2009/Jul/02

พลิกวิชาประวัติศาสตร์
ด้วยสิบหน้าเจ้าปัญหา
ในตำราของโรงเรียนเตรียมฯ

http://news.mthai.com/wp-content/uploads/dbff677hacii6agi7f8be-400x300.jpg


พอเห็นข่าวแกนนำเสื้อแดงออกมาโวยวายเรื่องตำราเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถึงขั้นประกาศจะแสดงพิธีฉีกตำรากันในการชุมนุมครั้งหน้าเลยทีเดียว ถ้าไม่ยกเลิกส่วนที่เป็นปัญหาที่ว่านั่น

มันเกิดอะไรขึ้นในระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมของประเทศไทย โดยเฉพาะโรงเรียนเตรียมฯ ซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนมัธยมชั้นนำของประเทศไทย

ผมขวนขวายไปหาสิบหน้าเจ้าปัญหานั้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว

ก่อนอ่านผมก็รู้สึกล่วงหน้าไปแล้วว่า ครูบาอาจารย์ของโรงเรียนนี้ทันสมัยน่าดู เป็นโรงเรียนในอุดมคติที่น่าเข้าไปเรียน

เรียนหนังสือมันต้องมีชีวิตวาแบบนี้ละครับ จะมัวแต่ไปตายอยู่กับซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์อยู่ได้อย่างไร เรื่องราวมันเกิดสดๆร้อนๆ ไม่เอามาวิเคราะห์วิจารณ์กันในห้องเรียนสิ จะเป้นเรื่องแปลก

หลังจากอ่านสิบหน้าเจ้าปัญหานั้นไปแล้ว

ผมก็เห็นเพียงว่า เป็นการรวมรวมและลำดับเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยไว้ให้นักเรียนวิเคราะห์วิจารณ์

มีเล่าไว้ทั้งการก่อตัวของเสื้อเหลือง การประท้วงอย่างยืดยาวของกลุ่มพันธมิตร การปิดล้อมทำเนียบ ยึดสนามบินทั้งดอนเมือง และ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งก่อความเสียหายมูลค่ามหาศาล

และรวมถึงการก่อการของเสื้อแดงเป็นลำดับๆ จนถึงการล้มการประชุมสุดยอดอาเชียนที่พัทยา การปิดล้อมกรุงเทพฯ และการจัดการของรัฐบาลกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อะไรเกิดขึ้นก็บันทึกไว้หมดละครับ

ไม่มีตรงไหนที่อ่านมาในสิบหน้านั้น บอกว่า เหลืองผิด แดงถูก หรือ เหลืองถูก แดงผิด หรือตัดสินว่าข้างไหนดีหรือไม่ดี

จินตนาการของคนรุ่นเก่า ภายใต้ความคิดแบบเก่าๆ ก็คือ ตำราเรียนคือสิ่งที่ใช้ครอบงำความคิดคน

มาจากสมมติฐานว่าคนก็เหมือนควาย แล้วแต่ว่าจะสนตะพายไปทางไหนก็ได้

ซึ่งมีทั้งส่วนที่จริงและไม่จริงผสมกันอยู่ คือทั้งครอบงำได้และไม่ได้  เหมือนในแอนิมอล ฟาร์ม นิยายของจอร์จ ออร์ เวล ที่ส่ำสัตว์ท่องคาถา "สองขาดีสี่ขาเลว"

สัตว์ที่เขื่อก็มี ที่ไม่เชื่อก็มี

แต่ในตำราเรียนของโรงเรียนเตรียมฯที่จะฉีกทิ้งกันนั้น ผมอ่านแล้วไม่เห็นว่าสิบหน้านั้นจะไปตัดสินใครตรงไหน ไม่ว่าใคร ไม่มีไปว่าใครสองขาสี่ขา

