2009/Apr/23

12 เมษายน 2552

http://farm4.static.flickr.com/3479/3460413633_27fe2ce9f1.jpghttp://farm4.static.flickr.com/3589/3461310756_e780e3395a.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3622/3461310742_bd4421b587.jpghttp://farm4.static.flickr.com/3526/3461310746_acbb7ae6fe.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3517/3460569051_8bea5594ee.jpghttp://farm4.static.flickr.com/3561/3460569021_7caa455645.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3592/3461341842_798d3ee4a3.jpg

ตื่นนอนแต่เช้าตรู่  อาบน้ำอาบท่าแต่งตัว ลงไปกินมื้อเช้าในโรงแรม  อาหารเช้ามีให้เลือกไม่มากนัก ขนมปังปิ้ง กับไข่ดาว ไข่คน ไข่เจียว ไข่ต้ม มีแยม กับ เนยมาให้  ไม่มีซอสใดๆ  นอกจากเกลือกับพริกไทย ที่ใส่กระปุกกลับข้างกัน รูเดียวเป็นพริกไทย หลายรูเป็นเกลือ... พร้อมกับผลไม้หนึ่งอย่าง  และเครื่องดื่มก็มีชา กับ กาแฟ

หลังเสร็จมื้อเช้า ก็กลับขึ้นห้องผลัดกันทำธุระส่วนตัว ได้เวลานัดเก้าโมง ไกด์มารับไปตระเวณเที่ยวสถานที่น่าสนใจในกาฐมานฑุ

จุดแรกที่ไปแวะคือ วัดฮินดู ในเขตพสุปัตตินาถ ซึ่งไม่อนุญาตให้คนนอกเข้านอกจากคนนับถือฮินดู ต้องใช้วิธีไปฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแบกมาติ แล้วมองข้ามมา วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ราวๆสามร้อยปีมาแล้ว หลังคาเป็นทองสัมฤทธิ์  

http://farm4.static.flickr.com/3479/3460413633_27fe2ce9f1.jpg

เขตนี้มีวัด และวิหารหลายแห่งติดๆกัน รวมทั้งฝั่งที่เราไปตั้งหลักด้วย

ที่จริงพินิจดูวัดไม่มากนัก แต่กิจกรรมริมฝั่งน้ำด้านที่วัดตั้งอยู่นั่นสิน่าสนใจ เพราะเป็นบริเวณที่ชาวเนปาลเอาศพมาเผา ทำพิธีแบบโบราณดั้งเดิม เอาศพมาทำความสะอาด ห่อผ้า ทำพิธีแห่เวียน แล้วขึ้นวางเพื่อเผาบนเชิงตะกอน ก็ตั้งไม้ฟืนเรียงๆขึ้นไปเอาศพวางข้างบน ใส่ฟางปนๆไปบ้าง

จากนั้นก็เผา เท่าที่ดูๆ มีหลายศพพอสมควรเลยทีเดียว ถ่ายรูปมาหลายรูปเหมือนกัน

http://farm4.static.flickr.com/3589/3461310756_e780e3395a.jpg

เป็นปฐมบทของการทัวร์ที่เริดมาก...มาดูเค้าเผาศพกันถึงเนปาลเลย

คงมีคนแปลกใจว่าทำไมผาศพกันแบบนี้ เป็นของโบราณมากและไม่เปลี่ยนครับ เมืองไทยเราต่ก่อนก็ทำแบบนี้ ท่านพุทธทาสเคยอธิบายว่านี่คือวิธีปลงศพที่เป็นปริศนาธรรรมให้คนเข้าใจ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา

สุดท้ายของชีวิตทุกคนก็ไปจบที่เชิงตะกอนเหมือนๆกัน ไม่ว่ายากดีมีจน ท่านพุทธทาสเคยสั่งไว้ก่อนด้วยว่าให้เผาท่านแบบนั้น

http://farm4.static.flickr.com/3622/3461310742_bd4421b587.jpg

ฝั่งวัดนั่นคนไปร่วมพิธีศพกันเยอะ ส่วนฝั่งเราที่มีแม่น้ำแห้งๆขวางกั้น ก็มีคนไปดูกันเยอะ ส่วนใหญ่คงนักท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ใช่ต่างงชาติทั้งหมด คนในท้องถิ่นที่ไปดูก็เยอะ บ้างเหมือนไปนั่งชมวิวด้วยซ้ำ

