2009/Sep/27

บทนำ: ยืนยามบนปลายแหลม (แสนใกล้ไอร์แลนด์)

เหล่าเฮอร์ริงไม่อยู่ในกระแสธารเพราะความเฒ่า

ความโศกเศร้าของฉัน ขนัดข้องคันเกวียนก้าว

บรรทุกบรรดามีสู่สลิโกเพื่อไปขาย

เมื่อฉันยังเยาว์วัยหัวใจไร้รอยร้าว

วิลเลียม บัทเลอร์ ยีทส์

ความคิดคำนึงของชาวประมงชรา (The Meditation of the Old Fisherman)”

พวกเขาคือชาวประมงที่เฝ้ายืนยามตรวจตราจำนวนปลาค็อดตรงปลายแหลมในอเมริกาเหนือ พวกเขาคือชาวประมงที่ออกทะเลแต่ลืมดินสอ แซม ลี สวมรองเท้าบู๊ตยางสีดำและเสื้อชูชีพสีแดงสดใสใหม่เอี่ยม ขับรถกระบะรุ่นล่าสุด ฝ่าความมืดยามใกล้รุ่งตะบึงมาบนท่าเทียบเรือที่ทอดยาวออกไปถึงบริเวณน้ำลึกเพียงพอสำหรับเรือประมงน้ำตื้น โกดัง จุดนัดพบและร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ล้วนตั้งบนเสาสร้างเหนือบริเวณน้ำตื้น ช่วยระบายความแออัดของพื้นที่ราบแคบตรงเชิงเขาชันลูกเล็กๆ ซึ่งตั้งประชิดชายน้ำ บริเวณพื้นราบนี้ในสมัยก่อนเคยใช้ตากปลาค็อดหมักเกลือหลายพันตัวให้แห้ง

การตากแห้งปลาเลิกราไปแล้วเกือบสามสิบปีก่อน แต่เพตตีฮาร์เบอร์ยังดูเหมือนเมืองเล็กๆ ที่แออัด อาคารพาณิชย์สองสามหลังยังตั้งเบียดกันตามริมน้ำ ส่วนบ้านเรือนตั้งกระจายขึ้นไปตามแนวลาดเชิงเขา

บนท่าเทียบเรือ แซมนัดเจอกับเลียวนาร์ด สแตค และเบอร์นาร์ด ชาฟ ทั้งสองถือไฟฉายมาด้วยและหยอกล้อเรื่องเสื้อชูชีพตัวใหม่ของแซม ทำท่ายกมือป้องสีเสื้อสดแสบตา พวกเขาบ่นพึมพำเรื่อยเปื่อยจากการเมืองเรื่องประมง ไปถึงรายการสนทนาทางโทรทัศน์เมื่อคืนเกี่ยวกับการเปิดให้สาธารณชนทำประมงก้นทะเลได้อีกครั้งโดยมีขอบเขตจำกัด ขณะลงเรือเล็กดาดฟ้าเปิดขนาด 10 เมตรของเลียวนาร์ด

เมื่อถูกถามแซวขึ้นว่า เสื้อชูชีพที่ใส่จะช่วยให้ลอยน้ำได้จริงหรือ แซมตอบว่า “ไม่เห็นอยากจะรู้เลย!” นั่นเป็นเรื่องเดียวที่พวกเขาคุยพาดพิงถึงผืนน้ำสีดำรอบด้านซึ่งอยู่ห่างไม่ถึงเมตรขณะเรือมุ่งหน้าออกไปท่ามกลางแสงสีม่วงรำไรของรุ่งสางในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ปลาค็อดชอบทะเลช่วงเวลานี้ของปีเพราะมันคิดว่าอุ่นดี แต่อุณหภูมิที่ปลาค็อดคิดว่าอุ่นคือ 7 องศาเซลเซียส และกราบเรือก็สูงจากระดับน้ำแค่ไม่กี่นิ้ว วันเดียวกันนั้น ชุมชนอีกแห่งพบร่างชาวประมงสองคนที่พลัดตกลงไปในทะเล แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่หัวข้อสนทนาของพวกชาวประมง

พวกเขามุ่งหน้าออกทะเล แซม ชายร่างเล็ก ผมสีเข้ม โหนกแก้มเกลี้ยงเกลาออกสีแดงเรื่อใส่เสื้อชูชีพสีแดงสด เลียวนาร์ดอยู่ในห้องกัปตันเล็กๆ ขณะที่เบอร์นาร์ดสวมชุดกันเปื้อนสีส้มเพลิงยืนอยู่กับแซมบนดาดฟ้าเพ่งมองไปยังผืนทะเลเรียบสีเข้ม ระยิบระยับดังเหลี่ยมเพชรเจียระไน แสงอรุณเริ่มโอบอุ่นแผ่นฟ้าใส ทันใดที่อาทิตย์ขึ้นจะเหลือเพียงเมฆหมอกปุยฝ้ายลอยอ้อยอิ่งระหว่างขุนเขาที่ยังปกคลุมด้วยป่าเขียวของชายฝั่งทะเลเดือนกันยายน

