เมื่อเร็วๆนี้ ในอังกฤษมีข้อมูลน่าสนใจที่ไปนำเสนอในสภาผู้แทนราษฎร เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นที่นั่นในกลุ่มอายุ 16-24 ปี จากการสำรวจของ "ยูธเน็ต" (www.youthnet.org) ซึ่งป็นองค์กรเอกชน พบว่ามากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนกลุ่มนี้มีความรู้สึกว่า
"คงอยู่ไม่ได้ถ้าชีวิตขาดอินเทอร์เน็ต"
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เทียบกับเราเองยังใช้อินเทอร์เน็ตจนเข้าสายเลือด แล้วเยาวชนในวัยขนาดนั้นที่ถูกเรียกขานว่าเป็นพวกที่มี "ชาติกำเนิดดิจิตัล"
เกิดและเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
ไม่ต่างจากคนรุ่นก่อนๆที่ขาดหนังสือพิมพ์ไม่ได้ ขาดวิทยุไม่ได้ หรือ กระเถิบร่นขึ้นมาอีกนิดคือขาดทีวีไม่ได้
ข้อมูลจากการสำรวจที่ดูเหมือนจะน่าสนใจกว่าก็คือ 1 ใน 3 ของเยาวชนกลุ่มที่สำรวจรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องคุยกับคนซึ่งๆหน้าเมื่อพวกเขามีปัญหา
เพราะมีแหล่งข้อมูลที่ต้องการอยู่บนอินเทอร์เน็ต แถม 75 เปอร์เซ็นต์ยังเชื่อว่าอินเทอร์เน็ต "ปลอดภัย" ด้วย...ถ้ารู้ตัวว่ากำลังทำอะไร
เงื่อนไขท้ายคำตอบหลังนี้เป็นเครื่องเตือนใจบรรดาผู้ใหญ่ด้วยว่าอย่าได้แสดงตนว่าฉลาดรอบรู้ หรือ รู้ดีกว่าเด็ก เป็นอันขาด จนต้องคอยไปกำกับทิศทาง ควบคุม หรือหวาดระแวงต่างๆนานาจนเกินขนาด
ที่มากยิ่งกว่านั้นและน่าจะเป็นส่วนชักนำเยาวชนเข้าสู่อินเทอร์เน็ตก็คือ 82 เปอร์เซ็นต์ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาคำปรึกษาและข้อมูลด้วยตัวเอง ขณะที่อีก 60 เปอร์เซ็นต์ใช้เพื่อหาให้คนอื่น และ 37 เปอร์เซ็นต์ให้คำปรึกษาเรื่องที่อ่อนไหวแก่คนอื่นๆ
โดยภาพรวมแล้วจะเห็นชัดว่าชีวิตของคนยุคใหม่ที่เกิดและเติบโตมาในยุคจิตัล เชื่อมโยงชีวิตทางกายภาพของพวกเขาเข้ากับโลกออนไลน์จนแทบกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ใช่แค่เพียงช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เป็นภาพหยาบๆซึ่งเรามักเข้าใจกัน
จึงไม่น่าแปลกใจที่ส่วนใหญ่จะบอกว่าชีวิตขาดอินเทอร์เน็ตไม่ได้ จนถึงขนาดมีอยู่ตั้ง 45 เปอร์เซ็นต์บอกว่า มีความสุขที่สุดเมื่อออนไลน์
ข้อมูลพวกนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของอินทอร์เน็ตต่อชีวิตวัยรุ่น
สำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อเป็นแม่ หรือผู้ปกครองมีแต่ต้องไปทำความเข้าใจให้ดี ยิ่งบ้านเราการคุยปัญหากับพ่อแม่กันซึ่งๆหน้าแบบเปิดใจเป็นเรื่องไม่ค่อยทำกันนัก อินเทอร์เน็ตก็จะยิ่งเป็นช่องทางสำหรับทั้งการระบาย และการหาคำปรึกษาเองมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อไหร่ที่ลูกรู้สึกว่าอยู่กับอินเทอร์เน็ตมีความสุขกว่าอยู่กับพ่อแม่ เมื่อนั้นก็แย่แล้ว
แต่โอกาสเกิด..สูงมาก ขอบอก
ข้อคิดส่วนท้ายเด็ดมากๆ



