16 เมษายน 2552
ชะโงกทัวร์ที่โพคาร่า
เช้ามืดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขา แล้วกลับมากินมื้อเช้าก่อนอำลาจากเชอปา รีสอร์ต
เดินลงจากซารางกอตอีกด้าน ทางกลับนี้สวยเพราะปูหินเป็นทางเดินลงเขาค่อนข้างชัน ทางแคบ ๆ ชุมชนคนบนเขาสองข้างทาง เนรมิตไว้รับนักท่องเทียวโดยเฉพาะ เพราะขายของที่ระลึก ผ้าทอกันเห็นๆ มีเกสต์เฮ้าส์ เรสตัวรองต์ ตลอดทาง

ขากลับใช้เวลาเดินลงกันไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดที่รถตู้มาจอดรอรับกลับเข้าเมืองโพคาร่า โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงอีกเหมือนกัน ครึ่งเช้านี้เป็นเวลาว่าง ให้เราเดินเล่นชมเมืองฆ่าเวลา
เนื่องจากย่านที่เราไปพักเป็นย่านของนักท่องเที่ยว จึงไม่ค่อยเหนชีวิตแบบปรกติธรรมดาของคนเนปาลที่นี่นัก นอกจากเดินดูร้านขายของ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ต่างกันกับที่ทาเมล แต่ถนนหาทางมันใหญ่กว่ากันเยอะ ไม่ใช่ตรอกเล็กในเมืองเก่าเหมือนทาเมล
ตอนกลางวัน เราไปอาศัยมื้อกลางวันเร้านสเต๊กเจ้าเก่า เสั่งเป๊ปเปอร์สเต๊กเหมือนเดิมหนึ่งที่ ผัดหมี่หนึ่งจาน แล้วก็อะไรอีกอย่างจำไม่ได้ ราดข้าวมา ที่สั่งเพราะในเมนูมันเขียน บอยด์ ไรซ์ อ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นข้าวต้ม โหยข้าวเต็มที
แต่ตอนเสริฟมากลายเป็นข้าวสวยราดแกง...
และสั่งข้าวเปล่ามาด้วยจานหนึ่ง
ร้านนี้สั่งล้วนอนรอได้ ร้านอาหารในเนปาลเป้นอย่างนี้ทั้งนั้น
มีรูปเป็นหลักฐานครับ
ร้านอาหารในเนปาล คนกินต้องใจเย็นๆ เพราะมันจะช้ามากโดยไม่รู้สาเหตุ
และเขาจะต้องรอพออาหารพร้อมหมดเถึงจะยกเมาเสริฟพร้อมๆกัน คุยกันว่าต่อไปเรานั่งแยกโต๊ะดีกว่า เข้าจะได้เสร็จแล้วเสริฟ แต่ก็ไม่ได้ลอง
พออาหารมา ซัดข้าวกับสเต๊ก กันเป็นว่าเล่น คนละหนุบคนละหนับ โคตรจะอร่อย
ตกบ่ายเป็นซิตี้ทัวร์ แวะจุดโน้นนิดนี้หน่อย เริ่มกันที่น้ำตกและลำธารในช่องเขาที่เราดูจากข้างบนทั้งแคบและลึก ไปชมความลึกกัน จากนั้นไกด์พาลงข้าวใต้มุดถ้ำลงไป พอเข้าไปถึงปลายทางเป็นโถงใหญ่มืดตื๋อ ปากถ้ำอีกด้านนั่นคือลำธารและน้ำตกที่เมื่อกี้เราดูจากข้างนอกนั่นเอง
ในถ้ำมีคนไทยไร้วัฒนธรรมคนหนึ่ง ถ่ายรูปทั้งที่เขาห้ามถ่าย
ต่อจากนั้นก็นักรถตู้แถดๆๆ มาดูธารน้ำนมที่น้ำมันไหลมาจากเขาเป็นสีขาวขุ่น เดาว่ามันน่ะจะไลผ่านชั้นดินเหนียวที่ออกขาวๆ หรือไม่ก็หินปูน เดาไปงั้น เพราะไม่รู้