พวกเขาดูหมายบนบกเพื่อหาจุดที่เป็นแหล่งปลา เมื่อโขดหินสีน้ำตาลอยู่ในแนวเดียวกับหอคอยโบสถ์ เมื่อเริ่มเห็นบ้านจำนวนหนึ่งปรากฎแก่สายตา หรือเมื่อเริ่มเห็นจุดสีขาวบนโขดหินที่พวกเขาตั้งชื่อว่า “คุณผู้หญิง” จากจินตนาการของพวกเขาที่มองว่าโขดหินนั้นเหมือนกระโปรงและหมวกผู้หญิง พวกเขาพร้อมทิ้งสมอและเริ่มจับปลากัน

แค่วันนี้เท่านั้นที่พวกเขาลืมดินสอ จึงต้องแล่นไปยังเรืออีกลำซึ่งมีลูกเรือสามคนกำลังใช้รอกลากปลาค็อดขึ้นเรือ หลังจากพูดตลกสองสามคำเกี่ยวกับขนาดของปลาหนุ่มน่าสงสารตัวนั้น ลูกเรือคนหนึ่งก็โยนดินสอให้ พวกเขาพร้อมจะจับปลากันแล้ว

ชายกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประมงพิทักษ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มประมงปลาค็อดที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงกลุ่มเดียวในนิวฟันด์แลนด์ ในเดือนกรกฎาคม 1992 รัฐบาลแคนาดาสั่งปิดน่านน้ำนิวฟันด์แลนด์ แกรนด์แบงส์ และบริเวณส่วนใหญ่ของอ่าวเซนต์ลอเรนซ์ไม่ให้ทำประมงพื้นทะเล ปลาหน้าดินคือปลาที่อาศัยตามพื้นมหาสมุทร และปลาที่แสวงหาส่วนใหญ่คือปลาค็อด กว่ามาตรการห้ามชั่วคราวนี้จะประกาศใช้ ชาวประมงแห่งเพตตีฮาร์เบอร์เรียกร้องเรื่องนี้กันมานานหลายปีแล้ว เพราะเห็นว่าจำนวนปลาที่เคยจับได้เป็นล่ำเป็นสันลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว จึงร้องเรียนว่าเรือลากอวนนอกฝั่งทะเลจับปลาค็อดไปจนแทบไม่มีเหลือ แม้ว่าเรื่องนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วในตอนนี้ แต่ในทศวรรษ 1980 เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของรัฐไม่ใส่ใจกับเสียงเรียกร้องของชาวประมงชายฝั่งว่าปลาค็อดกำลังจะสูญพันธุ์ ปฏิกิริยาหูทวนลมนี้ให้บทเรียนราคาแพง

ปัจจุบันมีเรือในเพตตีฮาร์เบอร์เข้าร่วมกลุ่มประมงพิทักษ์แล้วสองลำ โครงการนี้มุ่งหมายให้นักวิทยาศาสตร์และชาวประมงทำงานร่วมกัน โดยแต่ละชุมชนจะมีชาวประมงสองสามคนเป็นยามตรวจตรา สำรวจจำนวนประชากรปลาค็อดโดยจับปลาขึ้นมาและรายงานผลไปยังเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของรัฐ พวกที่อยู่บนเรือของเลียวนาร์ดจะจับปลาขึ้นมาติดป้ายที่ตัวปลา แล้วปล่อยกลับลงน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเวลาเดียวกัน ชาวประมงบนเรืออีกลำมีเป้าหมายว่าจะต้องจับปลาให้ได้ 100 ตัวไม่ขาดไม่เกิน ผ่าออกมาดูว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย และแล่กระดูกชิ้นเล็กๆจากส่วนหัวของปลาที่เรียกว่ากระดูกหู ซึ่งช่วยให้ปลาค็อดทรงตัว วงแหวนที่กระดูกหูนี้บอกอายุของปลาค็อดได้

พรุ่งนี้หรือวันไหนที่อากาศดี คลื่นลมสงบ เรือสองลำจะสลับหน้าที่กัน ไม่มีประโยชน์ที่จะออกเรือในวันคลื่นลมแรง ชาวประมงมีรายได้ไม่มากนักจากค่าเช่าเรือเพื่อภารกิจนี้ แต่ก็ดีใจที่ได้ เพราะมันทำให้พวกเขามีอะไรทำนอกจากแค่คอยรับเงินชดเชยการว่างงาน ในแถบมาริไทม์ แคนาดา เรียกเงินชดเชยนี้ว่า “แพ็กเกจ” นอกจากนี้ พวกเขายังชอบทำงานนี้เพราะมีแรงกดดันตลอดเวลาให้เปิดทำประมงได้อีก สัปดาห์นี้ มีประเด็นถกเถียงกันถึงข้อเสนอที่จะปล่อยให้ทุกคนเข้าไปจับปลาค็อดคนละสักสองสามตัว “แค่เป็นอาหาร” แต่ชาวประมงในกลุ่มพิทักษ์กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าจำนวนปลาค็อดยังมีไม่เพียงพอที่จะอนุญาตให้เปิดทำประมงใดๆทั้งสิ้น จากปลาที่พวกเขาจับได้ ประปราย ขนาดตัวเล็กและอายุยังไม่ถึงวัย

