2010/Feb/19

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/ff/Banana_and_cross_section.jpg/800px-Banana_and_cross_section.jpg

บทที่ 2

กล้วย ในกระเป๋าคุณ

ถ้า คุณเคยเห็นต้นกล้วยที่ออกลูกเต็มเครือ คุณคงต้องรำพึงกับตัวเองว่า “ต้นอะไรประหลาดที่สุด เกิดมาเพิ่งเคยเห็น”

ไม่ เพียงแค่ประหลาด แต่ยังเกือบจะอุดจาดเอาด้วย หากกล้วยเป็นสัญลักษณ์โจ๋งครึ่มของอวัยวะเพศชาย ภาพสะท้อนในกระจกส่วนนั้นของกล้วยที่เรียกว่าหัวปลีก็คงหนีไม่พ้นภาพวาดของ จอร์เจีย โอ'คีฟฟ์ (Georgia O'Keeffe – ศิลปินหญิง อเมริกัน ที่มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1887-1986 ขึ้นชื่อใน เรื่องการวาดภาพดอกไม้ซึ่งมีนัยประหวัดถึงอวัยวะเพศหญิง)

http://mocoloco.com/art/archives/black_iris_jun_05.jpg

ช่อ ดอก หรือปลี (inflorescence)เป็นคำแทนภาพส่วนดอกของต้นไม้และ อิริยาบถขณะกำลังเจริญเติบโตของมัน กระนั้นก็ตามปลีกล้วยในทางการเกษตรไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับช่อดอกไม้ของ คนขายดอกไม้ มันเป็นส่วนของต้นไม้ที่รวมผลของมันไว้ด้วย (ดอกไม้ เมื่อแก่จัดก็จะกลายเป็นส่วนที่กินได้ของต้นไม้)

ผม เห็นหัวปลีเต็มๆครั้งแรกก็ที่สวนกล้วยแห่งหนึ่งในเอกวาดอร์ ซึ่งปลูกกล้วยเชิงพาณิชย์มากกว่าประเทศอื่นใด (ก่อนหน้าผม เคยเห็นก็แต่ต้นกล้วยหลังเก็บเกี่ยวแล้ว) ที่นั่นอากาศร้อนเหนอะหนะ เสื้อของผมชุ่มเหงื่อ ผมคิดไว้ก่อนว่าจะเจอบางอย่างแบบคล้าย ๆ ต้นแอปเปิ้ล ที่ดูสะอาดตาได้สัดได้ส่วน ออกลูกเป็นระเบียบเรียบร้อยท่ามกลางกิ่งใบที่แผ่ออก ตรงกันข้าม ผมกลับเห็นส่วนที่งอกออกมาห้อยโตงเตง ใหญ่เกือบเท่าลูกฟุตบอล ยืดต่อมาจากก้านหนาที่โผล่ออกมาจากตรงยอดของสิ่งซึ่งเหมือนจะเป็นลำต้นของ กล้วย (เนื่องจากในทางเทคนิคแล้วกล้วยไม่ใช่ต้นไม้ มันจึงไม่มีลำต้นจริงๆ คำใช้เรียกส่วนสำคัญค้ำต้นกล้วยที่ถูกต้องคือ ลำต้นเทียม หรือ หยวก กล้วย - pseudostem)