ไกด์ที่พาเราสองคนไปเที่ยวเป็นไกด์ที่ดี แต่ลูกทัวร์โง่เอง...ฟังเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยตั้งใจฟังทั้งที่ไกด์ตั้งใจอธิบาย...ก็มันพูดเร็วนี่หว่า และเราก็มัวแต่ตั้งกล้อง

ไม่ค่อยถูกโรคกับกล้องดิจิตอลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และเพราะไม่ค่อยได้ใช้ ถึงเวลามักพารูปเสียหายเสมอๆ กว่าจะตั้งให้เข้าที่ได้ ค่อนวันแบตก็เกือบหมด ต้องอาศัยกล้องสหายปอที่เอาไปสองตัวแทนไปก่อน

ฝั่งที่เรายืนอยู่ ก็มีวัดบนเขา มีฤๅษีชีไพร แต่งหน้าทาสี และ แก้ผ้าก็มี แต่มีกระจับปิดไว้หน่อย พวกนี้ทอ้งบ้านทิ้งครอบครัวมา ส่วนหนึ่งอาจจะบำเพ็ญตบะจริง แต่ส่วนหนึ่งก็มาหากินให้คนถ่ายรูป แล้วหยอดเงินกันตามศรัทธา ว่าไปเหมือนการแสดงอย่างหนึ่งสำหรับทัวริสต์

http://farm4.static.flickr.com/3526/3461310746_acbb7ae6fe.jpg

ออกจากจุดแรกก็ไปต่อที่ โพธานาถ สถูป ซึ่งเป็นสถูปใหญ่ที่สุดในเนปาล สร้างขึ้นโดยกลุ่มชาวธิเบตที่อพยพมาเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว เป็นชุมชนชาวธิเบตใหญ่สุดในเนปาล รายรอบสถูปอยู่  สถูปธิเบตสังเกตง่ายก็ดวงตาพระพุทธเจ้า ที่อยู่ตรงฐานก่อนจะขึ้นไปบนยอด ดวงตาจะมีทั้งสี่ทิศ  

พระพุทธองค์ทรงสอดส่องไปทุกทิศทุกทาง..เขาว่างั้น

ตรงที่น่าจะเรียกโบสถ์ นอกสถูป เข้าไปข้างใน มีพระพระธิเบตนั่งเรียงราย แต่ยังไม่ได้สวดมนต์ หน้าพระประธานในโบสถ์ มีของบริจาคกองๆอยู่ ปอคลานเข้าไปบริจาคขนมหรือมาม่าก็จำไม่ได้ เสร็จแล้วออกมาแล้วเดินดูร้านรวงรอบๆสถูป ชาวบ้านจะมาเดินเอามือปาดทรงกระบอกหมุนๆ ที่อยู่รอบฐานของสถูป เดินวนเป็นวงกลมจนครบรอบ

http://farm4.static.flickr.com/3517/3460569051_8bea5594ee.jpg

เข้าไปที่แกลเลอรี่ สำนักพุทธศิลป์ของชาวธิเบตที่เป็นโรงเรียนช่างวาดไปด้วย งานละเอียดมากอย่างน่าทึ่ง...และรวมทั้งราคาก็สูงไปตามฝีมือ ดั้งเดิมคงเป็นภาพวาดตามผนัง

http://farm4.static.flickr.com/3561/3460569021_7caa455645.jpg

ไกด์ให้เวลาเดินเล่นอีกสิบห้านาที ก็จบจากจุดนี้ ถ่ายรูปดวงตาพระพุทธเจ้าบนยอดสถูปแล้วออกมาเหมือนรูปปั้นหิมะช่วงคริสต์มาส เลยไม่กล้าเอารูปมาให้ดู

