2009/Jun/05



เมื่อมององค์กรที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น อเมซอน ,อีเบย์ ,กูเกิ้ล ไปจนถึง ธนาคารกรามีน หรือ กรีน เบลท์ มูฟเมนต์ เหมือนจะห่างไกลจากความหัวรั้นอยู่มาก แต่ด้วยพลังของความหัวรั้นแต่เริ่มแรกนั่นแหละที่ทำให้ผู้ประกอบการหัวรั้นกลับประสำเร็จในระยะยาว

โครงสร้างที่นำไปสู่ความสำเร็จของเหล่าผู้ประกอบการหัวรั้นนั้น ผู้เขียนสรุปออกมาได้ทั้งหมดเป็น 3 โมเดลด้วยกัน โดยโครงสร้างองค์กรของกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จมักจะเขาข่ายโมเดลใดโมเดลหนึ่ง

1.กิจการไม่แสวงกำไรแบบใช้คานงัด

ความล้มเหลวของระบบตลาดในหลายๆปริมณฑล ทำให้ยากหรือแทบเป็นไปได้เลยที่จะจัดการธุรกิจด้วยโมเดลธุรกิจแบบแสวงกำไร พื้นที่เหล่านี้เองที่โมเดลธุรกิจแบบ “ไม่แสวงกำไร” เป็นทางเลือกเดียวที่ใช้ได้

กุญแจสำคัญอยู่ที่ “คานงัด” นั่นคือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แต่อาจจะถูกลืมหรือทอดทิ้ง

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าผู้ประการเพื่อสังคมดำเนินกิจการไม่แสวงกำไรอยู่ได้โดยอาศัยทุนที่มาจากภาครัฐหรือมูลนิธิ ซึ่งตามมาด้วยข้อำกัดหลายประการ ทว่าแม้จะมีข้อจำกัดองค์กรไม่แสวงกำไรจำนวนมากก็ก้าวไปสู่ระดับโลกได้

คนเหล่านี้สนองความต้องการที่กลไกตลาดและธุรกิจปัจจุบันมองข้าม หรือแทบมองไม่เห็นโอกาสที่จะทำกำไรได้ ทำให้ธุรกิจกระแสหลักไม่สืบเท้าก้าวเข้าไป

โดยเฉพาะสินค้าสาธารณะ ซึ่งผู้ประกอบการเพื่อสังคมเข้ามาอุดช่องว่างที่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถหรือไม่ยินดีที่จะผลิต ธุรกิจแสวงกำไรก็ไม่สนใจเพราะผลตอบแทนไม่คุ้ม

ลักษณะของกิจการแบบโมเดล 1 ก็คือ การนำส่งสินค้าสาธารณะสู่คนบางกลุ่มที่เปราะบางทางเศรษฐกิจที่สุด ไม่สามารถเข้าถึงหรือไม่มีกำลังซื้อสินค้าดังกล่าว กิจการประเภทนี้ทั้งตัวผู้ประกอบการและองค์กรเองเป็นเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายให้ผู้ได้รับประโยชน์จากกิจการสามารถเป็นเจ้าของกิจการเอง มีพันธมิตรภายนอกช่วยเหลือสนับสนุนทั้งทางการเงินและอื่นๆ และผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้งเป็นผู้นำเชิงอุดมการณ์



ตัวอย่างกิจการในโมเดล 1 ก็คือ วิทยาลัยเท้าเปล่า ที่ก่อตั้งโดย บังเคอร์ รอย  เกิดในตระกูลชนชั้นนำของอินเดีย ผ่านการศึกษาอย่างดี และเป็นตัวแทนกีฬาสควอชเข้าแข่งขันในระดับโลก แต่กลับทิ้งสิ่งเหล่านั้นหันไปก่อตั้งวิทยาลัยเท้าเปล่า ที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่าคนเราสามารถเป็นอะไรก็ได้โดยไม่ต้องผ่านการศึกษาในระบบ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ สถาปนิก วิศวกรพลังงานสงอาทิตย์ นักออกแบบ วิศวกรไอที  ฯลฯ

วิทยาลัยเท้าเปล่าอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสามารถของชาวบ้านเป็น “คานงัด” ประยุกต์การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมของอินเดียในการจัดการ ควบคุมและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของคนจน ช่วยให้คนเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะใช้มันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบประกาศจากภายนอก

นั่นคือการทำให้คนจนพึ่งพิงตนเองได้ เข้าถึงสินค้าสาธารณะไม่ว่าจะเป็น น้ำดื่มสะอาด สาธารณสุข การศึกษา ตลอดจนการทำงาน

