สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เผ่นไปถึงวัดโสธร พร้อมกับไข่ต้ม 100 ลูก
หลังจากรอเขาประกอบพิธีกรรมกันเสร็จสรรพ ก็หอบหิ้วกันมาตลาดร้อยปีคลองสวน
ขับรถออกจากวัดย้อนกลับทางเก่า เข้าทางไปลาดกระบังไม่ไกลนักก็ถึงวัดคลองสวน
ตลาดร้อยปีตั้งอยู่ที่นั่น ริมน้ำที่แยกฉะเชิงเทรากับสมุทรปราการออกจากกันด้วยคลองเล็กๆ
บรรยากาศก็คล้ายๆตลาดเก่าทั่วไป ทั้งของกินของเล่นของใช้แบบโบราณย้อนยุค เช่นร้านกาแฟของอาแปะที่ตลาดเก่าที่ไหนก็ต้องมี แต่ร้านนี้แปลกกว่าที่ตลาดอื่นเพราะอาแปะมายิืนหน้าร้านร้องเชิญชวนคนที่เดินผ่านไปมา
"ไม่เจียะกาแฟร้านนี้ถือว่ามาไม่ถึง"
น่าน..ต้องสั่งกาแฟเย็นมาซัดดับร้อนเสียหนึ่งแก้ว กลิ่นและรสชาติเข้มข้นจริงๆ แบบนี้หาไม่ง่ายแฮะ (ลูกเจ๊กขายกาแฟขอยืนยัน) เป็นกาแฟโบราณมากฝีมือ ไม่ใช่สักแต่ "โบราณ" กันชุ่ยๆ
เดินไปเดินมาก็เจอร้านขายมะรุมปอกแล้ว...ชอบสิครับ ไม่ต้องปอกเอง ถึงละแค่ 25 บาท แกงขนาดย่อมได้หม้อหนึ่ง
กลับมาเก็บในตู้เย็นไว้อีกสองวันก็ได้ฤกษ์
เพราะกลับบ้านค่ำเลยขี้เกียจจะตำพริกแกงเอง ซื้อพริกแกงเหลือมานจากเดอะมอลล์ ผสมกับพริกแกงที่เหลืออยู่ ขูดกระชายมาโขลกเพิ่มพร้อมกระปิและกุ้งต้ม
เอาลงละลาในน้ำเดือดๆ ปรุงน้้ปลา จากนั้นก็ใส่มะรุมลงไปเคี่ยวจนนิ่มดี ละลายมะขามเปียกลงไปให้เดือด
ตัดสินใจใส่น้ำตาลลงไป ทั้งที่ปรกติแกงส้มบ้านนี้ไม่มีน้ำตาลมาแอ้มแม้แต่น้อย แต่แกงมะรุมไม่มีรสหวานเลยอาจจะแปลกๆ เอาหน่อยละกัน
เสร็จแล้วครับ
รสชาติอ่อนไปนิด มะขามเปียกมันแข็งมาก ออกแรงสับมาได้หน่อยเดียว ความเปรี้ยวเลยน้อยไปหน่อย และอาจจะเพราะน้ำตาลทำให้รสมันอ่อนลง แถมพริกแกงที่ขี้เกียจตำเอง ว่าใส่เยอะมากแล้ว กลับไม่เผ็ดเสียนี่
หึๆ
งานนี้ต้องเติมทุกอย่างแล้วอุ่นใหม่กันอีกรอบให้มันจัดจ้านสมเป็นแกงส้มมะรุมหน่อย
กินกับข้าวสวยและปลาสลิดที่ซื้อจากตลาดร้อยปีคลองสวนเหมือนกัน
มีกับกับข้าวกินไปอีกหลายมื้อ เพราะลำพังไข่พะโล้ที่แบ่งไข่ต้มมาทำไว้ยี่สิบกว่าลูกเช้าไปแล้ว
ตบท้ายด้วย "รอยเท้าตลาดร้อยปีคลองสวน" เสียหน่อย
งานนี้ควงสาวเดินหัวตลาดยันท้ายตลาด



