สืบเนื่องจากซื้อเป็ดพระโล้มาตัวบะละเหิ่ม มื้อแรกสับเอามาคั่วเค็มไว้กระทะหนึ่งไม่มากนักสำหรับกินไปสองสามมื้อ มีคนมาช่วยกินอีกมื้อด้วยซ้ำ ก็ยังเหลือซากทิ้งไว้อีกนิดหน่อย
กลับถึงบ้านตอนเย็น เป็ดพะโล้ยังเหลืออีกตั้งหม้อ น้ำพะโล้ก็มี
หิวจนมือสั่น
รีบเอาผักเท่าที่มีในตู้ออกมาแช่น้ำล้าง ทั้งต้นหอม คึ่นช่าย ผักบุ้ง กะหล่ำปลี
ตั้งน้ำให้เดือดลวกผักไว้ก่อน แล้วค่อยลวกเส้นบะหมี่
แบ่งน้ำพะโล้รสจัดที่หวานไปหน่อยกับซี่โครงเป็ดมาตั้งให้เดือด เติมน้ำซุปสาหร่ายเห็ดหอมที่พ่อเจ้าประคุณกินเหลือติดชามไว้อีก กับน้ำเปล่า รากผักชี แล้วเติมซีอิ๊วขาว พริกไทย ยี่หร่า ลูกผักชีป่นลงไป
ใส่เนื้อเป็ดพอกินคนเดียวลงไปต้มด้วยสักพัก
บะหมี่ลวกกรองน้ำร้อนทิ้งราดน้ำเย็นให้เส้นดึบดึ๋ง ใส่ชามเดียวกับผักลวก ตักเนื้อเป็ดและน้ำลงไป บีบมะนาวครึ่งลูก พริกน้ำส้ม พริกขี้หนูป่น โรยต้นหอม ผักชี และตั้งฉ่าย
โอ้ย...หิวจนตาลาย โซ้ยซะในเวลาอันสั้น หมดไปทั้งชามใหญ่ๆ
เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ที่พอกินได้
ตบท้ายด้วยเค้กบราวนี่กล้วยหอม ที่ทำไว้เมือวาน เพราะมีแป้งเค้กเหลือๆตืิดบ้านที่เจ้าของคงอีกนานกว่ามาจะทำ ด้วยความที่ทำขนมฝรั่งกับเขาไม่เป็นเลยสักอย่าง ใช้วิธีแบบดำน้ำเอา กะๆทุกอย่าง แถมยังใช้เครื่องปั่นทุ่นแรงอีก โดยผสมแป้งกับไข่ไก่ ใส่น้ำมันพืช กล้วยหอม...และ ครีมชีส (มันจะเข้ากันได้ไหมเนี่ย)
ลืมไปสนิทว่าใส่นมด้วย นมถั่วเหลืองโลวชูการ์พะยะค่ะ ใส่ไปสักครึ่งกล่องได้มั้ง ดูว่ามันข้นๆกำลังดีไม่เหลวเป็นน้ำ...นี่ก็เดาๆเอาอีก
เทใส่พิมพ์เอาเข้าเตาอบแบบอัตโมมัติ ใช้เวลาราวสี่สิบนาทีโน่นแน่ะ
ลุ้นระทึกตอนเตาร้องเตือนปี๊ดๆ
ได้ออกมาแบบไม่ผิดหวังสำหรับการกะเอาเองทุกอย่าง
ดันใส่กล้วยหอมลงไปทั้งที่ไม่ชอบเค้กกล้วยหอม...น่าจะหั่นเป็นชิ้นๆแทนที่จะเอาไปปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน
แต่กินเข้าไปก็อร่อยดีครับ



