เกาหลีใต้ vs ประเทศไทย

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/262184_10150642702520324_535230323_18713750_6433635_n.jpg

นับเป็นเรื่องพ้องพานกันโดยบังเอิญที่พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากในการ เลือกตั้งและกำลังจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่ โดยที่ 1 ในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศเอาไว้เป็นสัญญาประชาคมคือการแจกแท็บเล็ต ให้กับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ “ฟรี” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียน รายละเอียดของนโยบายนี้ไม่มีอะไรนัก แต่เท่าที่ได้ยินได้ฟังมาบ้างก็คือการใช้เพื่อสืบค้นข้อมูลความรู้ต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต

ในขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่ประเทศเกาหลีใต้ กระทรวงศึกษาธิการของเขาก็ออกมาประกาศนโยบายนำโรงเรียนเข้าสู่ยุคดิจิตัล อย่างสมบูรณ์แบบภายในปี 2558 ซึ่งเกี่ยวพันอย่างแยกไมออกเหมือนกันกับการที่เด็กจะใช้แท็บเล็ตในการเรียน หนังสือสือแทนการหิ้วตำรับตำราไปโรงเรียน

สองโครงการนี้ดูเผินๆ แล้วคล้ายกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันมากเนื่องจากเป็นการนำพานักเรียนเข้าสู่การศึกษา ผ่านโลกดิจิตัลจากสองขั้วที่แตกต่างกัน

นั่นคือโครงการของบ้านเรานั้นเริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่จะนำไปแจกฟรีแก่เด็กนักเรียน

ขณะที่ของเกาหลีเริ่มจากการวางระบบพื้นฐานทั้งหมด โดยแท็บเล็ตไปอยู่ตรงท้ายๆ สุดของโครงการ และรัฐบาลเกาหลีไม่ได้แจก เว้นแต่กรณีครอบครัวยากจน

รายละเอียดที่พอมีอยู่บ้างของเกาหลีก็คือ โครงการนี้จะใช้เงินลงทุนกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้สำหรับการแปลงหนังสือเรียน หลักสูตร แบบฝึกหัด หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านประกอบของทุกชั้นเรียนตั้งแต่ประถมไปจนถึงมัธยมปลาย ให้เปลี่ยนไปอยู่ในรูปดิจิตัล ทั้งนี้ยังรวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในการอ้างอิงทั้งที่เป็นตัวหนังสือธรรมดาที่เป็น FAQ และที่อยู่ในรูปของมัลติมีเดีย

ลำดับถัดมาคือกการวางระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ซิสเต็ม ขนาดใหญ่โตมโหฬาร และจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ให้กับทุกโรงเรียน เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถเข้าถึงวัตถุดิบดิจิตัลทั้งหมดเหล่านั้นในการ เรียนการสอนได้

ตามเป้าหมายภายในปี 2557 โรงเรียนประถมทั้งหมดจะแล้วเสร็จโครงการ “การศึกษาอัจฉริยะ” ส่วนโรงเรียนมัธยมจะเสร็จภายในปี 2558 นั้นคือเป้าหมายสูงสุด ส่วนในระหว่างนั้นจะเป็นแบบผสมผสานทั้งดิจิตัลและหนังสือเรียนที่เป็นกระดาษ

และถึงแม้จะพูดกันถึงแท็บเล็ต แต่วัตถุดิบการศึกษาดิจิตัลทั้งหลายเหล่านั้นจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ได้ หลากหลายกับอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ

หากพูดกันในแง่ความพร้อมต้องยอมรับกันว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีความ พร้อมค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นประเทศที่เข้าสู่ยุคดิจิตัลเร็วกว่าใครๆ ในโลก โครงสร้างพื้นฐานทางด้านนี้ก็เอื้ออำนวย

แต่ถึงแม้จะทำทั้งหมดไปแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้สอดคล้องไปด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโรงเรียน ยุคดิตัล

คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตแม้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโลกกว้างให้กับเด็กๆ ได้มากมาย เอื้ออำนวยประโยชน์ในการเรียยนรู้ของเด็กๆ  แต่ที่จริงแล้วเคยมีงานวิจัยบางชิ้นซึ่งมีข้อสรุปว่าไม่มีนัยสำคัญที่แตก ต่างกันของผลการเรียนระหว่างเด็กที่ใช้กับเด็กที่ไม่ได้ใช้

คำแนะนำจากงานวิจัยนั้น น่าจะเป็นของโออีซีดี คือปฏิรูปหลักสูตรให้รองรับ และพัฒนาครูบาอาจารย์ให้ทำเป็น

อีกอย่างที่ไมควรลืมก็คือเกาหลีใต้นั้นมีโครงการนำร่องหรือไพล็อต โปรเจคต์ในการใช้ตำราเรียนดิจิตัลในโรงเรียนมาก่อนหน้านี้นานหลายปีแล้ว

ไหนๆ ก็มีหมู่บ้านแบบหนองตื่นมากมาย ที่มีเน็ตใช้อยู่แล้ว ทุ่มทุนใส่คอนเทนต์ภาษาไทยเข้าไปก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องแจกกันทีหลัง

จะดีกว่ามั้ยครับ