หยุดสามวัน ไปนครนายกมาครับ ไปทำบุญไหว้บรรพบุรุษประจำปีของครอบครัว พี่น้องลูกหลานมากันตามควรแก่กรณี
และทยอยกันมาเป็นลำดับ มีอาหารการกินพอสังเขป และคาราโอเกะตามฟอร์ม
ปูดอง..
คืนแรกก็เจอปูสดจากทะเลที่ลงอวนจับมากันเองจากบางละมุง ดองน้ำปลาแช่เย็นมายำกัน
ไม่นับปลาตัวเล็กจับเอง ตากเอง ทอดเอง อีก.. แถมยังมีปลาหมึกสดและแห้งย่าง ปลากระพงขาวย่างเกลือ
มากินอาหาระทเลกันที่เมืองน้ำตกซะงั้น
แต่เค้ามีน้ำพริกมะขามจากตลาดร้อยปีมาฝากด้วยครับ

อะไรกันนี่
ตื่นสายๆมาอีกวัน ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊ดา
แล้วหอบกันไปดูให้เห็นกับตาที่คนบ้านอื่นมาเที่ยวบ้านเรา
พิพิธภัณฑ์พระพิฆคเณช.....เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันอยู่แยกเขาแดงเลี้ยวซ้ายไปหน่อยเดียว ตรงหัวมุมคือบ้านลูกสาวกำนันเพื่อนกันเอง ฝั่งตรงข้ามหลังจากเลี้ยวมาเคยเป็นค่ายลูกเสือ ถัดจากค่ายลูกเสือไปหน่อยจะเป็นฮวงซุ้ยของคนนครนายก และเลยไปหน่อยเลี้ยวซ้ายก็เจอพระพิฆคเณชองค์โตที่คนมากันตึม

แดดร้อนเปรี้ยงปานหัวแตก
เดินเข้าไปดูตรงกลางลาน เห็นพระรูปหนึ่งกำลังยืนสวดมนตร์ทำพิธีกลางลาน แปลกๆดี ลักษณะโดยทั่วไปของที่นี่ไม่ใช่วัด อย่างน้อยก็ไม่ใช่วัดพุทธ เลยไปด้านหลังมีศาลเจ้าแม่กวนอิมสไตล์จีนอยู่อีกด้วย
ด้านข้างมีศาลาที่มีคนแต่งตัวเหมือนพราหมณ์ ทำอะไรกับคนที่เข้าไปคุกเข่า...บางคนทำนายดวงชะตา บางคนให้ศีลให้พร..ว่ากันไป
มารู้ที่หลังว่าพระรูปที่ทำพิธีเอิกเกริกกลางลานพระพิฆคเณชนั้น คือ ลูกชายของตาน้อม คนเก่าแก่ในจังหวัดที่เป็นโฆษกประจำงานวัดงานเทศกาลและรับจ้างโฆษณาหาเสียงขับรถไมค์ตะโกน บางทีก็ลงสมัครเองด้วย
รู้จักกันหมดแหละคนเมืองเล็ก แค่เห็นหน้าได้ยินเสียงก็พอบอกโคตรเหง้าเหล่าตระกูลกันได้..อย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนลูกชายคนที่กลายเป็นพระก็สืบทอดความเป็นโฆษกมา จนไปบวชที่วัดหนึ่ง แล้วด้วยเหตุอะไรไม่ทราบ เจ้าอาวาสเชิญออกจากวัด ก็เลยกลับไปรับบริการเข้าทรงอยู่ที่บ้าน
จับพลัดจับผลูด้วยการทรงเจ้าเข้าทรง ก็เลยมาเป็นพระประกอบพิธีอยู่ที่นี่
นินทาพอและ

