแค่ 6 องศาก็พราะจากแบบจำลองภูมิอากาศเท่าที่ศึกษากันมาสามารถทำไปได้แต่ประมาณเกือบๆ 6 องศาเท่านั้น

แต่เมื่ออุณภูมิเพื่มขึ้นไปถึง 6 องศา นั่นก็คึอคราวของโลกาวินาศที่แท้ ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่าหรอกที่จะสูญพันธุ์ แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในโลกด้วย จุดพลิกผันที่จะทำให้หยุดไม่อยู่ก็คือการข้ามเขตไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุณภูมิมากกว่า 2 องศา หมายถึงมากกว่า 2 องศาเมื่อไหร่ เราก็จะไม่มีโอกาสจะหยุดไม่ให้มันเพิ่มไปถึง 6 องศาโดยสิ้นเชิง

สำหรับในขณะนี้ ไลนัสบอกว่า "เป็นไปได้มากว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 0.5 ถึง 1 องศานั้นมาจ่อคอหอยอยู่แล้วเมื่อพิจารณาจากค่าหน่วงความร้อนของระบบนิเวศน์ของโลก ดังนั้นแม้จะหยุดการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์กันในวันพรุ่งนี้เลย เราก็ยังคงจะเข้าสู่ “โลก 1 องศา” อยู่ดี

อุณหภูมิจะสูงขึ้นต่อไปอีก 30 ปีนับจากนี้ ต่อให้ลงมือลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันในทันที เนื่องจากคาร์บอนปริมาณมหาศาลถูกเติมใส่ชั้นบรรยากาศไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าเรายังมีเวลาพอจะประคองภูมิอากาศให้อุณหภุมิเพิ่มอยู่ในระดับไม่เกิน 2 องศา และแบบจำลองก็ชี้แนะไว้เช่นนั้น เราก็จะสามารถรักษาส่วนที่ห้อหุ้มความหลากหลายทางชีวะภาพของโลกเอาไว้ได้ ชะลอการละลายนำแข็งของกรีนแลนด์ และ หน่วงเหนี่ยวการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลให้อยู่ในระดับพอรับมือได้ รวมทั้งสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่อันตรายที่สุด นั่นคือ ปฏิกิริยาสะสมของคาร์บอนซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่เขต 3 องศา"

"หากเราข้าม “จุดพลิกผัน” ของการล่มสลายของลุ่มน้ำอเมซอนและการปลดปล่อยคาร์บอนจากดิน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเหนือเส้น 2 องศาแล้ว คาร์บอนไดออกไซด์อีก 250 ส่วนต่อล้านส่วนก็จะเพิ่มเข้าไปในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีก 1.5 องศาเซลเซียส ลากให้เราตรงดิ่งเข้าสู่โลก 4 องศา เมื่อเราไปถึงจุดนั้น การปลดปล่อยคาร์บอนและมีเทนด้วย ความเร่งจากการละลายของเพอร์มาฟรอสต์ในไซบีเรียก็จะยิ่งไปเพิ่มก๊าซเรือน กระจกในชั้นบรรยากาศทำให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้น และอาจจะผลักเราเข้าไปในโลก 5 องศา ซึ่ง ณ อุณหภูมิระดับนี้ มีโอกาสมากที่จะเกิดการปลดปล่อยน้ำแข็งแห้งมีเทนจากใต้มหาสมุทร ผลักเราเข้าสู่โลกาวินาศ 6 องศา นำไปสู่การสูญพันธุ์ขนานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา

"บทเรียนแจ่มแจ้งชัดเจนและน่ากลัวมากเช่นกัน หากเราอยากให้แน่ใจว่าจะปกป้องมนุษยชาติและโลกให้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ขนานใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ เราต้องหยุดไว้ที่ระดับ 2 องศาเท่านั้น

"ภายใน 7 ปี ระดับความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ จะไต่ขึ้นไปถึง 400 (ในปี ค.ศ. 2007 อยู่ที่ 383 ppm และเพิ่มขึ้น 2 ppm ต่อปี) ที่ว่างที่เหลืออยู่สำหรับเราจึงแคบลงพอสมควร ต่อให้เราคิดว่าระดับความอ่อนไหวของภูมิอากาศค่อนข้างต่ำก็ตาม ถึงตอนนั้นเราก็มีโอกาสไม่ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิจะไม่เพิ่มเกินเป้าหมาย 2 องศา นี่ไม่ใช่เกมโปกเกอร์เดิมพันต่ำที่คนจำนวนมากจะยอมรับได้ เพราะเดิมพันในที่นี้คือโลก

"ถ้าเช่นนั้นเป้าหมาย 2 องศาที่เฉพาะเจาะจงคืออะไร ตามที่ผมกล่าวมาก่อนหน้านี้ เพื่อจะมีโอกาส 75 เปอร์เซ็นต์ให้อุณหภูมิเพิ่มไม่เกิน 2 องศา การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะต้องขึ้นสู่จุดสูงสุดภายใน 7 ปีข้างหน้า หรือ ปี ค.ศ. 2015 จากนั้นต้องลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงปี ค.ศ. 2050 ต้องลดลงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์จึงจะคงที่อยู่ในระดับ 400 ส่วนต่อล้านส่วน"