ที่นี่แหละ เราออกมากันถึงหัวแหลม” แซมย้ำกับคนอื่นบ่อยครั้ง ชาวประมงของเพตตีฮาร์เบอร์ภาคภูมิใจในความจริงที่ว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในชุมชนชาวประมงทางตะวันออกสุดของทวีปอเมริกาเหนือ นี่เป็นเรื่องแรกในสามเรื่องที่ขึ้นชื่อของเพตตีฮาร์เบอร์ หมู่บ้านเล็กๆ ของพวกเขา รวมทั้งเซนต์จอนส์ที่อยู่ในคุ้งอ่าวถัดไป และแหลมหินที่คั่นกลางเป็นดินแดนที่อยู่ใกล้ที่สุดกับพื้นที่ในทะเลแอตแลนติกเหนือซึ่งเลื่องลือมาตลอดสหัสวรรษนี้ว่าเป็นแหล่งปลาค็อด

การอยู่หัวแหลมทางตะวันออกสุดยังหมายความว่าเมืองนี้เป็นเมืองในอเมริกาเหนือที่อยู่ใกล้ประเทศไอร์แลนด์ที่สุด และนี่เป็นเรื่องที่สองที่เมืองนี้ขึ้นชื่อ แม้ชื่อเพตตีฮาร์เบอร์จะมาจากภาษาฝรั่งเศส petit (เพอตี) แต่คนที่นี่เป็นชาวไอริช คนนิวฟันด์แลนด์รุ่นที่ 5 พูดด้วยสำเนียงเสียงสูงต่ำเหมือนดนตรีแบบไอร์แลนด์ใต้ ขณะที่สำเนียงพูดแบบนี้ได้ยินทั่วชายฝั่งเหนือจรดใต้ของนิวฟันด์แลนด์ เพตตีฮาร์เบอร์เสมือนเมืองจำลองขนาดจิ๋วของไอร์แลนด์ เป็นไอร์แลนด์ที่กลับหัวกลับหาง หมู่บ้านที่มีประชากรเกือบ 1,000 คน ตั้งบนปากแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง ทางเหนือเป็นที่อยู่ของคริสต์นิกายคาทอลิก ทางใต้เป็นคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ มีสะพานเล็กๆ เป็นเขตแดน ในอดีตผู้คนแต่ละฝั่งไม่เคยคลุกคลีกัน แซม เลียวนาร์ด และเบอร์นาร์ดล้วนเป็นคาทอลิก แต่พวกเขาเติบโตในช่วงปลายทศวรรษ 1950 และต้นทศวรรษ 1960 เป็นเด็กรุ่นแรกที่ข้ามสะพานไปเที่ยวเล่นยังอีกฟาก แซมแต่งงานกับผู้หญิงโปรเตสแตนต์ เบอร์นาร์ดก็เช่นกัน ตอนนี้เขาอายุ 41 ปี อ่อนกว่าแซม 5 ปี ความขัดแย้งทางสังคมเพียงหนึ่งเดียวของเมืองนี้จางไปแล้ว แต่แทนที่ด้วยความขัดแย้งอย่างใหม่เมื่อปลาค็อดในทะเลเริ่มหายไป

ในความเห็นของแซม สิ่งที่หายไปมีมากกว่าปลาค็อด เขามองออกไปยังขอบฟ้าและพูดว่า “ไม่มีวาฬสักตัว ไม่มีอะไรเลย” หลายปีมาแล้วที่เขาไม่เคยเห็นปลาเฮอร์ริงหรือปลาเคปลินซึ่งเป็นเหยื่อของวาฬหลังค่อม ปลาหมึกก็เช่นกัน ดูเหมือนจะอันตรธานไปด้วย สมัยก่อนชาวประมงที่เพตตีฮาร์เบอร์เคยกระตุกเบ็ดที่ท่าเรือสักชั่วโมงเพื่อตกหมึกมาใช้เป็นเหยื่อ เช้านี้พวกเขาใช้ปลาหมึกแช่แข็งที่ซื้อมา

ในยุคก่อนที่ปลาค็อดจะหายไป ช่วงฤดูร้อนพวกมันจะว่ายเข้ามาใกล้ชายฝั่งมากจนชาวประมงสามารถใช้กับดักจับ อุปกรณ์อันแยบยลนี้คิดค้นขึ้นมาใช้ที่แลบราดอร์เมื่อศตวรรษที่ 19 โดยวางกำแพงตาข่ายเชือกผูกทุ่นถึงชายฝั่ง ปลาค็อดไม่ว่าจะเข้ามาจากด้านไหน เมื่อว่ายเลาะไปตามกำแพงตาข่ายจะมาถึงโพรงเชือกถักขนาดใหญ่ พวกมันสามารถว่ายหลุดออกไปได้ง่ายๆ แต่ส่วนใหญ่หาทางออกไม่ได้ กับดักไร้เหยื่อล่อนี้จะวางไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม และจะสาวขึ้นมาวันละสองครั้ง ปลาค็อดนับพันๆตัวเคยว่ายเข้ามาในกับดักเหล่านี้ตามชายฝั่งโขดหินในช่วงฤดูร้อน ในช่วงที่มาตรการห้ามจับปลาชั่วคราวออกมาบังคับใช้ ชาวประมง 125 คนในเพตตีฮาร์เบอร์วางกับดัก 75 อันตามร่องน้ำลึกที่ใช้บอกเขตน่านน้ำเพตตีฮาร์เบอร์

