2009/Jul/10

พื้นที่โฆษณา

http://www.matichonbook.com/images/cover/L520512140444.jpg

พักนี้ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะทำกับข้าวให้ใครกิน มันก็เลยเนือยๆ ทำกับข้าวสักอย่างเพื่อกินคนเดียว ด้วยกระเพาะน้อยๆแบบนี้  ทรมานจิตใจจริงๆ

กินแรงเพื่อนไปก่อน

คอลัมน์ สวรรค์ในครัว จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ครับ ก็อปปี้มาลงให้อ่านกันข้างล่าง เขียง มะขาม คนคุ้นเคยกันมายี่สิบปีเศษๆ ตอนรู้จักกันใหม่ๆ ทำงานด้วยกัน ไม่มีวี่แววว่าคุณเธอจะทำกับข้าวเป็นด้วยซ้ำ

แต่ตอนหลังเห็นมาเขียนคอลัมน์อาหาร ทำกับข้าวให้ลูกเมียกินยกใหญ่ 

แม้ฝีมือการทำอาหารอาจจะต้องตั้งข้อสงสัยไม่น้อย ก็คนแบเขียงที่เพิ่งผัดกระเพราเป็น เมื่อไม่กี่ปีมานี้ หลังจากมีลูกเต้าตั้งสองสามคนแล้ว ไม่น่ากังขาได้ยังไง

ทว่าในแง่ของความเป็นนักชิมแล้ว ต้องยอมรับ

ขณะที่ไอ้เราก็เฝ้าแต่เข้าครัวทำกินเองมันแทบทุกอย่าง

เขียง มะขาม กลับหาอะไรอร่อยซอกแซกไปชิมได้เรื่อยๆร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ

จนเดี๋ยวนี้สิ่งที่เขาชิมมามากมายมหาศาลมันกลืนเข้าไปในสายเลือด

กลั่นมาเป็นการทำกินเองเป็น

ขนาดนั้นเลยเชียว

http://www.matichonbook.com/images/cover/L501029090136.jpg

ที่เขียง มะขาม แม้เดี๋ยวนี้ห่างๆกันไป ทำงานกันคนละตึก แต่ยังร่วมชายคาเดียวกัน เขียนไว้ในข่าวสดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บังเอิญมันตรงคอนเสปต์ 

You Are What You Eat

และ  You Are What You Read ของบล็อกเข้าพอดี

เลยเอามาให้อ่าน 

มันรื่นรมย์ดี

เชิญอ่าน.....

@@@@@@@@@@@@@@

เท่า ที่ประสบพบ พานมา บรรดาท่านที่เป็น "นักชิม" ทั้งหลาย มักจะเป็นนักอ่านเรื่องของกินหรืออ่านคอลัมน์แนะนำอาหารและร้านอาหารไปด้วย ในตัว

ฉะนั้น วันนี้จึงขออนุญาตแย่งงานคุณชนา ชลาศัยและผู้สื่อข่าวหรรษา ถือโอกาสมาแนะนำหนังสือเสียเอง

เพราะเป็นหนังสือที่ทั้งอ่านสนุกและ "อ่านแล้วหิว"

เหมาะแก่ท่านนักชิมผู้รักการอ่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง-ว่าไปนั่น

เป็นหนังสือที่วางตลาดเมื่อเดือนพฤษภาคมนี่เอง

ชื่อภาษาอังกฤษคือ Garlic and Sapphires พากย์ไทยว่า "สาวนักชิมตะลุยนิวยอร์ก" เชยไปนิด แต่ก็ตรงความหมายดี

เพราะ คนเขียนหนังสือเล่มนี้ที่ชื่อ รูธ ไรเชล (Ruth Reichl) นั้น เธอเป็นนักเขียนคอลัมน์วิจารณ์อาหารของลอสแองเจลิส ไทม์ ก่อนจะถูกเชิญให้ข้ามฟากทวีปมาเขียนให้นิวยอร์ก ไทมส์