จุดสุดท้ายที่แวะ (หรือเปล่า ชักจำไม่ได้) คือ ค่ายอพยพชาวธิเบต เขาพาไปดูพรมที่ผู้อพยพทอ เห็นราคาแล้ว...โอ้โห แพงวุ้ย ดูเสร็จก็ไปดูกันถึงโรงทอ สังเกตดูแล้วมีความสุขกันดี และสังเกตอีกที หลายคนที่นั่งทอพรมอยู่นั้นเป็นฮินดู ไม่ใช่ธิเบตอพยพ
ความจริงงานฝีมือนั้น จะไปบอกว่าแพง..อะไรแบบนี้ไม่ได้ ขอให้เข้าใจว่าเมื่อบอกว่าแพงหมายถึงเทียบกับเงินในกระเป๋าเราและความต้องการของเรา ไม่ใช่แพงพราะเมืองไทยถูกกว่าอะไรทำนองนั้น
สามสี่จุดที่ไปวันนี้ เราว่าห้องน้ำที่ถ่ายรูปมาจากจุดที่ไปดูธารน้ำนม น่าสนใจกว่ากันเยอะเลย
เหมือนจะลืมสะพานชวนสียวไปอีกจุดแฮะ...
เป็นอันจบโปรแกรมที่โพคาร่า เรียบร้อย ระหว่างขาไปและขากลับนั้นผ่านส่วนที่เป็นเมืองของโพคาร่าที่ไม่ใช่ที่นิยมของนักท่องเที่ยว เป็นตลาดนั่นละครับ ในใจนึกว่ามันต้องมาเที่ยวบบนี้สิโว้ย ดูเหมือนจะคิดเหมือน น้องยิ้มโอโม เพราะเธอพูดออกมาดังว่าน่ามาเดินแถวนี้มากกว่า..
กลับมาถึงย่านที่พัก จบโปรแกรมชะโงกทัวร์ เวลาที่เหลือก็เดินช็อปปิ้งกันไปตามความสมัครใจ
มื้อเย็นทั้งอร่อย ถูก และสนุกสนาน สำหรับห้าสหายในเนปาล เลือกร้านในซอยเข้าโรงแรม เล็งกันไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นร้านที่ดูข้างนอกธรรมดา ดูเล็กนิดเดียว แต่มีประตูออกด้านหลัง เป็นสวนเล็กๆ ตั้งโต๊ะกลางแจ้ง รู้ก็เมื่อเดินเข้าร้านไปนั่นแหละ
มื้อนี้สั่ง ชิกเก้น เทนโดริ หรือไก่ย่าง มันจะออกสีส้มๆ รสชาติอร่อยมากคล้ายไก่กะทิบ้านเราแต่จะย่างจนแห้งกว่ากันเยอะ มีเกี้ยวซ่าไส้เนื้อควาย เนื้อควายผัดพริก แกงกระหรี่แพะ และผัดหมี่ พร้อมข้าวเปล่า
และเนปาลี เซ็ต ที่มีแกงกระหรี่ กับข้าวมันเนย แกงจืดที่ดูเหมือนน้ำถั่วเขียว ผักดอง เซ้ตนี้เติมได้ตลอดในราคาเดิม
ที่จริงเรามีเนื้อควายทอดมาด้วยอีกห้าไม้เป็นออเดิฟ ซื้อมาจากปากซอย

กินกันจนพุงกลางละครับ บัฟ ชิลี หรือ เนื้อควายผัดพริกราคาแสนถูก เป็นเงินไทยแค่จานละสามสิบกว่าบาท แต่อร่อยเกินราคา
เสร็จมื้อเย็นก็กลับโรงแรม แวะซื้อวิสกี้เนปาลขวดเล็กมาขวด คนขายบอกว่าเป็นวิสกี้ชั้นดี จิบกับวีเลิฟยูกันสองคนในห้องคนละไม่กี่จิบ ลงความเห็นว่าไม่อร่อย เลยพากันนอน พักผ่อนเอาแรง เตรียมบินไปปักตาปูร์ หรือ น่าจะเรียกว่า พักตราปุระ พรุ่งนี้เช้า