จากนั้น ในเดือนกันยายนเมื่อปลาค็อดเริ่มเคลื่อนออกไปไกลจากฝั่งมากขึ้น ฤดูตกปลาด้วยเบ็ดมือก็เริ่มต้น การตกปลาด้วยคันเบ็ดเก่าแก่ย้อนกลับไปถึงยุคโลหะ สายเบ็ดผูกตะขอเกี่ยวเหยื่อ และถ่วงตะกั่วน้ำหนักขนาด 4 ออนซ์หรือราว 100 กรัมทิ้งถึงพื้นทะเล ในบริเวณน่านน้ำของเพตตีฮาร์เบอร์ พวกเขาจับปลากันที่ความลึกระหว่าง 15-30 ฟาทอม (ประมาณ 27 – 54 เมตร) ชาวประมงจะพันสายเอ็นไว้รอบมือ เมื่อรู้สึกว่ามีแรงกระตุก เขาก็จะกระชากอย่างแรกเพื่อให้ตะขอเบ็ดเจาะเข้าไปในปากปลา เขาต้องกระชากเส้นเอ็นและเริ่มสาวเข้ามาให้เป็นจังหวะเดียวต่อเนื่องกัน เพราะถ้าหย่อนเมื่อไหร่ปลาก็จะดิ้นหลุดไปได้ แต่น้อยครั้งนักที่ปลาจะรอดพ้นเงื้อมมือชาวประมงเหล่านี้

เมื่อตะขอเบ็ดเกี่ยวเข้าที่แล้ว ปลาค็อดจะไม่ดิ้นต่อสู้ จึงเป็นแค่เรื่องของการลากน้ำหนักปลาขึ้นมา ทักษะทั้งหมดอยู่ในช่วงแรก ที่เหลือแค่ใช้แรง ชาวประมงลากสายเอ็นราว 50 เมตรขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยขยับนิ้วชี้ทั้งสองเป็นวงกลมกว้าง ในสมัยก่อน พวกเขาแต่ละคนจะยืนเรียงรายกันไป สองคนจะอยู่ด้านข้างเรือตรงกับกระแสน้ำไหล และอีกคนอยู่ฝั่งตรงข้าม ดาดฟ้าเรือที่เปิดและกราบเรือที่ต่ำอาจเป็นอันตรายในยามคลื่นลมแรง แต่สภาพแบบนี้ก็ทำให้ได้ปลาง่ายขึ้น ทั้งสามคนจะลากปลาน้ำหนักตั้งแต่ 3.5 ถึง 13.5 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้น ตัวแล้วตัวเล่าโดยไม่หยุดไปตลอดทั้งวันจนกระทั่งดาดฟ้าและช่องเก็บปลาลึกหนึ่งเมตรทั้งสองช่องเต็มจนไม่มีที่ว่าง เรือแต่ละลำจะกลับเข้าฝั่งพร้อมบรรทุกปลาค็อดมาเต็มตั้งแต่ 900 – 1,300 กิโลกรัม เรือทั้งหมดราว 50 ลำหรือมากกว่านั้นจากเพตตีฮาร์เบอร์จะออกทะเลไปพร้อมลูกเรือสองหรือสามคน ลากปลาไปและตะโกนเล่าเรื่องตลกแลกกันไปจากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำหนึ่ง

เรื่องขึ้นชื่อเรื่องที่สามของเพตตีฮาร์เบอร์คือ ชุมชนแห่งนี้สั่งห้ามใช้เทคนิคทำประมงที่ได้ปลาคราวละมากๆ ทั้งเบ็ดราวและอวนลอยตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1940 นับตั้งแต่มีมาตรการห้ามทำประมงชั่วคราว นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยกตัวอย่างเพตตีฮาร์เบอร์ขึ้นมาว่าได้ดำเนินมาตรการนี้มานานนับทศวรรษก่อนใครๆ ในนิวฟันด์แลนด์จะพูดถึงการอนุรักษ์ด้วยซ้ำ ในปี 1995 กลุ่มอนุรักษ์ชื่อเซียร์ราคลับ เขียนในวารสารของทางกลุ่มว่า: “กว่าชั่วอายุคนมาแล้วที่ชาวประมงในเพตตีฮาร์เบอร์ระบุให้การกระทำที่ทำลายล้างอย่างอวนลากและอวนลอยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพตตีฮาร์เบอร์อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์จับปลาที่เน้นการอนุรักษ์เท่านั้น เช่น เบ็ดมือแบบโบราณ…และกับดักต่างๆ”