ออกจากโพธานาถ เราก็นั่งรถข้ามไปเเมืองปาตานติดกับกาฐมานฎุ  จุดสำคัญคือปาตาน เดอร์บาร์ สแควร์  บริเวณนี้จะเป็นที่รวมของวัด เจดีย์ มากมายกว่า 50 แห่งอัดๆกันอยู่ในนั้น ที่โดดเด่นสะดุดตาตรงทางเข้าคือสถูปเก่าแก่ เหมือนจะทำด้วยไม้ นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มุ่งเทรกกิ้งอย่างเดียวจะต้องมาแวะที่จุดนี้

http://farm4.static.flickr.com/3523/3463657373_e7eaab4eb0.jpg


ชมสถูปหรือวิหารตรงหน้าแล้ว เลี้ยวเข้าพระราชวังเก่า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว เราเพียงแค่ชมรอบนอก ไม่ได้เข้าไปข้างใน  

ออกจากวังเก่าก็เดินเลยไปทางด้านหลัง ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเดินไปจนถึงลานใหญ่ ที่เป็นตลาดนัดขายของ หรือ FLEET MARKET ไกด์เล่าให้ฟังว่ายุค 60 แถวลานนี้พวกฮิปปี้จะมาสิงกันอยู่ สูบกัญชาอะไรต่ออะไรกันไป   ปัจจุบันกลายเป็นตลาดปูผ้าขายของกันธรรมดา ด้านข้างเป็นอีกวัดให้เข้าไปดู

http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03529.jpg?t=1240534636

จำไม่ได้หรอกครับว่าวัดไหน วิหารไหน เรียกอะไร ดูไปเรื่อยๆ

พอเที่ยงก็เดินกลับออกมาทางเดิม จุดนั้นก็มีลักษณะของตลาดอีกจุด ไกด์ส่งขึ้นไปกินข้าวที่ร้านตรงปากซอยเยื้องจากเดอร์บาร์ สแควร์ที่เราเข้าไปดู ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆแต่มีสี่ห้าชั้น เราขึ้นไปชั้นบนสุดที่เป็นชั้นดาดฟ้า

http://farm4.static.flickr.com/3544/3463699513_92b8e427d3.jpg


วิวสวยได้การ ยิงภาพลงมาจากยอดตึก ได้วิวแพนอราม่าอย่างดี แต่วิถีชาวบ้าน ซักผ้ากันบนดาดฟ้า น่าสนใจกว่าแฮะ


ปอคนกินยากสั่งข้าวผัด ส่วนเราสั่งแกงกะหรี่ไก่ กับ ข้าวสวย นี่น่าจะเป็นมื้อแรกที่แท้จริงของเราสองคนในเนปาล ข้าวผัดมาในถ้วยที่ดูเหมือนเล็กๆ แต่จุดีเหลือเกิน ใหญ่ว่าถ้วยข้าวต้มกุ๊ยบ้านเรา แล้วใส่มาเต็มถ้วยเสียด้วย

http://farm4.static.flickr.com/3599/3463657377_6f12b58064.jpg

รสชาติ ต้องขอบอกว่านี่มันสุดยอดข้าวผัดเลยละครับ ข้าวร่วนสวย แห้ง ไม่มีมัน รสชาติก็ได้เลย ส่วนแกงกระหรี่เสริฟมาในชามเปลเล็กๆ กับข้าวสวยกำลังพอดี เป็นแกงกระหรี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาในชีวิต รสชาติได้ใจ มีความเผ็ดด้วย และไม่มีความหวานมาสอดแทรก

โคตรอร่อย..ขอบอก เสียแต่ไม่มีอาจาด หรือ ผักสดมาให้แอ้ม

http://farm4.static.flickr.com/3481/3463699527_de40e2fcde.jpg



กินข้าวเสร็จตกบ่ายก็นั่งรถออกมา มุ่งไปอีกทิศ เที่ยวนี้ไปสถูปของพวกธิเบตอีกแห่งแต่เล็กกว่ากัน....น่าจะชื่อว่า สวายมภูนาถ

http://farm4.static.flickr.com/3587/3463699545_1e867d4b69.jpg

ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ จุดสำคัญน่าจะเป็นตำนานดอกบัวผุดของสถานที่มากกว่า ประมาณว่ากษัตริย์สักองค์ของสักแคว้นมาเจอเข้า ประทับใจ เลยมาสร้างสถูปกันบนยอดเขา ซึ่งงแน่นอนว่าต้องตัดหินขนหินกันขึ้นมา จำได้เลาๆแค่นี้แหละ

http://farm4.static.flickr.com/3631/3463699535_285295b5be.jpg

 

