หากใครเคยอ่านคำทำนายของโหรปี 2551 ว่าจะเกิด "หิมะตก" ในเมืองไทย ไม่มีใครเชื่อ แต่พอได้ยินว่าหิมะตกที่ดอยช้าง !! ก็ประหลาดใจว่าคำทำนายเป็นจริงหรือ ?
ปรากฏการณ์ลูกเห็บขนาดเล็กตกประมาณกว่า 30 นาที เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา เป็นวันสงกรานต์ที่ถือว่าร้อนที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้ดอยช้างขาวโพลนคล้ายๆ หิมะ
ดอยช้างอยู่ในจังหวัดเชียงราย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200-1,800 เมตร ชาวบ้านเล่าว่ากว่าลูกเห็บละลายใช้เวลา 2 วัน ทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะซาโยเต้ หรือที่ชาวพื้นล่างเรียกว่ายอดฟักแม้วตายหมด แต่ละปีผลผลิตจากซาโยเต้ทำให้ชาวดอยช้างมีรายได้ปีละ 70-80 ล้านบาท รวมทั้งกาแฟดอยช้างที่ชื่อดังไปทั่วโลก ตายไปพอสมควร ส่งผลให้ผลผลิตกาแฟอาจจะลดลง
นั่นคือปรากฏการณ์หิมะตกที่เมืองไทย พี่น้องชาวดอยช้างบอกว่าไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน เป็นเรื่องน่าแปลกใจ และยอมรับว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่าภาวะโลกร้อนมาเยือนแล้ว และจะหาทางตั้งรับกันอย่างไร
แต่ถ้าย้อนไปดูคำทำนายโหร "โสรัจจะ นวลอยู่" ได้ทำนายไว้ในหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร" ปี 2551 ของสำนักพิมพ์มติชน ตอนหนึ่งระบุว่า "...ส่วนสยามประเทศ ปีชวด 2551 นี้ จะเป็นปีแห่งความอาเพศ ในปลายปีชวด 2551 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าแปลกมหัศจรรย์ จะเกิด "หิมะตก" ในเมืองไทยไปทั่วทางภาคเหนือและอีสานบางส่วน ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจแทบช็อก เพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย
แต่จริงๆ แล้ว ในทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าเป็นอาเพศ เป็นลางร้ายที่จะเกิดมหันตภัยตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมประเพณี ความเป็นอยู่แบบไทยๆ เราก็จะเปลี่ยนแปลงไป..."
นายโสรัจจะ นวลอยู่ หรือโหรโสรัจจะ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้ว่าปี 2551 เมืองไทยจะมีหิมะตก เพราะเท่าที่วิเคราะห์แล้วพบว่ามีดวงดาวสามดวงที่ทำมุมกันอย่างไม่เคยปรากฏ มาก่อน ทำให้ปลายปีหน้าไทยอาจจะมีหิมะเกิดขึ้น คือสามดาวใหญ่จะทำมุมกันแบบวิกฤต ทั้งดาวพฤหัสฯ ดาวเสาร์ และราหู ทำให้มีแนวโน้มว่าอาจทำให้เกิดภาวะธรรมชาติวิปริต สอดคล้องกับวงการวิทยาศาสตร์เหมือนกัน
"ดาวพฤหัสบดี ซึ่งตอนนี้อยู่ในราศีพิจิกจะเขยิบย้ายไปอยู่ราศีธนู ขณะที่ราหูจะยังอยู่ในราศีกุมภ์ ส่วนดาวเสาร์ก็จะยังอยู่ในราศีสิงห์ ตรงนี้ถือว่ากระทบต่อโลกและเมืองไทยโดยตรง เพราะเป็นการจรของดวงดาวในมุมอับ ซึ่งตรงกับดวงเมืองลัคนาของไทย เพราะดาวพฤหัสฯซึ่งเป็นดาวเกี่ยวกับน้ำจะย้ายไปอยู่ราศีธนูในเดือน พฤศจิกายนนี้ ขณะที่ราหูจะโคจรจากราศีกุมภ์ไปยังราศีมีน ถือเป็นจุดตรึงเมืองไทย หรือเหมือนเจอมุมกากบาท ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศโดยตรง คือเมืองไทยเราจะเจอภาวะอากาศหนาวจัด ตรงนี้ก็อาจสอดคล้องกับปรากฏการณ์วิทยาศาสตร์เรื่องน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากปลายปีนี้ ซึ่งอากาศเมืองไทยเริ่มหนาวมาก โดยดาวพฤหัสฯจะเริ่มย้ายเข้าสู่ราศีธนูในเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว" โหรโสรัจจะกล่าว
เมื่อถามย้ำว่า แล้วจะเกิดหิมะขึ้นในเมืองไทยจริงหรือไม่ โหรชื่อดังกล่าวว่า อาจเป็นลักษณะเป็นเกร็ดน้ำแข็งมากกว่า แต่เป็นปรากฏการณ์ที่จะเรียกว่าจะบ่อยครั้งขึ้นในเมืองไทยหรือทุกๆ 1 หรือ 2 ปี จากเดิมที่เกิดแบบ 3 ทศวรรษครั้ง
page="ประชาชาติธุรกิจ-หน้าแรก";ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ 24 เมษายน 2551
ชมภาพชุด..'หิมะ'ตกเมืองไทย? ฤๅอาเพศจะเป็นจริง !!!