แต่ในความเป็นจริง คำสั่งห้ามดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะชาวประมง 125 คนหาปลาในบริเวณเดียวกันของอ่าวเปิด พื้นที่ย่อมไม่เพียงพอ “ทุกวันนี้ ทุกคนพยายามพูดว่าคำสั่งห้ามนั้นเพื่อการอนุรักษ์” แซมว่า “ไม่มีหรอก อนุรักษ์อะไรที่ว่า ให้ตายสิ ปลาน่ะมีเยอะพอจนเดินเป็นแพได้เลยด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะไม่มีที่ว่างพอต่างหาก”

ชาวประมงชายฝั่งนิวฟันด์แลนด์หาปลาในน่านน้ำที่อยู่ในอ่าวของพวกเขาเองเท่านั้น ถ้าเรือของเพตตีฮาร์เบอร์ลำไหนอยากออกไปหาปลานอกเขตที่พ้นจากโขดหินสุดท้ายในเวิ้งอ่าวของเพตตีฮาร์เบอร์ เขาจะต้องขออนุญาตจากชาวประมงเซนต์จอนส์ที่อยู่ในอ่าวข้างๆ ก่อน นั่นเป็นยุคแห่งอารยะของวันวาน เป็นยุคก่อนที่จะมีมาตรการห้ามทำประมงชั่วคราว ยุคที่น่าจะยังมีปลามากเพียงพอสำหรับทุกคน และเป็นยุคที่มีแต่ประเด็นเรื่องศาสนาเท่านั้นที่เป็นเสมือนก้างให้วิวาทแก่งแย่งกัน

ตั้งแต่มีมาตรการห้ามทำประมงชั่วคราว ความมีอารยะก็เริ่มหายากยิ่งกว่าปลาค็อด เรือจากเพตตีฮาร์เบอร์ 6 ลำออกหาปลากลางทะเลโดยใช้อวนลอยอย่างเปิดเผย กว่าจะหยุดยั้งการกระทำเหล่านี้ได้ต้องใช้เวลาถึง 2 ปีในการดำเนินคดีทางกฎหมายและกดดันทางการเมือง

ในการทำประมงเพื่อการค้า แซม เบอร์นาร์ด และเลียวนาร์ดไม่ออกหาปลาด้วยกัน แซมเคยทำงานกับพี่ชาย ส่วนคู่หูของเบอร์นาร์ดซึ่งออกหาปลาด้วยกันมา 20 ปีไม่เคยมีใบอนุญาตหาปลาหน้าดินเลยตั้งแต่ยุคที่ขอใบอนุญาตกันได้ง่ายๆ เมื่อก่อนเขาไม่จำเป็นต้องมี แต่ตอนนี้ถ้าเปิดให้ทำประมงปลาหน้าดินได้อีกครั้ง โควต้าที่เข้มงวดกำหนดให้หาปลาได้ตามใบอนุญาตเท่านั้น และไม่มีการออกใบอนุญาตใหม่อีก เบอร์นาร์ดจะต้องแบ่งโควต้านี้ให้คู่หูของเขา ปลาที่จับได้ก็คงไม่มากพอสำหรับแบ่งสองคน “แล้วผมจะต้องบอกคนที่หาปลามาด้วยกันตลอดหลายปีว่า ‘เสียใจด้วยนะ ฉันจะต้องไปจับคู่กับคนอื่นที่มีใบอนุญาตหาปลาหน้าดิน’ พวกเขาอยากให้คนเลิกทำประมง แต่มีอะไรอื่นให้ทำล่ะ”

เมื่อก่อนเคยเป็นที่น่าอยู่” แซมรำพึง “แต่ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว”

ไม่น่าเชื่อเลย” เบอร์นาร์ดว่า “เมื่อสองสามปีก่อนทุกคนอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคยสนใจคนอื่นๆ ตอนนี้ไม่มีใครอยากเห็นคนอื่นหาเงินได้แต่ตัวเองหาไม่ได้ ทุกคนคอยจับตาดูกัน ผมว่าตอนนี้แค่จะตดในหมู่บ้านโดยไม่มีใครบ่นยังไม่ได้เลย”

แต่ในเช้าวันนี้ของเดือนกันยายนที่สมบูรณ์แบบในนิวฟันด์แลนด์ วันที่มีแสงแดดอบอุ่นและทะเลราบเรียบ สมาชิกกลุ่มประมงพิทักษ์เหล่านี้กำลังอารมณ์ดี ทำในสิ่งเดียวที่พวกเขาอยากทำเสมอมา คือออกทะเลหาปลากับเพื่อนๆในวัยเด็ก