โคน ปลีซึ่งสุดท้ายจะงอกงามเป็นเครือกล้วยที่ตัดส่งไปยังตลาดนั้น มีอวัยวะตัวเมียของกล้วยยึดติดอยู่ (ครับ ทั้งที่กล้วยเป็นสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย แต่ส่วนที่เรากินกลับเป็นเพศหญิง) เครือ กล้วยประกอบด้วย “หวี” ซึ่งเป็นส่วนที่เราซื้อกันในซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ละหวีแบ่งซอยเป็น “ลูกๆ”ที่เรากินกันนั่นเอง ดอกกระเทยที่เรียงซ้อนกันก็อยู่ถัดลงมาจากโคนปลีด้วยเช่นกัน แล้วก็มาถึงส่วนที่พิลึกพิลั่นที่สุดของต้นกล้วย หัวปลีหนักคล้ายหยดน้ำตาห้อยย้อยลงยังพื้นป่า น้าวส่วนบนของปลีลงมาในลักษณะเหมือนกับปลาเทราต์ติดเบ็ดไม้ไผ่ ส่วนนี้เป็นอวัยวะตัวผู้ของกล้วย ดอกตัวผู้นี้เป็นหมันเช่นเดียวกับอวัยวะตัวเมียที่อยู่เหนือมันขึ้นไป หัวปลีไม่ผลิตเกสรเหมือนอย่างต้นไม้ตัวผู้อื่นๆทำกันตามปรกติ ที่โดดเด่นที่สุดเหนืออื่นใดนอกจากความบริสุทธิ์ผุดผ่องของกล้วยก็คือสีของ หัวปลี สวนกล้วยจะปกคลุมด้วยแถบๆสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ แต่เจ้าหัวปลียักษ์นั่นสีม่วงแก่

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/5/5a/Banana-male-flowers.jpg/312px-Banana-male-flowers.jpg

การ เปลี่ยนจากดอกกลายเป็นผลใช้เวลาราวหกเดือน เมื่อกล้วยออกลูกต้นแรกจะมีขนาดเล็กสีเขียวยาวไม่เกินครึ่งแท่งดินสอ ปลายชช้อนขึ้นด้านบนชี้ไปที่ยอดของต้นกล้วย ผลกล้วยจะจัดเรียงตัวเองให้อยู่ตำแหน่งเหมาะสำหรับรับแสงแดดมากที่สุด เครือโค้งของกล้วยยังดูแปลกตาด้วยเช่นกัน และไม่ใช่เพียงเพราะดูเหมือนมันจะโค้งงอไปตามกฏของแรงโน้มถ่วง เมื่อเราเห็นกล้วยตามสวน เรามีแนวโน้มที่จะคิดว่ามันคล้ายจะกลับหัวตีลังกามากกว่า การกลับหัวกลับหางที่ว่านี้เป็นความจริง ส่วน “ยอด” ของกล้วยที่เรากิน หรือ “จุก” ตรงที่เราเริ่มปลอกเปลือกของมันออกได้อย่างสะดวกนั้นที่จริงแล้วคือก้น และส่วนข้อเล็กๆที่ปลายสุดอีกด้านคือ ส่วนของดอกที่เหลืออยู่

ทีนี้ ถ้ากล้วยไม่มีเมล็ดและไม่มีเซ็กซ์ คุณคงอยากรู้แทบตายละสิว่าลูก ของกล้วยมาจากไหนกัน

กล้วย ก็เช่นเดียวกับต้นคริสต์มาส ลาเวนเดอร์ และ สตรอว์เบอร์รี เป็นพืชล้มลุกที่มีวงจรชีวิตหลายปี หมายความว่ามันจะเจริญเติบโต และออกดอก เป็นเท่าทวีคูณในช่วงเวลาหลายปี วงจรชีวิตของกล้วยแบ่งเป็นสองระยะที่แตกต่างกัน “ระยะวัฒนภาค” (vegetative phase) เกิดก่อน เป็นช่วงการเจริญเติบโตเพื่อตระเตรียมก่อนจะออกปลี การปรากฏตัวของปลีคือเป็นสัญญณบ่งบอกระยะที่สอง หรือ “ระยะเจริญพันธุ์” (reproductive phase) หัวใจของกล้วย ซึ่งเป็นลำต้นจริงที่ตรงข้ามกับหยวกที่ดูเหมือนลำต้นนั้น คือ เหง้า ส่วนที่รูปร่างเหมือนหลอดไฟของต้นไม้ที่อยู่ใต้ดิน สรุปแล้ว หยวกกล้วยงอกมาจากเหง้า ส่วนใบและปลีงอกจากหยวก ก็ยังเหมือนกับพืชอื่นๆ มันมีรากด้วย ระบบท่อไต้ดินนี้แผ่ไปรอบๆต้นในรัศมีไม่เกินยี่สิบฟุตเพื่อดึงน้ำและอาหารมา หล่อเลี้ยงตัวมันเองแม้จะไม่ลึกมากก็ตาม รากกล้วยยังสามารถนำศัตรูเช่นโรคตายพรายมากับมันได้ด้วย