สามสิบกว่าปีของ วิทยาลัยเท้าเปล่า เป็นข้อพิสูจน์ยืนยันทั้งแนวคิดที่เชื่อมั่นในศักยภาพในตนเองของชาวบ้าน และเป็นหลักฐานให้เห็นว่า กิจการไม่แสวงกำไรบนคานงัดสามารถยั่งยืนและขยายตัวได้

2.กิจการไม่แสวงกำไรลูกผสม

เป็นกิจการที่ผสมผสานกลยุทธ์แสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไรเข้าด้วยกัน ต่างจากโมเดลที่ 1 ที่ยากจะนำไปสู่ผลกำไร

ลักษณะสำคัญของกิจการในโมเดล 2 ที่เป็นหัวใจของความเร็จ ก็คือ การส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับคนที่ขาดโอกาสเข้าถึงเช่นเดียวกับโมเดล 1 แต่อยู่ภายใต้ความคิดว่าจะสามารถทำกำไรได้ รวมทั้งนำกำไรไปต่อยอด ผู้ประกอบการหรือผู้ก่อตั้งจะพัฒนาแผนการตลาดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าคนจนหรือผู้ด้อยโอกาสประเภทอื่นจะสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของกิจการได้

กิจการที่ทำจะสามารรถคืนทุนได้อย่างน้อยส่วนหนึ่งจากการขายสินค้าและบริการ และสามารถขยายตลาดใหม่ๆได้  ใช้การระดมทุนหลายรูปแบบ ทั้งเงินบริจาค ตลอดไปจนถึง เงินกู้ หรือเครื่องมือทางการเงินกึ่งทุนบางอย่าง

และการบุกเบิกและกรุยทางของผู้ประกอบการในโดล 2 นี้ สุดท้ายแล้วจะมีธุรกิกระแสหลักก้าวตามมา ผลักดันให้พวกเขาขยับไปสู่การเป็นธุรกิจเพื่อสังคมใน โมเดล 3

กิจการในโมเดล 2 ที่ประสบความสำเร็จ เช่น โครงการรูบิคอน ที่ให้บริการเกี่ยวพันกับที่อยู่อาศัยหลากหลายสาขาที่ธุรกิจกำลังเลียนแบบกันอยู่ในปัจจุบัน หรือ ระบบรักษาตาอาราวินด์ ในอินเดีย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจักษุคลีนิคที่ใหญ่ที่สุดและมีผลิตภาพที่สุดในโลก ซึ่งรักษาตาให้ผู้ป่วยในอินเดียปีละ 2 ล้านคน แม้ว่า 2 ใน 3 จะได้รับบริการฟรี แต่ก็ยังทำกำไร และนำไปขยายกิจการและพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องเนื่องได้

3.ธุรกิจเพื่อสังคม

เนื่องจากทรัพยากรหรือทุนรอนจากการบริจาคมีจำกัดบีบให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมก่อตั้งกิจการของพวกเขาขึ้นในแบบธุรกิจเพื่อสังคม โมเดลนี้เป็นโมเดลที่ผู้ประกอบการเพื่อสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ๋เลือกใช้ โดยเฉพาะในอเมริกา เพราะมีตลาดสำหรับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมชัดเจน

เป็นกิจการที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อแสวงกำไรตั้งแต่ต้น แต่แตกต่างจากธุรกิจกระแสหลัก ผู้ประกอบการเหล่านี้กหนดพันธกิจของตัวเองและกิจการไว้ชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แสวงกำไรภายใต้แนวคิดของการสร้างประโยชน์ให้ผู้มีรายได้น้อย หานักลงทุนสนับสนุนที่สนใจทั้งผลตอบแทนทางการเงินและทางสังคม ซึ่งทำให้โมเดลนี้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า



กิจการในโมเดล 3 ที่คนรู้จักมากๆอาจจะเป็นมโรไฟแนนซ์ แต่ก็มีกิจการประเภทอื่นๆ ที่กำลังทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เช่น เซเคม ในอียิปต์ มีบริษัทในเครือที่ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อ “ไอซิส” ซึ่งคนอียิปต์รู้จักกันดี  มีบริษัทผลิตยาจากสารอาหาร ซึ่งทำรายได้มากที่สุดให้กับเซเคม ตลอดจนบริการการเกษตรที่ป้อนวัตถุดิบให้บริษัทอื่นในเครือ และบริษัทบรรจุหีบห่อผักและผลไม้ รวมทั้งบริษัทผลิตเสื้อผ้าสำหรับเด็กและทารก

เซเคมพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจเพื่อสังคมที่แสวงกำไรเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้ดี ในขณะเดียวกัน การดำเนินกิจการแบบเซเคมนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศโดยรวมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความเหลื่อมล้ำ และความไม่เททาเทียมกันในการเข้าถึงบริการสาธารณะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home