ที่จริงไลนัสไม่มีความหวังมากนักว่าเราจะไม่ข้ามจุดพลิกผัน

แต่ก็ยังมีความหวังแม้จะน้อยนิด เพราะความหวังเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์มาจนทุกวันนี้

ถ้าอยากเห็นภาพว่าโลกร้อนขึ้นแต่ละองศาจะเกิดอะไรบ้าง และหากจะอยู่ให้รอดได้จะต้องทำอย่างไร ควรหามาอ่านครับ

Comment

Comment:

Tweet


เคยฟังเรื่องนี้จากครูน่าหนุกมากเลยครับcry
#22 by ดช.ณัฐพงษ์ (118.172.128.129) At 2009-08-03 16:16,
เราชื้อหนังสือนี้แล้วนะ
#21 by คนบ้า (124.120.177.135) At 2009-07-20 14:41,
...แล้วก็จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3...

เดาไปโน้น...sad smile

สงสัยจะสายเกินการ ยากเกินแก้ เพราะความเห็นแก่ตัวของคนเรานี่แหละคะ
#20 by ซินเดอริยอง At 2008-10-08 21:58,
แต่แค่ 2 องศา กรุงเทพฯก็จมน้ำแล้ว...ขู่ๆๆ
#19 by cyborg9 At 2008-10-08 21:16,
น่ากัวอ่ะ
#18 by mk182 At 2008-10-08 21:12,
จริงๆแล้ว ตายเร็วๆมั่งก็น่าจะดี เพราะตายหมด ตายหมู่ อิอิ จะได้ล้างบาง อะไรบางอย่างให้หมด เบื่อจังconfused smile
#17 by ข้าวไข่เจียว At 2008-10-08 08:39,
อยากอ่าน แต่กลัวอ่ะ =_='
#16 by Cotton At 2008-10-07 19:13,
น่าซื้ออ่านมาก ๆ เลยครับ big smile
นับวัน โลกเรายิ่งน่ากลัวขึ้นไปเรื่อย ๆ จริง ๆ
#15 by kunemata At 2008-10-07 13:20,
แทรกมาบอกว่า เล่มนี้ของมติชนฮะ
#14 by SanokI At 2008-10-07 13:06,
ไม่อยากเป็นไก่ย่างอ่ะ...แหง่กๆ..
#13 by At 2008-10-07 12:42,
ขอบคุณคะ ที่เอามาแนะนำ
เจอกันงานหนังสือคะ
#12 by Yuki ARASHI At 2008-10-07 11:16,
ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร เพราะหัวสมองไม่ไปทางด้านนี้เท่าใดนัก

แต่ผมเป็นห่วงโลกของเราและธรรมชาตินะ อยากให้ทุกคนหันมารักโลกเรา และธรรมชาติของเรามากขึ้นครับ
#11 by เสกเรนเจอร์ At 2008-10-07 10:37,
น่าสนใจดีจังฮับ

ตอนนี้ คงได้แต่ช่วยกันลดปัญหาโลกร้อนเท่าที่จะทำกันได้ ...ลดปริมาณขยะ ...ใช้รถส่วนตัวให้น้อยลง อะไรแบบนั้นฮับ
แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็คงต้องสู้ชีวิตกันต่อไป
#10 by DDP At 2008-10-07 10:30,
หนังน่าดูจัง
มาดูหนัง eagle eye กันเถอะ
#9 by dududu At 2008-10-07 10:11,
น่าอ่านไม่น้อย
#8 by eeddy(อี๊ด) At 2008-10-07 09:56,
สนใจครับ ได้ยินมานานละ อยากได้หนังสือ
คนเรา .... ภัยใกล้ตัวยังไม่สนใจเลย มัวแต่ห่วง snapshot มากกว่า long term
#7 by Shuu Exteen At 2008-10-07 07:10,
มีแปลเป็นภาษาไทยแล้วดีจังเลย
ขอบคุณคุณพ่อนะคะ ที่มาบอกให้ทราบ big smile

งานหนังสือนี้มีเสีย(ตังค์) open-mounthed smile Hot!
#6 by Ameba O-Lan-la At 2008-10-07 04:59,
น่าอ่านมาก
ไม่ทราบว่าของสำนักพิมพ์ไหนเหรอคะ
เวลาไปงานหนังสือจะได้ตามไปถูก
#5 by SweetPuff At 2008-10-07 02:07,
สงสัยจะได้ซื้ออ่านจริงๆ
น่ากลัวมากเลยนะ
T=T
#4 by [=M e K=] At 2008-10-07 01:48,
น่าอ่านมากเลยครับ

เหมือนสิ้นหวังยังไงไม่รู้นะครับ sad smile
#3 by Zairen_Parodyme. At 2008-10-07 00:04,
น่ากลัวจังค่ะ =_=
น้ำท่วมคราวนี้คงไม่มีเรือโนอามาช่วยแน่ๆ
#2 by koyubi At 2008-10-06 23:46,
เหมือนเคยดูสารคดีชื่อเดียวกัน ใน National Geo เลยครับ

น่าสนใจครับ ไว้ในงานหนังสือคงได้ซื้ออ่าน big smile Hot!
#1 by มาสเตอร์แชมป์ At 2008-10-06 22:35,