ต้องเดินขึ้นเขาไปหน่อย หน่อยนี่ก็เดินจนหอบเหมือนกัน คนท้องถิ่นไปกันเยอะมากกว่านักท่องเที่ยว  นึกถึงคนเดินขึ้นเขาพระพุทธบาทแถวสระบุรีก็ได้ ด้วยศรัทธาและนับถือ และด้วยอยากเที่ยว ส่องวิวจากที่สูงๆ แต่สถูปนี้ส่องเห็นเมืองหลวงเนปาลเลย

http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03593.jpg?t=1240531764http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03597.jpg?t=1240531908

ขาลงเห็นนักท่องเที่ยวในท้องถิ่น แวะกินมะพร้าวแก่ที่หั่นขายเป็นชิ้นใหญ่ ยืนแทะกันจนน่าร่วมวงด้วย

มันน่าจะชื่นใจดีเวลาเหนื่อยๆ ร้อนๆลงมาจากเขา

http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03612.jpg?t=1240533277
แล้วพอลงมาจนถึงตรงทางก่อนจะออก มีแขกขายอะไรที่ดูไกลๆเหมือนแขกขายถั่ว แต่เดินเข้าไปดูใกล้ๆเพราะมองแล้วมันไม่ธรรมดา ปรากฏว่าไม่ใช่แขกขายถั่วแฮะ แต่มีถั่วเป็นส่วนผสมด้วย นอกเหนือจากผักผลไม้ เช่น มันฝรั่ง มะเขือเทศ เป็นต้น

เขาจะเอาสาระพัดถั่วต้ม มันฝรั่ง ผักลายอย่าง ลงไปคลุกในกระป๋องพลาสติกเเล็กๆ จำไม่ได้ว่าบีบมะนาวหรือเปล่า แต่เห็นมะนาวซีกๆ อยู่ จากนั้นก็ตักส่วนผสมพิเศษ ที่มีหอมแดง พริกขี้หนู  ความจริงไม่ได้ตักหรอก พี่แกใช้มือหยิบหน้าตาเฉย...

เฮ้ย พริกขี้หนูสดซอยนะนั่น ใช้มือหยิบแบบไม่เกรงใจอย่างนั้นเชียวเรอะ

แล้วอยู่ได้ไงทั้งวัน

http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03616.jpg?t=1240533272

จากนั้นยังมีน้ำยำ ที่ดูไม่ออกว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง คงใส่เครื่องปรุงให้มีรสชาติ และมีเครื่องเทศ  น้ำยำราวๆสักช้อนคาว ใส่ลงไปคลุกๆ ในกระป๋อง เป็นอันสร็จพิธี พี่เค้าก็ตักออกมาใส่...น่าจะเป็นกระดาษหรือจานสังกะสีเล็กๆ

ตอนหลังๆพอสังเกตเห็นว่ามีทั้งสองแบบ  ส่งให้ลูกค้ากิน ฉีกกระดาษเป็นช้อนครับท่าน บางเจ้าก็เห็นใช้มือหยิบเปิดเอา

เราควรเรียกมันว่าอะไรดี เรียกส้มตำแขกก็พอไหว  นี่ถ้ามีเวลาอีกนิดจะต้องลองกินดู แต่เอาไว้วันหลังเจอที่ไหนต้องลองแน่ๆ

ชมการทำส้มตำแขกเรียบร้อยเป็นอันหมดภาระกิจการทัวร์  นั่งรถกลับมาที่พัก รถติดบรรลัยเลยทีเดียว การขับรถราในกาฐมานฑุนี่มันเหลือเชื่อ ยิ่งในซอยเล็กๆย่านตรอกข้าวสารทาเมลแล้วยิ่งเหลือเชื่อมาก คนเดินกันคราคร่ำ มอเตอร์ไซด์ รถเข็น และรถยนตร์

ซอยก็เล็กจนไม่น่าที่รถจะสวนกันได้ แต่เขาก็ขับสวนกัน บีบแตรลั่นจนคนเดินทำตัวไม่ถูก บีบมันอยู่นั่น และดูไปก็ไม่เเห็นใครเดือดร้อนเวลาโดนแตรบีบใส่ เป็นวันอาทิตย์แต่รถติดมากมาย สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะช่วงเทศกาลปีใหม่ของเนปาล ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน นั่นเท่ากับวันนี้คือวันสุกดิบ