ปริมาณปลาที่จับได้น่าใจหาย

ปลาค็อดจากนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ที่เรียกว่าสายพันธุ์ทางเหนือ เป็นปลาสวยงามมีลายจุดเหมือนเสือดาวสีอำพันบนหลังสีเขียวมะกอก ท้องสีขาว และริ้วเรียวขาวยาวพาดระหว่างท้องและหลังที่เป็นลายจุด ปลาสายพันธุ์นี้สวยงามกว่าสายพันธุ์ทางไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นสีเหลืองบนพื้นน้ำตาล ชาวประมงวัดขนาดปลาค็อดแต่ละตัวขณะลากขึ้นเรือพบว่าความยาวอยู่ระหว่าง 45-55 เซนติเมตร (ราว 20 นิ้ว) นั่นหมายความว่า เป็นลูกปลาอายุ 2 หรือ 3 ปี เกิดในช่วงประกาศใช้มาตรการห้ามทำประมงชั่วคราวและยังแก่ไม่พอที่จะแพร่พันธุ์ด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดเมื่อเลียวนาร์ดลากปลาค็อดขนาด 70 เซนติเมตรขึ้นมา อายุน่าจะราว 7 ปี เป็นปลาขนาดปกติที่จับกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทุกคนพูดล้อติดตลกว่า “โอ้พระเจ้า เอาตะขอยกปลาขึ้นเรือมา ช่วยเขาหน่อย”

ด้วยสำเนียงพื้นบ้านเป็นจังหวะเหมือนดนตรี พวกเขาพูดเล่นกันถึงความจริงที่ว่า พวกเขาไม่ใช่ชาวประมงที่แท้จริงอีกต่อไปแล้ว เรือลำเล็กปะทะเบาๆ กับคลื่นหัวเดิ่งด้านข้าง ขณะเรือเอียง แซมครางออกมาว่า “โอ้ยยย ผมว่าผมกำลังจะเมาคลื่น” คนอื่นๆหัวเราะขัน

พวกเขาเก่งในการลากปลา แต่สิ่งที่ทำอยู่นี้ต่างออกไป แทนที่จะโยนปลาค็อดกองบนดาดฟ้า รีบเกี่ยวเหยื่อและทอดอวนอีกรอบ พวกเขากลับต้องค่อยๆแกะตะขอและพยายามไม่ทำให้ปลาบาดเจ็บ จากนั้นเอาปลาวางไว้บนกระดานและวัดขนาดเป็นเซนติเมตร เครื่องมือซึ่งประกอบด้วยตัวง้างเป็นกลไกใช้สอดเข็มยาวหนึ่งนิ้วเข้าไปในส่วนที่เป็นเนื้อข้างครีบหลังและติดแถบพลาสติกที่มีป้ายหมายเลขอยู่ตรงปลาย งานแบบนี้พวกเขาไม่ค่อยถนัดนัก

แซมถอดตะขอเกี่ยวปลาออก มันดิ้นหลุดจากมือและหล่นตุบกระแทกพื้นดาดฟ้าเรือ “โอ้ ขอโทษ” เขาพูดกับปลาค็อดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนพูดกับสุนัขแก่พันธุ์บีเกิลที่บ้าน ปืนยิงฉลากค่อนข้างฝืด แซมจึงถอดชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่ การถอดเครื่องมือออกเป็นชิ้นๆ และซ่อมเป็นทักษะอย่างหนึ่งของชาวประมง แต่ปืนยิงฉลากก็ยังฝืดอยู่ บางครั้งพวกเขาต้องยิงสามหรือสี่ครั้งกว่าจะติดฉลากบนตัวปลาได้ นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความทนทายาดของปลาค็อด ปลาแซลมอนจะไม่รอดหากเผชิญปฏิบัติการแบบนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ค่อยๆปล่อยปลาค็อดกลับลงน้ำ เอาส่วนหัวลงก่อนเพื่อฟื้นชีวิตมัน มันรีบว่ายดิ่งกลับบ้านที่ก้นทะเล สำหรับปลาค็อดแล้ว พื้นมหาสมุทรหมายถึงความปลอดภัย นั่นคือเหตุที่ปลาค็อดกลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์ในการประมงเชิงพาณิชย์จากบรรดาเรือที่ลากอวนหน้าดิน

พวกเขาพยายามติดฉลากเข้าไปในปลาค็อดตัวหนึ่ง ทั้งยิงทั้งทิ่มหลายครั้งจนปลาตาย ไม่มีใครเสียใจสักคนเพราะทุกคนรู้สึกหิว เบอร์นาร์ดคุกเข่าลงตรงเตาสนามที่ท้ายเรือ เขาใช้มีดแล่ปลาเล่มหนาหั่นเนื้อติดมันและเนื้อเค็มเป็นชิ้นเล็กๆ และปอกเปลือกมันฝรั่ง เอาแผ่นขนมปังแข็งแช่น้ำ และเททุกอย่างลงไปคั่วในมันหมูพร้อมกับหอมหัวใหญ่หั่นเป็นแว่น จากนั้นเขาจัดการกับปลาค็อดโดยบั้งปลาข้างละสี่แห่ง และกรีดมีดอีกสองครั้งแล่เนื้อปลาออกสองซีก และก่อนที่จะโยนซากปลาทิ้ง เขากรีดดูเครื่องในปลา เห็นว่าเป็นตัวเมียจึงตัดเอาไข่ปลาไว้ แล้วจับเหงือกปลาวางบนกราบเรือใช้มีดสับอย่างเร็วสองที ตัดเอาชิ้นส่วนในคอที่เรียกว่า “ลิ้นปลา” ออกมาก่อนโยนที่เหลือทิ้งลงทะเล

