11 เมษายน 52

คืนก่อนกลับบ้านค่ำ กินข้าว จัดเสื้อผ้ลงเป้ แล้วทำงานต่อกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนถึงได้เข้านอน
ตื่นตีห้า โดนปลุกก่อนเวลาอันควร เพราะป้าแกกลัวไปไม่ทัน ทีวีบอกสนามบินสุวรรณภูมิคนเป็นแสน ต้องไปก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยสามชั่วโมง
ออกจากบ้าน ราวหกโมงยี่สิบ ที่จริงนัดแท็กซี่หกโมงครึ่ง แท็กซี่มาแต่หกโมง
ถึงสนามบินก่อนเจ็ดโมงเล็กน้อย ทอระสัพหาสหายปอที่บึ่งมาจากลพบุรี เธอบอกว่าอีกสิบนาทีเจอกัน
ลงชั้นสองไปแลกยูเอสดอลลาร์เตรียมไว้....เกิดมาไม่เคยทำอะรล่วงหน้าเลยละครับ เอาดอลลาร์มาอุ่นๆในกระเป๋า ไว้ไปหาแลกรูปีที่เนปาล
นั่งเครื่องบินราวสามชั่วโมงนิดๆก็ถึงเนปาล ราวเที่ยงกว่า
ลงจากเครื่องบินที่กาฐมันฑุมีคนถือป้ายเขียนชื่อ และมีรถมารับไปทาเมล ย่านตรอกข้าวสารของเนปาล ในกาฐมันฑุ เข้าโรงแรม ทาเมล โฮเต็ล และเข้าห้องพักที่ผิดพลาดเล็กน้อย ห้องไม่แอร์ แต่ก็ออกมา ทิ้งกระเป๋าไว้ให้เขาย้ายห้องให้
แล้วไปสำนักงานทัวร์ เขาอธิบายโปรแกรมให้ฟังจากนั้นเราก็เดินเล่นในทาเมล แบบที่ว่าไม่รู้จะทำอะไรดีนอกจากเดินดู และถ่ายรูปที่น่าสนใจไปเรื่อยๆ
ถนนหนทางในทาเมลนึ่มันก็ตรอกเล็กๆดีๆนี่เอง บรรยากาศออกจะขมุกขมัว ดูเผินๆ ก็สวยดี แต่ออกจะสกปรกสักหน่อย ร้านรวงในตรอกย่านเราพัก ข้าวของจับฝุ่นตรึม เดินมั่วไปเรื่อยๆ เป็นการสำรวจเส้นทาง
เนื่องจากข้อมูลที่เก็บไว้ก่อนมาเมืองไทย ไม่มากพอ เพราะไม่ได้เตรียม หนังสือเกี่ยวกับเนปาล ฉบับภาษาอังกกฤษที่ซื้อมาจากสัปดาห์นังสือก็หนาและลึกเกินไป เลยไม่ได้พกติดมา หนังสือสองเล่มที่ปอยัดเยียดมาให้อ่าน เล่มหนึ่งเล่าประสบการณ์เทรกกิ้งแบบวันต่อวันล่อกันเป็นเดือน ซึ่งไม่ใช่ อีกเล่ม อ่านง่ายๆพอเห็นภาพคร่าวๆ อ่านเอาสนุกมากกว่าข้อมูล
อย่ากได้หนังสือแบบที่มันให้ข้อมูลเชิงลึกแต่รวบรัด ผสมไกด์ทัวร์ไปด้วย โลนลี พลาเน็ตก็หยาบไปหน่อย แพงด้วย ละเอียดในแง่เป็นคู่มือเดินทางเท่านั้น
