
ในโลกเวิร์ลด์ ไวด์ เว็บ นั้นสิ่งที่พบเห็นกันเป็นปรกติก็คือการคัดลอกเนื้อหาที่น่าสนใจไปบอกต่อหรือ ไปแบ่งปัน อาจจะเป็นข้อมูลข่าวสารหรือบทความ ตามสื่อออนไลน์ หรือ ตามเว้บไซต์ และบล็อกประเภทต่างๆ ยิ่งมาในยุคของเครือข่ายทางสังคมการบอกต่อยิ่งขยายวงกว้างไปอย่างไม่น่าเชื่อ และกระทำกันอย่างเป็นเรื่องปรกติ
ส่วนมากก็จะอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารหรือบทความชิ้นนั้น และวันเวลาที่พิมพ์เผยแพร่ หรือใส่ลิงค์ที่มาของบทความนั้นๆ ซึ่งเป็นมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ของผู้คนในสังคมออนไลน์ และที่คัดลอกหรือนำไปเผยแพร่ต่อนั้นก็เพราะความน่าสนใจหรือสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้น
แต่ก็มีบางเว็บไซต์ที่ทำการคัดลอกข้อมูลข่าวสารที่เว็บไซต์อื่นๆ จัดทำขึ้น อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แล้วหารายได้ด้วยติดแบนเนอร์โฆษณา
อาศัยความแยบยลตรงที่ ไม่ระบุแหล่งที่มาว่าคัดลอกมาจากที่ไหน ทำให้ผู้เข้าไปอ่านหลงเข้าใจผิดว่าเนื้อหาต่างๆ เป็นสิ่งที่เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเอง หรือ คนของเว็บไซต์จัดทำขึ้น
ตัวอย่างหนึ่งของเว็บไซต์ประเภทที่กล่าวถึงข้างต้นก็คือ เว็บไซต์ wiseknow.com จัดทำโดยบริษัท Nextmove ซึ่งอ้างว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านแบรนด์
เว็บไซต์ไร้มารยาททำนองนี้ความจริงมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่มีความแตกต่างตรงที่เว็บไซต์ wiseknow ประกาศตัวเองเป็นเว็บแบ่งปันความรู้เพื่อสังคมไทยอันยิ่งใหญ่ แต่กลับใช้วิธีการที่ปราศจากมารยาทซึ่งโดยปกติคนที่มีปณิธานเรื่องการแบ่งปันจะยึดถือเป็นเรื่องใหญ่
ผมเขียนอีเมล์ติดต่อสอบถามเรื่องการไม่ระบุแหล่งที่มาของบทความของผมกับผู้จัดทำเว็บไซต์นี้ เพราะบทความจากคอลัมน์นี้ที่ถูกคัดลอกไปลง ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าผู้เขียนคือบล็อกเกอร์ของเว็บไซต์ wiseknow
ในอีเมล์ที่ส่งไป ผมไม่ได้พูดเรื่องกฏหมาย ไม่ได้บอกว่าห้ามเอาไปลง หรือแสดงความโมโหโกรธาว่าโดนละเมิดสิทธิ์ บอกแค่ว่าตามมารยาทควรบ่งบอกแหล่งที่มา ว่าเอามาจากไหน สื่อฉบับไหน วันเดือนปีอะไรที่เผยแพร่
คำตอบที่ได้รับกลับมาทางเมล์ ก็คือ
"ความจริงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเลย แต่เกรงว่าจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ดังได้ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าทางเราให้เกียรติต่อนักเขียนผูู้เขียนข้อมูลข่าวสารหรือข้อเท็จจริงต่างๆในลักษณะข่าวสารทุกท่าน ซึ่งน่าจะเพียงพอแล้วนั้น ถือว่าเรามีมารยาทที่พีงมีต่อนักเขียนแล้ว สำหรับสำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ต่างๆนั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อเขียนเหล่านั้น เช่น ข่าวสารที่แปลมากจากต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ต่างๆจำนวนมากมายก็ไม่ค่อยอ้างอิงแหล่งที่มาเช่นกัน จะถือว่าไม่มีมารยาทเช่นกันหรือไม่ ? หรือกรณีนักเล่าข่าวทางทีวีทั้งหลาย ไม่มีใครเรียกร้องมารยาทจากเขาเหล่านั้น เพียงเพราะเขาเหล่านั้นมีอิทธิพลหรือ ? ดังนั้นกฎหมาย พรบ.ลิขสิทธิ์2537 จึงได้กำหนดยกเว้นไว้ชัดเจนว่า
"มาตรา ๗
สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร..."
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
NextMove Co., Ltd.
E-mail:WiseKnow@Gmail.Com
www.WiseKnow.Com
เว็บการตลาดยอดนิยมของไทย"
ก็ผมนี่แหละนักเเขียนที่ คุณบอกว่าให้เกียรติ และลอกเอาไปลงเป็นประจำ เมื่อคนเขียนที่คุณบอกว่าให้เกียรติบอกกับคุณว่า ตามมารยาทควระบุแหล่งที่มาของ "บทความที่ผมเขียน" และคุณลอกเอาไปลงเว็บคุณ หารายได้จากแบนเนอร์โฆษณา
แต่คำตอบ...ในอีเมล์
อ่านคำตอบแล้วรู้สึกได้ถึงความไม่ค่อยตรงไปตรงมาในคำตอบ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของคนทำธุรกิจยุคใหม่ และเหมือนจะมองข้ามหัวใจของการแบ่งปันในยุคเครือข่ายทางสังคม แม้จะเข้าใจกลไกของมันและรู้จักวิธีการใช้เป็นอย่างดีก็ตาม
(จากคลัมน์ เว็บบิซ หน้า 28 ประชาชาติธุรกิจ ฉบับจันทร์ที่ 6 กันยายน 2553)
หมายเหตุ : กลับไปอ่านภาค 1 ที่นี่ http://cyborg9.exteen.com/20100830/wiseknow-com
ดูภาพข้างล่าง..
ซ้ายมือ คือคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ ขวามือคือข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ....
Wiseknow.com ลอกมาใส่เว็บแล้วติดแบนเนอร์หาเงินจากแบนเนอร์ โดยไม่บอกว่า คอลัมน์ทางซ้าย และข่าวทางขวาเอามาจาก ประชาชาติธุรกิจ แบบคำต่อคำ
ถ้าย้อนกลับไปอ่านอีกที... ก็จะเห็นว่าไม่ได้ห้ามไม่หวง แต่อยากให้ลงที่มาของมันตามมารยาท
อีกภาพ
ข่าวในภาพนี้ก็ลอกมาแบบคำต่อคำจากประชาชาติธุรกิจโดยไม่ระบุว่ามาจากไหน
....
มีทุกวันละครับ wiseknow.com นักลอก ของบริษัท Nextmove เหลือเชื่อมาก
แบบว่า ด้านๆ
จริงๆง่ายกว่าเขียนจดหมายมาอะไรยาวๆแท้ๆ 