ขณะเบอร์นาร์ดคนอาหารในหม้อ แซมใช้ดินสอจดบันทึกหมายเลขฉลากและความยาวของปลา ส่วนเลียวนาร์ดยืนที่หัวเรือ ค่อยๆสาวปลาค็อดวัยเยาว์ขึ้นมาทีละตัวด้วยนิ้วชี้ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายใต้ถุงมือ “เลียวนาร์ดสนุกอยู่คนเดียว” เบอร์นาร์ดแกล้งทำหน้าบึ้งหยอกล้อ

เบอร์นาร์ดเทอาหารลงไปในกระทะโลหะท้องแบนใบใหญ่ที่วางบนไม้กระดานพาดเหนือช่องเก็บปลาช่องหนึ่ง ทุกคนเข้าไปยืนตรงระวางเรือซึ่งปกติใช้เป็นที่เก็บปลา แล้วใช้ส้อมพลาสติกเริ่มตักกินจากขอบเข้าไปถึงตรงกลาง อาหารจานนี้มีชื่อเรียกว่า ฟิชเชอร์แมนส์ บรูว์อิส สีสันดูจืดชืดเป็นสีเดียว ประกอบด้วยมันหมูสีออกขาวนวล และมันฝรั่งสีขาวนวล บางครั้งอาจมีชิ้นเนื้อเค็มสีเข้มบ้าง สิ่งที่โดดเด่นคือเนื้อปลาค็อดสดเป็นชิ้นหนาสีขาวจั๊ว นี่คืออาหารที่พวกเขากินมาตั้งแต่เด็ก และสิ่งที่มักเกิดขึ้นเวลาเพื่อนเก่าร่วมกินอาหารที่คุ้นเคยกันมาแต่วัยเด็กคือ เริ่มคิดถึงความหลัง

พวกเขาไม่มีเรื่องกีฬาให้พูดคุยกัน ไม่มีทีมกีฬาสมัยเรียนมัธยม พวกเขาไม่ใช่แฟนกีฬาฮ็อกกี้ด้วยซ้ำ สมัยเด็กพวกเขาออกไปหาปลากับพ่อทุกเช้าก่อนฟ้าสาง กลับเข้าฝั่งตอนเที่ยงและไปโรงเรียน และทันทีที่เมฆดำก้อนแรกเคลื่อนผ่านศีรษะ พวกเขาจะต้องรีบวิ่งไปที่ราวตากปลา ปลาค็อดหมักเกลือตากไว้กลางแจ้ง และพลิกด้านที่เป็นหนังปลาขึ้นด้านบนเพื่อป้องกันเนื้อปลาจากน้ำฝน

แทนที่จะคุยเรื่องกีฬา พวกเขาคุยกันเรื่องตกปลา คุยว่าอากาศเคยหนาวขนาดไหน ไม่ใช่เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง แต่สมัยนั้นยังไม่มีเสื้อไมโครไฟเบอร์ที่น้ำหนักเบาช่วยเก็บกักความร้อนของร่างกาย ไม่มีอุปกรณ์ช่วยป้องกันนิ้วมือที่ลูบไปตามสายเบ็ดอันเย็นเฉียบจนน้ำหยดเป็นน้ำแข็ง ประสบการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในฤดูที่แทบไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีแม้กระทั่งเวลากลางวันหรือความอบอุ่น การหาปลาทำได้จนถึงเดือนมกราคม แต่ในปี 1957 ชาวประมงได้รับเงินชดเชยการว่างงานหลังวันที่ 15 ธันวาคม นั่นจึงกลายเป็นวันสุดท้ายของการหาปลาจนกระทั่งถึงฤดูใบไม้ผลิอีกครั้ง หลายปีต่อมาวันสุดท้ายของการหาปลาเลื่อนขึ้นไปเป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน

แต่พวกเขาจดจำเรื่องราวการหาปลาในฤดูหนาวได้ “พระเจ้าช่วย” เบอร์นาร์ดรำพึง “จับปลาด้วยเบ็ดมือกลางหิมะ รู้สึกชาไปหมด สมัยนั้นไม่มีเสื้อผ้าทันสมัยแบบนี้ มีแต่เสื้อขนสัตว์ หรืออาจจะมีแล้ว แต่พวกเราไม่รู้จัก”

ไม่หรอก” เลียวนาร์ดแทรก “สมัยนั้นยังไม่มี”

พระเจ้าช่วย หนาวจริงๆ”

เราไม่มีทางเลือก”

ใส่เนื้อเค็มเยอะขนาดนี้ยังไม่ได้เลย”