...เดินไปดู ก้อนพระพิฆคเณช สุดอาร์ตของเขาในตู้ องค์นี้มินิมาลไลซ์สุดๆ หรือลดรูปสู่ความเรียบง่าย
จบจากที่นี่ซึ่งทำคล้ายเหมือนศาสนสถานของฮฺนดูแต้ยังห่างไกลอีกเยอะ
ขบวนเราก็ไปต่อกันวัดหลวงพ่อปากแดงที่ขึ้นชื่อเรื่องใบ้หวย ย้อนกลับทางเก่ามาใกล้ๆปากทางตัวเมืองแล้วนั่นแหละ
ให้ดิ้นตายเถอะ
ภาพข้างล่างคือทุ่งนาปากทางเข้าวัดหลวงพ่อปากแดง
ไล่ไปไล่มาก่อนไปจริง กว่าจะจะนึกออกว่าอีวัดนี้ตูขี่จักรยานจากบ้านไปสามสี่กิโลตอนมืดๆเพื่อไปเที่ยวงานวัดดูหนังกลางแปลง หรือไปตอนกลางวันเพื่อรดน้ำดำหัวช่วงสงกรานต์ก็หลายที กลายเป็นวัดใบ้หวยดังไปแล้ว
ถ้าไปน้ำตกสาริกาผ่านทางโรงพยาบาล วัดนี้ถึงก่อนพระพิฆคเณชครับ อยู่ฝั่งขวาจากบ้านใหญ่ไปสองสามกิโลเอง
พอไปถึง แดดร้อนเปรี้ยงเหมือนเดิม คนเยอะพอสมควร เดินไปอยู่ดีๆ เพื่อนเก่าของเรากับพี่สาวก็เข้ามาทักทาย เธอคือเจ้าแม่วัดหลวงพ่อปากแดง
วัดนี้ขายของกันแปลก ๆ ด้วย เข้าไปข้างในไม่มีกล้วยนะคะ มีแต่ดอกไม้ มาไหว้ไม่มีกล้วย จะได้อะไรกล้วยกลับไป ไม่มีหรอกค่ะ ซื้อกล้วยไปถวายกันนะคะ
ว่าเข้าไปนั่น
แต่เดินไปนิดเดียวเจอคนกันเองอีกแล้ว มารับสัมปทานทำทุกอย่างของวัด เครื่องลางของขลังที่นี่ เป็นของเธอจัดการมา เดินพาทัวร์แล้วหยิบใส่ ๆ ให้พี่สาวเรามาตั้งถุงหนึ่ง..
ชีวิตใครชีวิตมันไม่ว่ากัน
เล่าลือกันว่าแต่ละวันเงินสะพัดเป็นกระสอบ
กลับบ้านมาตอนเย็นกินปูสด ๆ แต่แช่เย็นมาจากบางละมุง....และอาหารอื่นๆ อีกพอประมาณ
ท้องเสียไปสามคนจากสิบกว่าคน
มีเด็กเล้นเกม กินติมของเค้าไป
เช้าไปทำบุญที่วัด และ ซื้อเนื้อเค็มแท้ๆกลับบ้านมา
เนื้อเค็มแบบนี้ ในกรุงเทพฯ ไม่เคยเจอ
กรุงเทพฯ มันมีก็แต่เนื้อแดดเดียวออกหวานหน่อยๆ หรือ ตากน้อยไปนิดๆนิ่มไปหมด
กลับมาถึงบ้าน ตั้งกระทะทอด ต้มข้าวต้ม...กินกับเนื้อเค็ม
ดื่มน้ำเกลือชดเชย
ตื่นเช้ามายังกินข้าวต้มเนื้อเค็มต่อ จนถึงกลางวัน และเย็น
เดี๋ยวก็ฟื้น
หมายเหตุ...วันนี้ไปถึงที่ทำงานหกโมงเช้า ทำงานจนสี่โมงเย็น ตาลาย อ่อนเพลีย
กินข้าวต้มสักถ้วยกับเนื้อเค็ม คงมีแรงนอน
อ้าว นอนก็ต้องมีแรงนะครับ
ไม่มีแรงมันจะนอนไม่หลับ