ทั้งหมด ดำเนินไปอย่างนี้ครับ เหง้าหนึ่งจะให้กำเนิดเหง้าอื่นๆ และด้วยเหง้าหยิบมือหนึ่งก็สามารถกลายเป็นสวนกล้วยทั้งสวนได้ กระบวนการเจริญพันธุ์เกิดขึ้นได้โดยอาศัยส่วนที่เหมือนกิ่งที่เรียกว่า “หน่อ” ซึ่งก็งอกขึ้นจากเหง้าเช่นกัน หน่อนับเป็นส่วนสำคัญของการเพาะปลูกกล้วย ปรกติเหง้าหนึ่งจะให้หน่อสิบกว่าหน่อ พุ่งผ่านพื้นดินโดยรอบขึ้นมาในแนวตั้ง ในท้ายที่สุดเหง้าใหม่ก็โผล่ขึ้นเหนือพื้นดิน บางครั้งก็ห่างออกไปถึงห้าฟุตจากเหง้าแม่ บางครั้งก็เกือบจะงอกออกตรงจากตัวแม่เลย ต้นเล็กๆจะปรากฏอยู่ใต้ต้นใหญ่ที่โตเต็มที่แล้ว พวกมันเหมือนกันทั้งในแง่พันธุกรรมและรูปโฉมภายนอก และทั้งสองต้นมักถูกอ้างถึงว่าเป็นแม่กับลูกสาว ในที่สุดลูกสาวก็โตเร็วกว่าแม่ แล้ววงจรก็จะเริ่มใหม่อีกครั้ง

[437px-Flora_Sinensis_-_Banana.jpg]

กล้วย ต้นเดียวสามารถให้ผลผลิตได้สามหรือสี่ครั้งในช่วงชีวิตของมัน กล้วยหอมเขียวปรกติที่โตได้ที่จะออกลูกราวๆสิบกว่าหวี แต่ละหวีอาจมีลูกมากถึงยี่สิบลูก แม้ว่าสวนกล้วยจำนวนมากจะมีระบบชลประทานละการเก็บเกี่ยวทันสมัย แต่การเก็บเกี่ยวจริงก็ยังคงทำด้วยมือ คนงานจะตัดเครือลงมา แล้วลำเลียงมันไปยังพื้นที่ดำเนินการส่วนกลาง บางครั้งก็ด้วยการแบกขึ้นหลังไป หรือบางครั้งก็ใช้รอกชัก

ผล ของกล้วยยังคงเป็นสีเขียวตราบเท่าที่มันติดอยู่กับต้น แต่ทันทีที่ตัดลงมา มันก็จะเริ่มสุก การตัดกล้วยจะเป็นการกระตุ้นให้มันปลดปล่อยก๊าซเอธีลีน ซึ่งก็คือ ไฮโดรคาร์บอนในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนออกมา การปรากฏตัวของเอธีลีนนี้เท่ากับการเปิดฉากชุดของเหตุการณ์ที่บ่มกล้วยก่อน ไปจัดลงกล่องข้าวของคุณ รสฝาดเริ่มเปลี่ยนเป็นหวาน สารเพคติน(เอนไซม์ ที่ใช้ในการทำแยม) ลดลง ทำให้กล้วยนุ่มขึ้น คลอโรฟิลล์สลายตัวไป กล้วยเปลี่ยนเป็นจากสีเขียวเป็นสีเหลือง ที่สำคัญที่สุดก็คือแป้ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของมวลกายของกล้วยสีเขียว ก็เริ่มกลายเป็นน้ำตาล กล้วยที่ยังคาต้นมีฟรุคโตสอยู่ราว 1 เปอร์เซ็นต์ ถึงตอนที่มันถูกตัด ขนส่ง และซื้อไป และกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอยู่บนเคาน์เตอร์ในครัวคุณนั้น สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ (หลังจาก นั้น การเน่าบูดก็จะเริ่ม จุดนี้เองที่สามารถเอาไปหมักเป็นไวน์กล้วยหรือเบียร์กล้วย ซึ่งแพร่หลายในแอฟริกา เครื่องดื่มทั้งสองชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติประหลาด และรสชาตินั้นก็ยากจะหายประหลาด)