เดินเล่นไปเรื่อยๆเจอร้านหนังสือเข้าร้านหนึ่ง ได้หนังสือ มาเล่ม ชุด อินไซต์ ไกด์ ของ ดิสคัฟเวอรี่ แชนเนล กระดาษอาร์ตสี่สีทั้งเล่ม คำนวณแล้วถูกกว่าโลนลี พลาเน็ต และโดยรสนิยมส่วนตัว คิดว่าดีกว่ากันมากเสียด้วย
ได้หนังสือก็เดินต่อมาเรื่อยๆ ไม่รู้ทางไหนเป็นทางไหนเหมือนกัน เดินไปก็รำคาญเสียงแตรรถยนต์ไป ขยันบีบกันจริงๆและมหัศจรรย์ตรงที่ตรอกเล็กนิดเดียวคนเนปาลก็ยังขับสวนกันได้
เดินไปเดินมาก็เจอซอยที่น่าจะเหมือนแถวถนนข้าวสาร มีผับ เบเกอรี่ มินิมาร์ต สปา เยอะแยะ ปะปนไปกับร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยว เห็นร้านอาหารมากมายหลายร้านพอสมควรแล้ว ปอบอกว่า รอดตายแน่ เธอเป็นคนกินอะไรง่ายๆ ก็จริง แต่อะไรแปลกๆไม่กิน
เป็นมนุษย์ท้องเสาะไงครับ
เริ่มหิวน้ำ แวะเข้าซอยที่เหมือนจะทำเป็นแบบอาเขต มีร้านกาแฟ ใช้เน็ตไวไฟความเร็วสูงฟรี ก็เลยขอแวะ ร้านดูเล็ก แต่พนักงานเกือบสิบคน
งงเหมือนกัน อะไรมันจะเยอะขนาดนั้น เราสองคนไปยืนหน้าเคาน์เตอร์ พวกก็ไม่ถามอะไรสักคำ จนต้องกระตุ้นเตือน เขาก็เลยเงยมาถาม
ปอสั่ง คนรับคำสั่งถามว่าจะนั่งที่นี่หรือเปล่า....เก้าอี้สักตัวแม่งก็ไม่มี แต่ปอคงหัวไว บอกว่านั่ง เขาเลยบอกว่างั้นขึ้นไปข้างบนก่อน พอเดินขึ้นไปชั้นสอง โอ้โฮเฮะ ....คนนั่งเรียงราย ใช้โน้ตบุ๊กกันเต็มไปหมด
นี่มันร้านกาแฟแถมเน็ตวามเร็วสูงอย่างหรูเชียวละครับ เอาง่ายๆ ไม่แพ้สตาร์บัคก็ล้วกัน
ได้ที่นั่ง บริกรถึงได้มาถามว่าจะรับอะไร....
ใช้เน็ตฟรี กาแฟเย็นแก้วละเจ็ดสิบบาทไทย...เอาเน็ตบุ๊กออกมาต่อเน็ตเช็คข่าว...ล้มประชุมอาเชียนสำเร็จ แม่ง...ล้มหัวใจสำคัญของการกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในอาเชียนเลยนะเนี่ย
ปอใช้ไวไฟจากโทรศัพท์ เข้าเอ็มส่งข่าวถึงทางบ้านว่ามาถึงแล้วปลอดภัยไม่ต้องห่วง

ละเลียดกาแฟแก้เหนื่อยกันสักพักก็ออกจากร้านเดินต่อมาเรื่อยๆเล็งร้านที่คิดว่าจะมากินมื้อเย็นไว้ กลับเข้าห้องพัก ปอคงหิว เปิดข้าวผัดกระเพรากระป๋องมากิน เหลือไว้ให้กินอีกครึ่งหนึ่ง พร้อมกับลาบกระป๋องที่ใส่น้ำร้อนลงไปสักเดี๋ยวก็กินได้ รสาติเข้มข้นพอทน