นั่งรถติดๆมาจนเบื่อที่มันติดแหง็กในซอยที่ทั้งเหม็นควันไอเสีย ร้อนตับจะแตก เลยขอลงเดินกลับโรงแรมเอง ไกด์ก็ลงด้วย ปล่อยคนขับรถเผชิญชะตากรรมไปคนเดียว

จุดที่ลงใกล้จะถึงโรงแรมแล้ว มันน่าจะลงมาตั้งนานเพราะอยู่บนรถแสนทรมาน

ถึงโรงแรมเข้าห้องพัก เหลือเวลาให้เดินเล่นอีกเพียบ วันนี้เรากลับมานอนพักผ่อน ซื้อการ์ดใช้อินเทอร์เน็ตไวไฟในโรงแรม เช็คข่าวนิดหน่อย ...

มาเนปาลอย่างน้อยที่กาฐมานฑุ ไมต้องห่วงเรื่องอินเเทอร์เน็ต มีร้านน็ตเกลื่อนและไม่แพง ถ้ามีเครื่อมาเข้าร้านอาหารหรือร้านกาแฟก็มีให้ใช้ฟรีทั้งเยอะและเร็ว

หายเหนื่อย และรอไฟฟ้ามาก็ออกไปเดินบริเวณที่คึกคักเยี่ยงถนนข้าวสารของทาเมล ดูอะไรเรื่อยเปื่อยเพราะไม่ใช่นักช็อปปิ้ง  

http://i244.photobucket.com/albums/gg18/kidtalentz/DSC03568.jpg?t=1240535090

ได้เวลามื้อเย็น วันนี้เลือกร้านที่เดินๆไปแล้วเห็นว่าเข้าท่า ร้านสลัวด้วยแสงเทียนตามโต๊ะ ดูรายการอาหารแล้วน่าจะไม่มีปัญหาสำหรับเพื่อนร่วมทาง

ผัดหมี่จานเบ้อเริ่ม ที่กินไม่หมด กับ ข้าวแกงกระหรี่เห็ด เที่ยวนี้ข้าวบานตะไท แกงเป็นสีเขียวสวยดูเหมือนครีมซุปมากกว่าแกง รถชาติอร่อยพอสมควร แต่ขาดความเผ็ดโดยสิ้นเชิง และมีรสของเนยปนอยู่ด้วย

ตอนบริกรมาเก็บชามเพราะเห็นว่าเรากินอิ่มแล้ว เขาเห็นผัดหมี่ของปอเหลือตั้งครึ่งจาน เลยถามว่ามีปัญหาอะไรกับอาหารหรือไม่  "ไอ อัม ฟุล" นั่นคือคำตอบ......"  เสียงปอถามหลังบริกกรยกจานไปแล้วว่า "ลุง..อิ่มนี่แค่ฟูลเองเหรอ หนูเพิ่งรู้"....

อันที่จริงนี่เป็นผัดหมี่ (หรือเส้นเล็ก..)ที่อร่อยมากเชียวแหละ เพราะผัดมาแห้งๆ ใส่ผักและไก่ฉีก เขาผัดจนเกรียมหอมมากๆ

กินสร็จก็กลับที่พัก แวะซื้อน้ำ และเบียร์ไปสามกระป๋อง  เบียร์หมดก็อาบน้ำเข้านอน...

รอวันต่อไป จะมีสหายมาเพิ่มคณะอีกสามคนจากเมืองไทย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ในบันดาประเทศที่ผมอยากไปมากที่สุด
ก็คือประเทศเนปาลนี้แหละ

ดูแล้วยิ่งอิจฉา อยากไปมั้ง
#1  by  BEIRUT At 2009-04-23 21:20, 
ปอคลานเข้าไปบริจาคขนมหรือมาม่าก็จำไม่ได้ // ถั่วที่ได้มาจากบนเครื่องการบินไทยอ่ะลุง ลุงอธิบายดีจัง เดี๋ยวลอกเรื่องสถานที่ไปอธิบายในบล๊อกหนูนะ เพราะรูปหนูเยอะกว่าลุง เหอ เหอ เหอ
#2  by  จอมบงการ At 2009-04-23 21:27, 

<< Home