แวะไปงานมหกรรมหนังสือฯ มา เพราะสหายเมืองลิงแวะมารับ ปีนี้โอกาสไปประจำหน้าที่แทบไม่มี เพราะหัวฟูอยู่กับงาน ที่เร่งรัดมาก ทำแล้วคันใจไปด้วย...รู้งี้ทำเองแต่แรกเลยดีกว่ามานั่งแก้ให้คนอื่น ทรมานจริงๆ
ไปถึงงานก็ไม่ได้ไปเดินดูหนังสือ เอาของไปฝากไว้ที่บู๊ธ เลยให้บังเอิญต้อง "รับแขก" อีก ปล่อยสามสหายไปเดินช็อปปิ้งกันตามสะดวก
ขออย่างเดียวตอนกลับแวะมารับด้วย
ขากลับนี่ละครับเดินดุ่ยๆ กันจะออกจากงานด้านหลัง ผ่าน "สวนเงินมีมา" สำนักพิมพ์คุณภาพที่ทำหนังสือดี ลึกซึ้ง และสวยงาม
งานหนังสือทีไรต้องได้หนังสือจากสวนเงินมีมาสองสามเล่มทุกที
เที่ยวนี้ก็เหมือนกัน แค่ผ่านบู๊ธแล้วแวะในเวลาไม่ถึงห้านาที ได้หนังสือมาสี่เล่ม หมดเงินไปพันต้นๆ
ควอนตัมกับดอกบัว
จดหมายถึงวาเนสสา
ล่มสลาย
และ บ้านดิน เล่มนี้มีอยู่แล้วแต่ซื้อให้ "ปอ" สหายเมืองลิงที่เคยคุยให้ฟังเรื่องบ้านดินสำหรับเป็นห้องสมุดในแดนดินกันดาร
ควอนตัมกับดอกบัว ปกสวยมาก ชอบสุดๆ เป็นหนังสือแปลว่าด้วยศาสนากับวิทยาศาสตร์ ชื่อเหมือนอ่านยาก แต่ทำให้ง่ายด้วยการใช้บทสนทนาถามตอบประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์จากมุมมองในเชิงพุทธ ... น่าอ่านมาก ทำให้เราเข้าใจวิทยาศาสตร์ในเชิงลึกไปถึงแก่นความคิดของมัน
จดหมายถึงวาเนสสา เล่มนี้จริงๆแล้วเป็นการวิพากษ์วิทยาศาสตร์ด้วยวิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ เขียนในลักษณะพ่อเขียนจดหมายถึงลูก ชี้ให้เห็นแนวทางเข้าถึงจิตวิญญาณที่พ้นไปจากวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ซึ่งครอบงำความคิดเราอยู่ทุกวันนี้โดยไม่รู้ตัว
แม้เราจะยังนั่งตีฝันเป็นหวยอยู่ก็เถอะ
สุดท้าย "ล่มสลาย" เล่มนี้ไม่ใช่ของสวนเงินมีมา เขาคงมาฝากขาย สำหรับนักอ่านประเภทฮาร์ดคอร์แท้ๆ ผลงานของ จาร์ ไดมอนด์ จำนวนหน้าเกือบ 1,000 หน้า
มันพูดถึงความล่มสลายของอารยธรรมในอดีตกาล และเตือนเราว่าความเป็นไปของสังคมและวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ของเราทุกวันนี้มันซ้ำรอยผู้คนในอดีตที่อารยธรรมอันรุ่งเรืองอารยธรรมแล้วอารยธรรมเล่าล่มสลายไปได้อย่างไร แต่ที่ดูเหมือนจะหนักกว่าคือเรากำลังห้อตะบึงซ้ำรอยเดิม ไม่ใช่แค่เดิน
เสียดายเล่มนี้เคยคิดจะทำ แต่ไม่ทันชาวบ้านเขา .....
ถ้าคิดว่าเล่มนี้หนามากเกินไป เคยมีเล่มย่อมเยาว์แต่ไม่ใช่ของ จาร์ ไดมอนด์ ชื่อ "เพชฌฆาตอารยธรรม" ของ สนพ.มติชน ในงานหนังสือก็มีขายอยู่ พูดถึงเรื่องเดียวกัน คือความล่มสลายของอารยธรรมในอดีตอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
แต่ถ้ามีแรงและกำลังทรัพย์ ตรงไปอ่าน "ล่มสลาย" เลยก็ดี
....
หลังจากได้หนังสือ ก็ออกจากงาน แวะกินข้าวกันเล็กน้อย เนื้อหนอกวัวย่างร้าน...อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลย เหนียวเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง แปลว่าเคี้ยวเท่าไหร่ก็ไม่มีวันแหลก แต่อย่างอื่นๆก็อร่อยดีเหมือนกัน
กลับถึงบ้านราวสี่ทุ่ม
ถ่ายรูปมื้อเมื่อวันก่อนที่ขี้เกียจทำกับข้าวมาให้ดู
ทูน่าสดบีบเลมอนครับ ตอนซื้อทูน่านั้นนึกไม่ออกว่าอะไรนะที่คิดไว้ว่าจะทำแล้วไม่ได้ทำ แต่รู้ว่ามันต้องใช้ทูน่าสดๆ
มานึกได้ตอนใกล้ถึงบ้าน เครื่องก็ไม่ครบแล้ว ก็เลยเล่นกันซื่อ หั่นบางๆ บีบมะนาวเหลือง โรยเกลือ แล้วกินมันทั้งอย่างนั้นแหละ แนมด้วยยอดถั่วลันเตา
กินเล่นๆไป ทำยังกะกินแซลมอนรมควัน
สุดท้ายพอเริ่มหิวข้าวจริงจัง โปะข้าวสวยร้อนๆ ลงไป แล้วจกปลาร้าสับมาคลุกกิน...มันอร่อยจริง
ยอดบักถั่วนี่เป็นผักที่กิน สดได้อร่อยมาก ขอบอก สมัยไปตระเวณในลาวสิบกว่าวัน เวลาแวะตลาดกินเฝอ เขาจะมียอดบักถั่วใส่ชามไว้ให้ ใส่ลงในเฝอเนื้อควาย เป็นผักที่มีความอร่อยในตัวมันเวลาเคี้ยว ขณะที่กลิ่นไม่ทำลายรสชาติของอาหาร
หมายเหตุ...ที่ไปงานหนังสือกับสามสหายน่ะ หนึ่งในนั้นคือลุงเด้ง คนชอบทำกับข้าว (คอเดียวกัน)