บทสนทนาเปลี่ยนไปยังหัวข้อโปรดของชาวนิวฟันด์แลนด์ อาหารที่พวกเขากินกันไม่ดีต่อสุขภาพขนาดไหน แต่ดั้งเดิม อาหารของชาวนิวฟันด์แลนด์มีมันหมูเป็นหลัก อาหารทุกอย่างใช้มันหมู จากนั้นก็เพิ่มรสชาติด้วยกากหมู

ดีสำหรับหลอดเลือด” เบอร์นาร์ดพูดพลางหัวเราะ “รู้มั้ยว่าพี่ชายผมพูดว่าอย่างไร นายเอาอะไรวางตรงหน้าเขา เขาจะถามเสมอว่า ‘มันดีสำหรับเรามั้ย’ ถ้านายบอกว่า ‘ดี’ เขาจะตอบว่า ‘ถ้างั้น ฉันไม่อยากกิน’ ”

พวกเขากินเสร็จแล้ว โดยแซมและเบอร์นาร์ดแบ่งไข่ปลากัน ส่วนเลียวนาร์ดกินลิ้น จากนั้นก็นำเรือกลับเข้าท่า ติดฉลากปลาได้แค่ 40 ตัว ขนาดของตัวที่ใหญ่ที่สุดเพียง 76 เซนติเมตร (30 นิ้ว) เมื่อสิบปีก่อน ขนาดของปลาที่บันทึกได้นี้ไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ยด้วยซ้ำ จากสี่สิบตัวมีเพียงสามตัวเท่านั้นที่โตพอจะแพร่พันธุ์ได้

พวกที่อยู่ในเรืออีกลำใช้เบ็ดสามคันจับปลาได้ 100 ตัว น้ำหนักรวม 170 กิโลกรัม เฉลี่ยตัวละไม่ถึง 1.8 กิโลกรัม ทั้งๆ ที่ช่วงนี้ของปีเพตตีฮาร์เบอร์เคยจับปลาได้ตัวเบ้งๆมาแล้ว เช่นมีเรือเคยจับปลาได้ 300 ตัวน้ำหนักรวม 1,360 กิโลกรัม

พวกเขากันส่วนที่เก็บไว้ให้นักวิทยาศาสตร์ และแบ่งส่วนที่เหลือของปลาใส่ถุง แต่ละถุงหนักราว 4.5 กิโลกรัม ถุงละ 4.5 กิโลกรัมน่าจะได้ปลาค็อดหนึ่งตัว แต่ส่วนใหญ่กลับมีปลาค็อดสองหรือสามตัว เมื่อเรือทั้งสองลำกลับเข้าท่า มีคนยืนเข้าแถวรออยู่ราว 50 คน ส่วนใหญ่มาจากเมืองอื่น

นี่คือแคนาดา ผู้คนเหล่านี้มีงานทำหรือไม่ก็ได้รับการสงเคราะห์จากรัฐ ทุกวันนี้เป็นประเภทหลังเสียมากกว่า พวกเขาไม่ได้ท้องหิว แต่แค่โหยหารสชาติอาหารพื้นเมือง บริษัทปลารายใหญ่ พวกที่เป็นเจ้าของเรืออวนลากหน้าดินซึ่งกวาดปลาค็อดตัวสุดท้ายไปจนเกลี้ยงก่อนจะบังคับใช้มาตรการห้ามทำประมงชั่วคราว ตอนนี้กลับต้องนำเข้าปลาค็อดแช่แข็งจากไอซ์แลนด์ รัสเซียและนอร์เวย์ แต่ชาวบ้านเหล่านี้เคยชินกับปลาค็อดสด ขาว ลอกเป็นแผ่น “ขนาดเส้นประสาทยังเต้นริกๆ” ตามที่ลูกสาวชาวประมงคนหนึ่งเปรียบเปรย ครั้งหนึ่งแซมเคยส่งปลาไปนิวออร์ลีนส์ แต่พ่อครัวบ่นว่า ปลาสดเกินไปและเนื้อลอกเป็นแผ่นไม่เกาะกัน ชุมชนชาวประมงเท่านั้นที่รู้ว่าปลาค็อดที่สดจริงๆ เนื้อขาวหนาลอกเป็นแผ่นๆ มีรสชาติอย่างไร

แม้จะจำกัดปริมาณปลาค็อดให้คนละ 4.5 กิโลกรัม ก็ยังไม่พอสำหรับทุกคน บางคนต้องกลับไปมือเปล่า หนึ่งในพวกที่มารอถามชาวประมงว่า “พวกเขาเอาปลาที่เหลือไปไหนหรือ”

ปัญหาของชาวบ้านในเพตตีฮาร์เบอร์ที่อยู่ปลายแหลมในอเมริกาเหนือ คือ พวกเขาอยู่ผิดยุคผิดปลายของกาลเวลานับพันปีที่ทำประมงกันมาอย่างไม่บันยะบันยัง

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อย่างจะซื้อปลาจะพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสว่าอะไร
#1  by  ชัชวาลเสนาะจำนงค์ (112.142.92.94) At 2009-11-27 10:33, 

<< Home