พักผ่อนกันสักพักจนมืดหน่อยก็ออกไปเดินอีกรอบเล็กๆ เจอร้านขาย อะไรก็ไม่รู้ เรียกแป้งห่อสลัด ที่จริงก็เล็งไว้ก่อนแล้ว น่าจะเหมาะ หนึ่งอันเบ้อเร่อ กะกินกันคนละครึ่ง แต่เนื่องจากพอเห็นมีผักดองสหายปอก็ขยาด
ได้แป้งห่อสลัดผักดองใส่ไก่ ก็เข้าร้านขายของด้านตรงกันข้าม เล็งเป้เล็กๆไว้ใบ เพราะใบที่เอาใส่เน็ตบุ๊กมาก้นมันขาด ดีไม่หล่นมาพัง เป็นเป้ชั้นดี มีระบบแอร์ โฟลว์ และดามหลังด้วย ราคาตั้งเจ็ดร้อยกว่าบาท แต่ก็เอาเพราะคุณภาพสมราคา ลองถามว่าลดให้หน่อยได้ไหม เขาบอกว่าร้านนี้ "ฟิกซ์ ไพรซ์" ดูจากสภาพร้านมันก็ดิสเพลย์สินค้าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับร้านรวงอื่นๆในทาเมล
เป็นอันว่าได้เป้เล็กมาหนึ่งใบ

กลับเข้าที่พัก ราวๆทุ่มครึ่ง ไฟที่นี่เขาจะเปิดตอนสองทุ่ม พอเข้าห้องมันก็มืด ลงไปขอเทียน พนักงานทำหน้างงๆ แล้วคงนึกออก...ถามกลับมาว่าไฟไม่ติดเหรอ พอพยักหน้าตอบไป เขาก็อธิบายว่าตรงใต้หน้าต่างหลังม่าน มีสวิทช์เเเปิดไฟ เป็นสายโยงลงมา ให้เปิดสวิทช์จากตรงนั้น
ไฟที่ว่านี่เป็นนีออน ติดดวงเดียว เป็นไฟสำรองฟรือไฟจากเครื่องปั่นในช่วงเวลาที่ไฟฟ้าของเมืองยังไม่เปิด วันต่อๆมาถึงได้รู้ว่าเนปาลทั้งประเทศทุกเมืองจะตัดไฟเป็นช่วงๆวันละสองช่วง แล้วต่เมืองไหนจะเลือกตัดตอนไหนตามความเหมาะสม
พอสองทุ่ม ไฟดวงนี้ก็จะดับไป แต่ไฟทั้งหมดในห้องก็จะเริ่มทำงาน ...ทันทีที่ไฟฟ้าทำงาน เราก็เสียบชาร์จแบตเตอรี่ กล้อง เน็ตบุ๊ค และ...อะไรที่ต้องชาร์จให้เรียบร้อย มันจะไปปิดอีกทีตอนเที่ยงคืน
จากนั้นไม่มีอะไรนอกจากอ่านหนังสือเพื่อได้ข้อมูลเทียบกับแต่ละที่ที่เราจะไปในวันต่อๆไป ให้พอรู้ภูมิหลังของสถานที่ ความเป็นมาเป็นไป รวมทั้งเห็นภาพ(ที่เขาถ่ายลงไว้ในหนังสือ)
จำไว้เลยว่าเตรียมตัวมากก็จะได้อะไรกลับไปมาก หมายถึงเตรียมในเรื่องข้อมูลนะครับ
ส่วนเรื่องเผชิญโชค ผจญภัยนั้น..ไม่ต้องห่วงเท่าไหร่ ต่อให้เตรียมมามากแค่ไหนก็จะเจออยู่ดี

เที่ยวเนปาลนะครับ ไม่ได้ไปเยี่ยมญาติสนิทที่ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
วันแรกนี้ถือว่าเป็นวันสำรวจทาเมล
ได้เวลานอนแล้ว...เอาแป้งห่อสลัดลงไปกินที่ระเบียงได้ครึ่งอันก็อิ่ม กลับขึ้นมาอาบน้ำนอน