จินตนาการเก่าในระบบการเรียนแบบเก่า ๆ ประเภทท่องจำแล้วเชื่อตามนั้น จนบางคนเรียนเจ็ดปียังไม่จบ และจบมาได้อย่างเป็นปริศนานั้น เอามาใช้กัระบบการเรียนการสอนสมัยใหม่ไม่ได้หรอกครับ

ถ้าวาดภาพระบบการเรียนสมัยใหม่ สิบหน้านั้นจะถูกหยิบยกไปถกกันในห้องเรียน แล้วนักเรียนแต่ละคนก็ใช้ความคิดประมวลเหตุการณ์ที่ทั้งเห็นกับตา และที่ได้อ่าน  จากนั้นแสดงความคิดออกมา ซึ่งไม่น่าจะเหมือนกันไปทั้งหมด

ซึ่งจะไม่มีผิดไม่มีถูกสำหรับเด็กนักเรียน ขอแค่ได้เอาไปใช้ความคิดก็พอ

โรงเรียนในอุดมคติมันต้องแบบนี้ละครับ แต่ละคนสามารถใช้ความคิดอิสระในการตัดสินใจ

ในขณะเดียวกันเด็กแต่ละคนก็ต้องสามารถนำเอาข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไปแก้ไขส่วนที่ตัวเองเห็นว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง สังคม ชุมชน ก็สามารถมีส่วนได้ถ้ามีหลักฐานเป็นอย่างอื่น

กลุ่มเสื้อแดงก็เช่นเดียวกัน โต้แย้งได้ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่นบอกว่าโดยข้อเท็จจริงไม่ได้ไปล้มการประชุมอาเชียนที่ภูเก็ต ทำนองเดียวกันกับกลุ่มเสื้อเหลืองก็แย้งได้ว่าไม่ได้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ

เด็กเตรียมฯ ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่ควายให้สนตะพาย คิดได้ของเขาเอง และตัดสินได้ด้วยตัวเองว่าอะไรจริงไม่จริง รวมทั้งใช้หัวคิดคิดว่าทางออกของพวกขาเองว่ามันจะเป็นยังไง

คำถามคือ เคยฟังพวกเขาบ้างไหม

สิ่งที่โรงเรียนเตรียมฯทำ ทั้งหมดเป็นกระบวนการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ที่ก้าวหน้ามาก

ถ้าแยกออกว่าถูกต้อง กับถูกใจ มันต่างกันอย่างไร

ถ้าแยกไม่ออก เราก็จะยังคงอยู่กับความเชื่อว่าบรรพบุรุษของไทยมาจากเทือกเขาอัลไตอยู่ไม่เสื่อมคลาย

สุดท้ายแล้วก็คงต้องขอบคุณอาจารย์โรงเรียนเตรียมฯห้าหกคนที่เอาสิบหน้านั้นไปให้เด็กได้ใช้ความคิดกัน แม้จะยอมแพ้กระแสบางส่วนโดยสั่งให้เด็กไปฉีกทิ้งแล้วก็ตาม

การประนีประนอมก็มีข้อดีของมันอยู่ แต่มากเกินไปก็ไม่ดี

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ลงปกหนังสือให้ดูหน่อยสิคะ จะได้ไปหามาอ่านบ้าง

Hot!
Hot!
#2  by  จอมบงการ At 2009-07-03 11:18, 
ลุงๆ ชักอยากอ่านด้วยแล้วอ่ะ
#3  by  ชิสุ (58.8.107.158) At 2009-07-07 10:36, 
นึกว่าอ่านคอลัมภ์อ.นิธินะี่ย
#4  by  c (124.120.178.134) At 2009-07-11 11:06, 
ถ้าหากเราใจแคบ
เราอาจจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าไป
การรับฟังมุมมองที่แตกต่าง
นั่นคือประชาธิปไตย
ความแตกต่างในการปฏิบัติ
ทำให้เรารู้จักความหมาย
ของคำว่าเผด็จการที่แท้จริง
#5  by  สดx (125.26.176.174) At 2009-07-20 09:49, 
Hot! big smile
#6  by  Pl@y-M@Te At 2009-07-29 22:09, 

<< Home