การ ทำสวยกล้วยอาศัยการปลูกใหม่เป็นระยะๆ กระบวนก็ง่ายๆ ด้วยการขุดหน่อพร้อมเหง้าไปฝังที่ไหนสักแห่งเท่านั้นเอง ในการเกษตรเชิงพาณิชย์จะเว้นระยะห่างที่วัดอย่างละเอียด ส่วนกล้วยตามหมู่บ้านนั้นมักจะปลูกแบบกะๆเอามากกว่า แต่ไม่ว่าในกรณีไหน แต่ละหน่อก็จะเติบโตเป็นต้นใหม่ หลังจากผ่านไปราวสองสามปี ต้นแม่ก็จะหยุดแตกหน่อ เมื่อสิ้นวงจรชีวิตของมัน เหง้าของกล้วยก็จะลอยจากดินกลายเป็นสิ่งที่ชาวสวนเรียกว่า “กล้วยปลดระวาง” รากและใบแห้งๆของมันแผกองทับกันบนพื้น (ตอนที่ผมออกกำลังจากสวนกล้วยใน ฮอนดูลัสคราวไปเยือนในปี 2000 หนึ่งในคนงานที่ผมอยู่ด้วยในตอนบ่ายชี้ ให้ผมดูแปลงของสวนที่กล้วยปลดระวาง พวกนี้เป็นกล้วยต้นใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเห็น ก็ไม่ได้สูงถึงขนาดสามสิบฟุตซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุดของต้นกล้วยหรอกครับ แต่ก็สูงกว่าผมเกือบสามเท่า “คุณคงไม่อยากไปเดินในนั้นหรอก” เขาบอกผม ให้เหตุผลว่ากล้วยในระยะปลดระวางจะยึดดินไม่แน่นนัก พวกมันพร้อมจะโค่นลงมา เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายอย่างแท้จริง “คนอาจจจะตายหรือโดนทับ” ชาวสวนกล้วยบอกกับผม “ถ้าไม่ระวังให้ดี”)

จน ถึงสิ้นวงจรชีวิตของกล้วย มันอาจจะผลิตต้นลูกสาวอีกสิบกว่าต้นที่ยังคงเติบโตงอกงามต่อไป ทายาทเหล่านั้นก็จะขยายพันธุ์ไปด้วยเช่นกัน สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ไม่แต่งงานและมีเพศสัมพันธ์แล้ว นี่นับเป็นรุปแบบความเป็นอมตะที่ออกจะน่าคิดทีเดียว มันสามารถจะดำเนินต่อไปแทบไม่รู้จบ หรืออย่างน้อยที่สุดก็คาดว่าจะเป็นเช่นนั้น

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/4/4c/Bananas.jpg/800px-Bananas.jpg

แปลจาก  Banana : The Fate of the Fruit That Change the World  : Dan Korppel เขียน

กล้วย : ชะตากรรมของผลไม้ที่เปลี่ยนแปลงโลก

Comment

Comment:

Tweet


#4 by 875876 (171.96.181.93|171.96.181.93) At 2015-07-16 16:45,
double wink
#3 by (115.87.16.232) At 2010-10-06 13:53,
นี้มันเรื่องอะไรก๊านน