ไม่ใช่แค่ชิม แต่เป็นแม่ครัวมือดีระดับเปิดร้านอาหารของตัวเองมาแล้วด้วย

ก่อนจะมารู้ทีหลังว่า ถึงทำเองจะสนุกและอร่อย แต่การไปกินของอร่อยด้วยฝีมือคนอื่น และแยกแยะออกมาให้ได้ว่าอะไรดี-ไม่ดี

เป็นความสุขหาที่เปรียบมิได้ยิ่งกว่า

ใครที่ชอบเรื่องซีเรียสที่นำเสนอได้อย่างคมคาย มีอารมณ์ขัน และอ่านเสร็จแล้วต้องกลับมาสำรวจตัวเราเองด้วย

อ่านเรื่องนี้ไม่ผิดหวัง

คนที่ชอบงานหนังสือพิมพ์ หรือสงสัยว่าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศทำงานอย่างไร กำหนด มาตรฐานเอาไว้สูงขนาดไหน ลงทุนกันเท่าไหร่

อ่านแล้วก็ได้ความรู้

แต่ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ "วางไม่ลง" (จริง-จริง ไม่ได้โม้) ก็คือการบรรยายเรื่องอาหารของแต่ละร้านที่จะต้องแวะเวียนไปชิมตามหน้าที่

เนื่องจากไรเชลมาเปิดศักราชใหม่ให้กับหน้าวิจารณ์อาหารของนิวยอร์ก ไทมส์

แทนจะเน้นร้านหรู จำกัดอยู่แต่อาหารฝรั่งเศสหรืออิตาเลียนเป็นหลัก

เธอไปหมด

ลุยทั้งอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย(ซึ่งเป็นของใหม่มากสำหรับนิวยอร์กเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน) และอื่นๆ

มีแซมอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียนตามตำรับดั้งเดิมเป็นระยะ

และเพราะรู้จริง-เขียนเป็น แต่ละเรื่องแต่ละจานที่เธอวิจารณ์ออกมา อ่านแล้วน้ำลายหก (ด้วยความตะกละของคนอ่าน)

นอกจากนั้นยังมีรายการอาหารที่เธอทำให้สามีและลูก หรือเพื่อนๆ กินแทรกไว้เกือบตลอดเล่ม

ในจำนวนนี้มี "ผัดไทย" รวมอยู่ด้วย

ถ้าคิดว่าเธอเขียนเรื่องนี้ก่อนที่กระแสอาหารไทยจะเริ่มเป็นที่นิยมในโลกตะวันตก

ก็แสดงให้เห็นถึงความรู้และใจที่เปิดกว้างของคนเขียนชัดเจน

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วหยิบขึ้นมาอ่านซ้ำได้ไม่เบื่อ

และอ่านแล้วก็เกิดน้ำลายสอทุกทีไป

คิดกำเริบจะทำเองบ้าง หรือจะเลียนแบบด้วยการไปหาโน่นหานี่กินบ้าง

ว่างๆ ลองไปหามาอ่านดูซิครับ

จะได้เทียบอาการกันดู

ฮา

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สำหรับคนรักอาหาร(ทั้งการทำและการกิน)

น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

confused smile
#1  by  ปาม มี่ ♫ At 2009-07-10 21:02, 
ทำกับข้าวไม่เป็น แต่ชอบกินconfused smile sad smile
#2  by  thongwriter At 2009-07-10 21:58, 
ชอบอ่านหนังสือแนวนี้จัง

เด๋วต้องไปหามาอ่านซ่ะแว้ว

Hot! Hot! Hot!
#3  by  frogchocolate At 2009-07-10 22:28, 
ขนาดไม่ได้อ่านหนังสือตัวจริง

ของค่ายมติชน ผมยังรู้สึกหิวอยู่เลย

แน่สิข้าวเช้ายังไม่ได้กินนิ
#4  by  chanpanakrit (124.120.178.134) At 2009-07-11 10:52, 
น่าไปรับมาอ่านให้ท้องร้องเล่นจริง ๆ
#5  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2009-07-11 17:16, 

<< Home